我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หมวด ๑ การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

มาตรา ๘–มาตรา ๑๔共 7 條

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เป็นธุรกิจบริการที่ต้องแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจ (๑) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักรเกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลธรรมดา หรือเกินห้าสิบล้านบาทต่อปี ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นนิติบุคคล (๒) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีจำนวนผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรเกินห้าพันรายต่อเดือน โดยคำนวณจากการใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกาศกำหนด หลักเกณฑ์ตาม (๑) และ (๒) ไม่ใช้บังคับแก่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๒) หรือ (๓) ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามข้อเสนอแนะของสำนักงาน คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดลักษณะของการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ไม่ต้องแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจได้ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ ความเหมาะสมในการควบคุมดูแล และการป้องกันความเสียหายที่เกิดจากผลกระทบดังกล่าว ในกรณีที่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งไม่มีลักษณะตามวรรคหนึ่ง หรือได้รับยกเว้นตามวรรคสาม ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจถึงรายการโดยย่อตามมาตรา ๑๒ (๑) มาตรา ๑๒ (๒) (ก) (ข) และ (ค) และมาตรา ๑๒ (๕) ตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด และไม่ต้องปฏิบัติตามหมวด ๒ หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและการควบคุมดูแล แต่ต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าวและข้อมูลตามมาตรา ๑๒ (๒) (ง) และ (จ) และมาตรา ๑๒ (๓) (ข) ให้สำนักงานทราบทุกปีตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล ในกรณีที่สำนักงานพบว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่ ให้สำนักงานแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้นดำเนินการตามวรรคสี่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้นั้นไม่ดำเนินการ ให้สำนักงานประกาศการไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่ให้สาธารณชนทราบผ่านช่องทางตามมาตรา ๑๔ ด้วย

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งประกอบธุรกิจอยู่นอกราชอาณาจักร แต่ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร ต้องแจ้งการประกอบธุรกิจต่อสำนักงานตามมาตรา ๘ ด้วย

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้ถือว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนอกราชอาณาจักรที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เป็นการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร (๑) มีการแสดงผลโดยแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นภาษาไทย (๒) มีการจดทะเบียนแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยใช้ชื่อโดเมน “.th” หรือ “.ไทย” หรือชื่ออื่นที่หมายถึงประเทศไทย หรือใช้ชื่อโดเมนภาษาไทย (๓) มีการกำหนดโดยแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ชำระเงินหรือสามารถเลือกชำระเงินเป็นสกุลเงินบาท (๔) มีเงื่อนไขให้ใช้กฎหมายไทยเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแก่ธุรกรรมซื้อขายสินค้าหรือบริการที่ได้ทำบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือกำหนดให้ดำเนินคดีในศาลไทย (๕) มีการจ่ายค่าบริการแก่ผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรเข้าถึงบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจเป็นการเฉพาะ (๖) มีการจัดตั้งสำนักงาน หน่วยงาน หรือมีบุคลากรเพื่อให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้ใช้บริการในราชอาณาจักร (๗) มีลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ เพื่อประโยชน์ในการแจ้งการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๙ และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗ วรรคสามและวรรคสี่ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๘ ให้ผู้ประกอบธุรกิจแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่ประสานงานกับสำนักงานในราชอาณาจักร โดยทำเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้ทำหน้าที่ดังกล่าวต้องอยู่ในราชอาณาจักร โดยต้องไม่ดำเนินการในลักษณะที่เป็นการประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การแต่งตั้งผู้ประสานงานภายในราชอาณาจักรตามวรรคหนึ่ง ไม่ถือเป็นการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดตั้งธุรกิจในราชอาณาจักร

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ผู้ซึ่งประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้แจ้งข้อมูลและหลักฐาน ตามรายการดังต่อไปนี้ต่อสำนักงาน (๑) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (ก) ชื่อ-สกุล หรือชื่อนิติบุคคล (ข) เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคล (ค) ที่อยู่ (ง) รอบระยะเวลาบัญชี กรณีนิติบุคคล (จ) ช่องทางการติดต่อ (๒) ข้อมูลเกี่ยวกับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (ก) ชื่อบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (ข) ประเภทบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ในกรณีที่มีบริการหลายประเภทให้ระบุบริการทุกประเภทที่ให้บริการในราชอาณาจักร (ค) ช่องทางการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น ยูอาร์แอล (URL) หรือแอปพลิเคชัน (ง) มูลค่าการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (ถ้ามี) (จ) รายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักร (ถ้ามี) (ฉ) สัดส่วนของรายได้จากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักรต่อรายได้จากการให้บริการแพลตฟอร์มดังกล่าวทั้งหมดของผู้ประกอบธุรกิจ (ถ้ามี) (๓) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ (ถ้ามี) (ก) ประเภทของผู้ใช้บริการ เช่น ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ผู้ทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัล (ข) จำนวนรวมของผู้ใช้บริการและจำนวนของผู้ใช้บริการแต่ละประเภท (ค) ประเภทของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ขนส่งสินค้า ผู้ให้บริการคลังสินค้า (ง) จำนวนรวมของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องและจำนวนของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องแต่ละประเภท (๔) ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนที่มีจำนวนมากที่สุดจำนวนห้าลำดับแรก (ก) จำนวนและประเภทเรื่องร้องเรียน (ถ้ามี) (ข) การจัดการเรื่องร้องเรียนและการระงับข้อพิพาท (๕) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประสานงานในราชอาณาจักร ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจประกอบธุรกิจอยู่นอกราชอาณาจักร (๖) คำยินยอมให้สำนักงานเข้าถึงข้อมูลที่ได้แจ้งตาม (๑) แบบการแจ้งให้เป็นไปตามที่สำนักงานประกาศกำหนด คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดให้ผู้ซึ่งประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแจ้งข้อมูลซึ่งมิใช่ความลับทางการค้าเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแบบการแจ้งข้อมูลพร้อมทั้งหลักฐานตามมาตรา ๑๒ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งในวันที่รับแจ้งนั้น และให้ผู้แจ้งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้งดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจแบบการแจ้งข้อมูลและหลักฐาน ในกรณีที่พบว่าการแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามมาตรา ๑๒ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนทั้งสิ้นในคราวเดียวกัน และนำผลการแก้ไขมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่แก้ไขหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจนั้นหยุดการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้นนับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาจนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ดำเนินการตามวรรคสามภายในระยะเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่หยุดการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถอนการรับแจ้งของผู้นั้นออกจากทะเบียนการรับแจ้งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นทราบโดยเร็ว

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ให้สำนักงานจัดให้มีทะเบียนการรับแจ้งเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกานี้ และจัดให้มีช่องทางเพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบรายชื่อและสถานะของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบรับแจ้งและที่ถูกถอนการรับแจ้งจากทะเบียนการรับแจ้ง โดยระบุเหตุผลที่ถูกถอนการรับแจ้ง

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).