我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565

ว0063-2A-0008子法規・公布 2022-12-22・全 45 條

อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นธุรกิจบริการที่ต้องแจ้งให้ทราบ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง และวรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. ๒๕๖๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้ “บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล” หมายความว่า การให้บริการสื่อกลางทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกันโดยใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างผู้ประกอบการ ผู้บริโภค หรือผู้ใช้บริการ เพื่อให้เกิดธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะคิดค่าบริการหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่รวมถึงบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีไว้เพื่อเสนอสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลรายเดียวหรือบริษัทในเครือซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว ไม่ว่าจะเสนอสินค้าหรือบริการแก่บุคคลภายนอกหรือแก่บริษัทในเครือ “ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ “ผู้ประกอบการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งเสนอสินค้าหรือบริการต่อผู้บริโภคผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล “ผู้บริโภค” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับสินค้าหรือบริการ หรือได้รับการเสนอหรือการชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ประกอบการ เพื่อให้ได้รับสินค้าหรือบริการ และให้หมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้ได้รับบริการโดยชอบ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้ประกอบการ “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และให้หมายความรวมถึงผู้ประกอบการและผู้บริโภคด้วย “ค่าบริการ” หมายความรวมถึงค่าตอบแทน ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายอื่น และบรรดาเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับการให้บริการซึ่งเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า (๑) กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น (๒) รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา (๓) องค์การมหาชนที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา (๔) หน่วยงานของรัฐสภา (๕) หน่วยงานของศาล ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี (๖) องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาท (๗) องค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย (๘) นิติบุคคล คณะบุคคล หรือบุคคลซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการดำเนินงานของรัฐไม่ว่าในการใด ๆ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ พระราชกฤษฎีกานี้มิให้ใช้บังคับแก่กรณีดังต่อไปนี้ (๑) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (๒) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้บริการโดยหน่วยงานของรัฐที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจการค้าโดยตรงหรือไม่เป็นการให้บริการที่มีลักษณะเพื่อแสวงหากำไรเป็นหลัก และได้แจ้งให้สำนักงานทราบแล้ว การให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามวรรคหนึ่งต้องประกันความโปร่งใส ความเป็นธรรม หรือมีมาตรฐานการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ เมื่อสำนักงานร้องขอข้อมูลหรือเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานตาม (๑) ที่ได้จัดเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือร้องขอข้อมูลหรือเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานตาม (๒) ให้หน่วยงานดังกล่าวส่งหรือเชื่อมโยงข้อมูลให้สำนักงานตามรายการที่คณะกรรมการกำหนดโดยปรึกษาหารือกับหน่วยงานดังกล่าว

มาตรา ๕

มาตรา ๕ การควบคุมดูแลบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามกฎหมายต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายใดกำหนดการควบคุมดูแลบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเรื่องใดไว้โดยเฉพาะ และมีหลักเกณฑ์ที่ประกันความโปร่งใส ความเป็นธรรม หรือมีมาตรฐานการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๖

มาตรา ๖ การแจ้งการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล การส่งข้อมูล เอกสาร หรือรายงาน การแจ้งเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจ การออกใบรับแจ้งและการออกคำสั่งของสำนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการเผยแพร่ข้อมูลและรายงาน ตลอดจนการดำเนินการอื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ให้ถือว่าสำนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้ง ได้รับข้อมูล เอกสาร หรือรายงาน ตามวันและเวลาที่การแจ้ง ข้อมูล เอกสาร หรือรายงานนั้น เข้าสู่ระบบของสำนักงาน เว้นแต่วันหรือเวลานั้นเป็นวันหรือเวลานอกทำการของสำนักงาน ให้ถือว่าสำนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับในเวลาเริ่มทำงานของวันทำการถัดไป

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

หมวด ๑ การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เป็นธุรกิจบริการที่ต้องแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจ (๑) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักรเกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลธรรมดา หรือเกินห้าสิบล้านบาทต่อปี ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นนิติบุคคล (๒) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีจำนวนผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรเกินห้าพันรายต่อเดือน โดยคำนวณจากการใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกาศกำหนด หลักเกณฑ์ตาม (๑) และ (๒) ไม่ใช้บังคับแก่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๒) หรือ (๓) ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามข้อเสนอแนะของสำนักงาน คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดลักษณะของการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ไม่ต้องแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจได้ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ ความเหมาะสมในการควบคุมดูแล และการป้องกันความเสียหายที่เกิดจากผลกระทบดังกล่าว ในกรณีที่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งไม่มีลักษณะตามวรรคหนึ่ง หรือได้รับยกเว้นตามวรรคสาม ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจถึงรายการโดยย่อตามมาตรา ๑๒ (๑) มาตรา ๑๒ (๒) (ก) (ข) และ (ค) และมาตรา ๑๒ (๕) ตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด และไม่ต้องปฏิบัติตามหมวด ๒ หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและการควบคุมดูแล แต่ต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าวและข้อมูลตามมาตรา ๑๒ (๒) (ง) และ (จ) และมาตรา ๑๒ (๓) (ข) ให้สำนักงานทราบทุกปีตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล ในกรณีที่สำนักงานพบว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่ ให้สำนักงานแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้นดำเนินการตามวรรคสี่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้นั้นไม่ดำเนินการ ให้สำนักงานประกาศการไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่ให้สาธารณชนทราบผ่านช่องทางตามมาตรา ๑๔ ด้วย

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งประกอบธุรกิจอยู่นอกราชอาณาจักร แต่ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร ต้องแจ้งการประกอบธุรกิจต่อสำนักงานตามมาตรา ๘ ด้วย

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้ถือว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนอกราชอาณาจักรที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เป็นการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร (๑) มีการแสดงผลโดยแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นภาษาไทย (๒) มีการจดทะเบียนแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยใช้ชื่อโดเมน “.th” หรือ “.ไทย” หรือชื่ออื่นที่หมายถึงประเทศไทย หรือใช้ชื่อโดเมนภาษาไทย (๓) มีการกำหนดโดยแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ชำระเงินหรือสามารถเลือกชำระเงินเป็นสกุลเงินบาท (๔) มีเงื่อนไขให้ใช้กฎหมายไทยเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแก่ธุรกรรมซื้อขายสินค้าหรือบริการที่ได้ทำบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือกำหนดให้ดำเนินคดีในศาลไทย (๕) มีการจ่ายค่าบริการแก่ผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรเข้าถึงบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจเป็นการเฉพาะ (๖) มีการจัดตั้งสำนักงาน หน่วยงาน หรือมีบุคลากรเพื่อให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้ใช้บริการในราชอาณาจักร (๗) มีลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ เพื่อประโยชน์ในการแจ้งการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๙ และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗ วรรคสามและวรรคสี่ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๘ ให้ผู้ประกอบธุรกิจแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่ประสานงานกับสำนักงานในราชอาณาจักร โดยทำเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้ทำหน้าที่ดังกล่าวต้องอยู่ในราชอาณาจักร โดยต้องไม่ดำเนินการในลักษณะที่เป็นการประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การแต่งตั้งผู้ประสานงานภายในราชอาณาจักรตามวรรคหนึ่ง ไม่ถือเป็นการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดตั้งธุรกิจในราชอาณาจักร

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ผู้ซึ่งประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้แจ้งข้อมูลและหลักฐาน ตามรายการดังต่อไปนี้ต่อสำนักงาน (๑) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (ก) ชื่อ-สกุล หรือชื่อนิติบุคคล (ข) เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคล (ค) ที่อยู่ (ง) รอบระยะเวลาบัญชี กรณีนิติบุคคล (จ) ช่องทางการติดต่อ (๒) ข้อมูลเกี่ยวกับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (ก) ชื่อบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (ข) ประเภทบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ในกรณีที่มีบริการหลายประเภทให้ระบุบริการทุกประเภทที่ให้บริการในราชอาณาจักร (ค) ช่องทางการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น ยูอาร์แอล (URL) หรือแอปพลิเคชัน (ง) มูลค่าการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (ถ้ามี) (จ) รายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักร (ถ้ามี) (ฉ) สัดส่วนของรายได้จากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักรต่อรายได้จากการให้บริการแพลตฟอร์มดังกล่าวทั้งหมดของผู้ประกอบธุรกิจ (ถ้ามี) (๓) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ (ถ้ามี) (ก) ประเภทของผู้ใช้บริการ เช่น ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ผู้ทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัล (ข) จำนวนรวมของผู้ใช้บริการและจำนวนของผู้ใช้บริการแต่ละประเภท (ค) ประเภทของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ขนส่งสินค้า ผู้ให้บริการคลังสินค้า (ง) จำนวนรวมของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องและจำนวนของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องแต่ละประเภท (๔) ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนที่มีจำนวนมากที่สุดจำนวนห้าลำดับแรก (ก) จำนวนและประเภทเรื่องร้องเรียน (ถ้ามี) (ข) การจัดการเรื่องร้องเรียนและการระงับข้อพิพาท (๕) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประสานงานในราชอาณาจักร ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจประกอบธุรกิจอยู่นอกราชอาณาจักร (๖) คำยินยอมให้สำนักงานเข้าถึงข้อมูลที่ได้แจ้งตาม (๑) แบบการแจ้งให้เป็นไปตามที่สำนักงานประกาศกำหนด คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดให้ผู้ซึ่งประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแจ้งข้อมูลซึ่งมิใช่ความลับทางการค้าเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแบบการแจ้งข้อมูลพร้อมทั้งหลักฐานตามมาตรา ๑๒ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งในวันที่รับแจ้งนั้น และให้ผู้แจ้งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้งดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจแบบการแจ้งข้อมูลและหลักฐาน ในกรณีที่พบว่าการแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามมาตรา ๑๒ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนทั้งสิ้นในคราวเดียวกัน และนำผลการแก้ไขมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่แก้ไขหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจนั้นหยุดการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้นนับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาจนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ดำเนินการตามวรรคสามภายในระยะเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่หยุดการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถอนการรับแจ้งของผู้นั้นออกจากทะเบียนการรับแจ้งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นทราบโดยเร็ว

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ให้สำนักงานจัดให้มีทะเบียนการรับแจ้งเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกานี้ และจัดให้มีช่องทางเพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบรายชื่อและสถานะของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบรับแจ้งและที่ถูกถอนการรับแจ้งจากทะเบียนการรับแจ้ง โดยระบุเหตุผลที่ถูกถอนการรับแจ้ง

หมวด ๒ หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และการควบคุมดูแล

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งข้อมูลตามมาตรา ๑๒ ทุกปี ตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งให้สำนักงานทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตามมาตรา ๑๒ (๑) มาตรา ๑๒ (๒) (ก) (ข) และ (ค) และมาตรา ๑๒ (๕)

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังต่อไปนี้ ต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบเกี่ยวกับข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการตามมาตรา ๑๗ ก่อนหรือขณะใช้บริการ (๑) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะดังนี้ (ก) ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการโดยคิดค่าบริการ (ข) ให้บริการเป็นสื่อกลางในการเสนอสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภค ไม่ว่าธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการนั้นจะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมดหรือบางส่วน และ (ค) ผู้ประกอบธุรกิจมีสัญญากับผู้ประกอบการในการเสนอสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภค (๒) บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ (search engine)

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมในการให้บริการ ให้ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๖ ประกาศข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการให้ผู้ใช้บริการทราบอย่างชัดเจนและเหมาะสม ก่อนหรือขณะเข้าใช้บริการ อย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) เงื่อนไขในการให้บริการ การระงับหรือการหยุดให้บริการ และการคิดค่าบริการ (๒) ปัจจัยหลักของอัลกอริทึมหรือของหลักเกณฑ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการจัดอันดับหรือแนะนำรายการสินค้าหรือบริการแก่ผู้ใช้บริการ (๓) ปัจจัยหลักของอัลกอริทึมหรือของหลักเกณฑ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการนำเสนอโฆษณาสินค้าหรือบริการแก่ผู้ใช้บริการ (๔) ปัจจัยหลักของอัลกอริทึมหรือของหลักเกณฑ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการประเมินความพึงพอใจและการแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ (๕) การเข้าถึงและการใช้งานข้อมูลที่ได้รับจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ใช้บริการ (๖) ช่องทางการให้ความช่วยเหลือ กระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน และการระงับข้อพิพาท รวมทั้งกรอบระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าว (๗) การจัดระดับการนำเสนอสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่เหมาะสมต่อผู้ใช้บริการแต่ละกลุ่ม (๘) การดำเนินการต่อสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามมาตรานี้ของผู้ประกอบธุรกิจ ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดรายละเอียดการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่แจ้งให้สำนักงานและผู้ใช้บริการทราบด้วยตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ให้ผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่งยื่นรายงานการดำเนินการตามมาตรานี้ทุกปีตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด ให้สำนักงานเผยแพร่รายงานหรือข้อมูลในรายงานตามวรรคสี่ให้สาธารณชนทราบผ่านช่องทางตามมาตรา ๑๔ ด้วย

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ให้ถือว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังต่อไปนี้ เป็นบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่หรือบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะ (๑) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ซึ่งมีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักรแต่ละประเภทบริการเกินสามร้อยล้านบาทต่อปี หรือรวมทุกประเภทบริการเกินหนึ่งพันล้านบาทต่อปี หรือมีจำนวนผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรเกินจำนวนร้อยละสิบของจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามประกาศ เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร โดยคำนวณจากการใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกาศกำหนด (๒) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะอันเนื่องมาจากความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์ ความน่าเชื่อถือและยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสาธารณชน และมีผลกระทบในระดับสูงที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้น ตามหลักเกณฑ์การประเมินระดับผลกระทบของการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (๓) บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ สุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อม การพลังงาน การสื่อสารและโทรคมนาคม การขนส่งและโลจิสติกส์ และการสาธารณูปโภค ซึ่งคณะกรรมการประกาศกำหนดให้เป็นบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะโดยข้อเสนอของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติตามมาตรานี้ ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่หรือบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะประเภทใดหรือรายใด มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ หรือมาตรา ๒๑ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ นอกจากหน้าที่อื่นที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ตามมาตรา ๑๘ (๑) ที่สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง มีหน้าที่ประเมินความเสี่ยง รวมทั้งมีมาตรการการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ การจัดการภาวะวิกฤติ การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย การตรวจสอบโดยผู้ตรวจประเมินภายนอก และการดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ นอกจากหน้าที่อื่นที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๒) ที่สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง มีหน้าที่ประเมินความเสี่ยง รวมทั้งมีมาตรการการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว และการดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ นอกจากหน้าที่อื่นที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๓) ที่สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง มีหน้าที่ประเมินความเสี่ยง รวมทั้งมีมาตรการการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว และการดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการร่วม

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งดำเนินการตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ หรือมาตรา ๒๑ มีหน้าที่ยื่นรายงานการดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงานทุกปี ตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ ให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ (๒) หรือ (๓) ที่สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการด้วย โดยมีระยะเวลาการรับฟังความคิดเห็นอย่างน้อยสิบห้าวัน และต้องแจ้งให้สำนักงานทราบ เว้นแต่การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการนั้นเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ ไม่ต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ (๑) เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย (๒) เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้บริการ (๓) เพื่อให้ครอบคลุมบริการใหม่หรือบริการที่ปรับปรุง (๔) เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการ (๕) เพื่อลดภาระหรือเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ใช้บริการ (๖) เพื่อให้เป็นไปตามที่สำนักงานประกาศกำหนด ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการหรือกระทบต่อความเป็นธรรมในการใช้บริการ สำนักงานอาจมีคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๘ (๒) หรือ (๓) ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นหรือแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการตามมาตรา ๑๗ ให้เกิดความเป็นธรรม ภายในระยะเวลาที่กำหนด

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้คณะกรรมการทบทวนการกำหนดบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่และบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง รวมทั้งหน้าที่เพิ่มเติมของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ ทุกปี

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีมาตรการการบรรเทาความเสียหายและการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยมาตรการ ดังต่อไปนี้ (๑) กระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน (๒) ช่องทางการให้ความช่วยเหลือผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ (๓) มาตรการอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ นอกจากต้องดำเนินการตามมาตรา ๒๕ แล้ว ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๘ วรรคสอง ต้องจัดให้มีมาตรการการบรรเทาความเสียหายและการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ดังต่อไปนี้ ไว้ในข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการด้วย (๑) ขั้นตอนและมาตรการการดูแลผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ (๒) ขั้นตอนการเยียวยาความเสียหายและการแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ใช้บริการทราบ (๓) การระบุสาระสำคัญของสัญญาประกันภัยที่ผู้ประกอบธุรกิจได้ทำไว้ในกรณีเกิดความเสียหาย (ถ้ามี) (๔) มาตรการอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ได้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกานี้ และไม่มีปัญหาอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด สำนักงานอาจออกเครื่องหมายแสดงการรับรองหรือข้อความอื่นในทำนองเดียวกัน ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจจะแสดงหรือเผยแพร่ได้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการออกเครื่องหมายแสดงการรับรองหรือข้อความอื่นตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่จะเลิกประกอบธุรกิจ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่สำนักงานประกาศกำหนด ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๖ หรือมาตรา ๑๘ วรรคสอง ประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ประกอบธุรกิจต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันก่อนวันที่จะเลิกประกอบธุรกิจ และให้แจ้งแผนและมาตรการในการดูแลผู้ใช้บริการให้สำนักงานทราบด้วย เพื่อประโยชน์ในการทำแผนและมาตรการตามวรรคสอง คณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจชดใช้หรือเยียวยาผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ หรือการอื่นที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการ ให้ผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่งและวรรคสองประกาศให้ผู้ใช้บริการทราบการแจ้งเลิกการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรานี้ทันทีที่ได้แจ้งให้สำนักงานทราบ โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคสองแจ้งแผนและมาตรการในการดูแลผู้ใช้บริการไปพร้อมกันด้วย

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ เพื่อประโยชน์ในการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ก่อนออกใบรับแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ประกอบธุรกิจได้ดำเนินการตามแผนและมาตรการตามมาตรา ๒๘ วรรคสอง ครบถ้วนแล้ว หากได้ดำเนินการครบถ้วน และไม่พบผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ให้ถือว่าการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นอันเลิก เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ ให้สำนักงานประกาศการเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้สาธารณชนทราบผ่านช่องทางตามมาตรา ๑๔ ด้วย

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ให้สำนักงานจัดให้มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนกลางที่เกิดจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อเป็นช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการ โดยให้รายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการทุกปี ให้นำความในวรรคหนึ่ง มาใช้บังคับแก่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรา ๘ วรรคสี่ ด้วยโดยอนุโลม และให้สำนักงานมีอำนาจขอความร่วมมือบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวในการแก้ไขเรื่องร้องเรียนที่สำนักงานได้รับด้วย

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ให้สำนักงานมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีหรือมีกลไกในการกำกับดูแลตนเองที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของบริการที่ได้จากผลการประเมินความเสี่ยง และมาตรการส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจอันดีและเป็นที่ยอมรับร่วมกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ใช้บริการ และหน่วยงานของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง สำนักงานอาจจัดทำคู่มือเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการดำเนินการได้

หมวด ๓ การถอนการรับแจ้งการประกอบธุรกิจ

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขตามที่กำหนดในหมวด ๒ หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและการควบคุมดูแล หรือตามประกาศของคณะกรรมการหรือของสำนักงาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจนั้นให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องและครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดดังกล่าว ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามวรรคหนึ่งภายในระยะเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งห้ามการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถอนการรับแจ้งของผู้นั้นออกจากทะเบียนการรับแจ้งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นทราบโดยเร็ว ให้สำนักงานประกาศการถูกถอนออกจากทะเบียนการรับแจ้งให้สาธารณชนทราบผ่านช่องทางตามมาตรา ๑๔ ด้วย

หมวด ๔ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐ” เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการร่วม” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธานกรรมการ คนที่สอง ปลัดกระทรวงแรงงาน เลขาธิการ ก.พ.ร. อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานอื่นซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามมาตรา ๓๕ คณะกรรมการร่วมอาจมีมติให้เชิญผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณาเข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราวในฐานะกรรมการด้วยได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ซึ่งได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะเป็นกรรมการสำหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ให้คณะกรรมการร่วมมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาแก่คณะกรรมการและผู้อำนวยการในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้ (๒) สอดส่องดูแล ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกานี้ (๓) พิจารณาและวินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่ประกันความโปร่งใส ความเป็นธรรม หรือมาตรฐานตามมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๕ (๔) ให้คำแนะนำการกำหนดลักษณะของการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องแจ้งตามมาตรา ๘ วรรคสาม และการกำหนดลักษณะการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ถือว่าเป็นการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแก่ผู้ใช้บริการซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๐ (๗) (๕) เสนอแนะแนวทางการดำเนินการตามมาตรา ๑๘ (๖) เสนอแนะแนวทางการกำหนดหน้าที่เพิ่มเติมสำหรับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๒๑ และการทบทวนการกำหนดบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่และบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะ รวมทั้งหน้าที่เพิ่มเติมตามมาตรา ๒๔ (๗) เสนอแนะแนวทางการกำหนดมาตรการการบรรเทาความเสียหาย และการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๘ วรรคสาม (๘) ประสานให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๓๙ และในการอื่นที่จำเป็น (๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการร่วมมอบหมาย (๑๐) ปฏิบัติการอื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้และตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการร่วมคำนึงถึงการลดความซ้ำซ้อนที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติตามกฎของหน่วยงานของรัฐ การอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจและผู้ใช้บริการ การชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการร่วมและคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐ ทำให้หน่วยงานของรัฐนั้นมีความจำเป็นต้องขอข้อมูลที่สำนักงานได้รับจากการแจ้งให้ทราบตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้สำนักงานร่วมมือโดยให้ข้อมูลดังกล่าวแก่หน่วยงานนั้นโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบธุรกิจและลดความซ้ำซ้อนในการขอข้อมูล ในกรณีที่สำนักงานจำเป็นต้องใช้ข้อมูลซึ่งหน่วยงานของรัฐได้มีการขอหรือจัดเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ประกอบการไว้แล้ว สำนักงานอาจขอให้หน่วยงานดังกล่าวเปิดเผย หรือเชื่อมโยงข้อมูลเช่นว่านั้นแก่สำนักงาน และให้หน่วยงานของรัฐนั้นให้ความร่วมมือดำเนินการดังกล่าวแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้า

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ เพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมายและพระราชกฤษฎีกานี้ สำนักงานอาจขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กฎหมายให้ไว้แก่หน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการนั้น ต่อผู้ประกอบธุรกิจและผู้ใช้บริการ ซึ่งฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกานี้ได้ ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การที่หน่วยงานของรัฐขอความร่วมมือจากสำนักงานด้วยโดยอนุโลม

หมวด ๕ การอุทธรณ์

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ให้อุทธรณ์ต่อผู้อำนวยการ คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยคณะกรรมการร่วม สำนักงาน หรือผู้อำนวยการให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ ผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ใช้บริการ และผู้ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำสั่งทางปกครองที่ออกตามพระราชกฤษฎีกานี้ อาจอุทธรณ์คำสั่งโดยยื่นต่อสำนักงาน พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง หรือต่อผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๔๐ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง หรือนับแต่วันที่รู้หรือควรจะรู้ถึงคำสั่งดังกล่าว แล้วแต่กรณี คำอุทธรณ์ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์ โดยระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงประกอบด้วย ให้ผู้รับคำอุทธรณ์ออกใบรับคำอุทธรณ์ ลงวัน เดือน ปีที่รับ และลายมือชื่อผู้รับให้แก่ผู้อุทธรณ์

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันรับอุทธรณ์ ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้แจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบระยะเวลา ทั้งนี้ ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์อาจขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว บทเฉพาะกาล

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับและธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ต้องแจ้งให้ทราบก่อนการประกอบธุรกิจตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ หากประสงค์จะประกอบธุรกิจต่อไป ให้แจ้งการประกอบธุรกิจตามพระราชกฤษฎีกานี้ต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ในระหว่างนั้น ให้ประกอบธุรกิจต่อไปได้ ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบตามวรรคหนึ่ง ผู้ใดประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจดังกล่าวต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ และให้นำความในมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรา ๘ วรรคสี่ ซึ่งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้แจ้งรายการโดยย่อตามมาตรา ๑๒ (๑) มาตรา ๑๒ (๒) (ก) (ข) และ (ค) และมาตรา ๑๒ (๕) ตามแบบที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศกำหนด ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้นำความในมาตรา ๘ วรรคห้า มาใช้บังคับแก่ผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันมีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นสื่อกลางทางออนไลน์จำนวนมาก ครอบคลุมลักษณะและประเภทธุรกิจที่หลากหลาย และมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น สมควรที่จะต้องกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการดังกล่าว เพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์ เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสาธารณชน โดยกำหนดให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นธุรกิจบริการที่ต้องแจ้งให้ทราบ รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและการควบคุมดูแลเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และกำหนดกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีหรือมีกลไกในการกำกับดูแลตนเองที่เหมาะสมสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查