มาตรา ๔๐
มาตรา ๔๐ คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ให้อุทธรณ์ต่อผู้อำนวยการ คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยคณะกรรมการร่วม สำนักงาน หรือผู้อำนวยการให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ
มาตรา ๔๐ คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ให้อุทธรณ์ต่อผู้อำนวยการ คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยคณะกรรมการร่วม สำนักงาน หรือผู้อำนวยการให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ
มาตรา ๔๑ ผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ใช้บริการ และผู้ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำสั่งทางปกครองที่ออกตามพระราชกฤษฎีกานี้ อาจอุทธรณ์คำสั่งโดยยื่นต่อสำนักงาน พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง หรือต่อผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๔๐ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง หรือนับแต่วันที่รู้หรือควรจะรู้ถึงคำสั่งดังกล่าว แล้วแต่กรณี คำอุทธรณ์ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์ โดยระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงประกอบด้วย ให้ผู้รับคำอุทธรณ์ออกใบรับคำอุทธรณ์ ลงวัน เดือน ปีที่รับ และลายมือชื่อผู้รับให้แก่ผู้อุทธรณ์
มาตรา ๔๒ ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันรับอุทธรณ์ ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้แจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบระยะเวลา ทั้งนี้ ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์อาจขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว บทเฉพาะกาล
มาตรา ๔๓ ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับและธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ต้องแจ้งให้ทราบก่อนการประกอบธุรกิจตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ หากประสงค์จะประกอบธุรกิจต่อไป ให้แจ้งการประกอบธุรกิจตามพระราชกฤษฎีกานี้ต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ในระหว่างนั้น ให้ประกอบธุรกิจต่อไปได้ ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบตามวรรคหนึ่ง ผู้ใดประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจดังกล่าวต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ และให้นำความในมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๔๔ ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรา ๘ วรรคสี่ ซึ่งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้แจ้งรายการโดยย่อตามมาตรา ๑๒ (๑) มาตรา ๑๒ (๒) (ก) (ข) และ (ค) และมาตรา ๑๒ (๕) ตามแบบที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศกำหนด ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้นำความในมาตรา ๘ วรรคห้า มาใช้บังคับแก่ผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันมีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นสื่อกลางทางออนไลน์จำนวนมาก ครอบคลุมลักษณะและประเภทธุรกิจที่หลากหลาย และมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น สมควรที่จะต้องกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบริการดังกล่าว เพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์ เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสาธารณชน โดยกำหนดให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นธุรกิจบริการที่ต้องแจ้งให้ทราบ รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและการควบคุมดูแลเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และกำหนดกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีหรือมีกลไกในการกำกับดูแลตนเองที่เหมาะสมสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).