มาตรา ๓๔ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐ” เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการร่วม” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธานกรรมการ คนที่สอง ปลัดกระทรวงแรงงาน
เลขาธิการ ก.พ.ร. อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานอื่นซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามมาตรา ๓๕ คณะกรรมการร่วมอาจมีมติให้เชิญผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณาเข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราวในฐานะกรรมการด้วยได้ ในกรณีเช่นนี้
ให้ผู้ซึ่งได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะเป็นกรรมการสำหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
มาตรา ๓๕ ให้คณะกรรมการร่วมมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาแก่คณะกรรมการและผู้อำนวยการในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้ (๒) สอดส่องดูแล ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกานี้ (๓)
พิจารณาและวินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่ประกันความโปร่งใส ความเป็นธรรม หรือมาตรฐานตามมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๕ (๔) ให้คำแนะนำการกำหนดลักษณะของการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องแจ้งตามมาตรา ๘ วรรคสาม
และการกำหนดลักษณะการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ถือว่าเป็นการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแก่ผู้ใช้บริการซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๐ (๗) (๕) เสนอแนะแนวทางการดำเนินการตามมาตรา ๑๘ (๖) เสนอแนะแนวทางการกำหนดหน้าที่เพิ่มเติมสำหรับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๒๑
และการทบทวนการกำหนดบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่และบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะ รวมทั้งหน้าที่เพิ่มเติมตามมาตรา ๒๔ (๗) เสนอแนะแนวทางการกำหนดมาตรการการบรรเทาความเสียหาย และการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๘
วรรคสาม (๘) ประสานให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๓๙ และในการอื่นที่จำเป็น (๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการร่วมมอบหมาย (๑๐)
ปฏิบัติการอื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้และตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการร่วมคำนึงถึงการลดความซ้ำซ้อนที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติตามกฎของหน่วยงานของรัฐ การอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจและผู้ใช้บริการ
การชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย
มาตรา ๓๖ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการร่วมและคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๓๗ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐ ทำให้หน่วยงานของรัฐนั้นมีความจำเป็นต้องขอข้อมูลที่สำนักงานได้รับจากการแจ้งให้ทราบตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้สำนักงานร่วมมือโดยให้ข้อมูลดังกล่าวแก่หน่วยงานนั้นโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มาตรา ๓๘ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบธุรกิจและลดความซ้ำซ้อนในการขอข้อมูล ในกรณีที่สำนักงานจำเป็นต้องใช้ข้อมูลซึ่งหน่วยงานของรัฐได้มีการขอหรือจัดเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ประกอบการไว้แล้ว สำนักงานอาจขอให้หน่วยงานดังกล่าวเปิดเผย หรือเชื่อมโยงข้อมูลเช่นว่านั้นแก่สำนักงาน
และให้หน่วยงานของรัฐนั้นให้ความร่วมมือดำเนินการดังกล่าวแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้า
มาตรา ๓๙ เพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมายและพระราชกฤษฎีกานี้ สำนักงานอาจขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กฎหมายให้ไว้แก่หน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการนั้น ต่อผู้ประกอบธุรกิจและผู้ใช้บริการ
ซึ่งฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกานี้ได้ ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การที่หน่วยงานของรัฐขอความร่วมมือจากสำนักงานด้วยโดยอนุโลม
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).