มาตรา ๑๑ ผู้ใดประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๗ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตพร้อมด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล
(๒) หนังสือมอบอำนาจในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ใช่ผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล (๓) ระบบและเทคโนโลยีที่ใช้ในการให้บริการ (๔) แผนการบริหารความเสี่ยง และการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงในการให้บริการ (๕) แผนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (๖)
แผนและมาตรการควบคุมดูแลและป้องกันการทุจริตหรือการฉ้อโกงจากการใช้งานระบบ (๗) แผนและมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางระบบสารสนเทศ (๘) แผนและมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการ (๙) คำยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลตาม (๑) เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
มาตรา ๑๒ เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานแล้ว ให้สำนักงานตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐาน ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาตถูกต้องและครบถ้วน ให้สำนักงานออกใบรับคำขอรับใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา
ในกรณีที่คำขอรับใบอนุญาตไม่ถูกต้องหรือยังขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้สำนักงานบันทึกความบกพร่องนั้นไว้และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินการแก้ไขคำขอรับใบอนุญาต หรือจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด
ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ดำเนินการตามที่สำนักงานได้แจ้งตามวรรคสอง ให้ถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้สำนักงานจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบและแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบ
มาตรา ๑๓ ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ให้คณะกรรมการมีคำสั่งออกใบอนุญาตและอาจกำหนดเงื่อนไขใด ๆ เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเท่าที่จำเป็นได้ และให้สำนักงานออกใบอนุญาตแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตโดยเร็ว ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต
ให้แจ้งเหตุผลให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบด้วย
มาตรา ๑๔ ก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ ให้ผู้รับใบอนุญาตส่งรายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมในการประกอบธุรกิจที่อย่างน้อยต้องประกอบด้วยความพร้อมด้านเทคโนโลยีและด้านบุคลากรให้แก่สำนักงานภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต ในกรณีที่มีเหตุผลจำเป็น
ผู้รับใบอนุญาตจะขอให้สำนักงานขยายระยะเวลาตามวรรคหนึ่งออกไปก็ได้ แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินสองร้อยสี่สิบวัน ให้สำนักงานพิจารณารายงานตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว
ให้ขยายระยะเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนด และให้สำนักงานแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ส่งรายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมในการประกอบธุรกิจภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานเสนอคณะกรรมการมีคำสั่งให้ใบอนุญาตสิ้นผล
มาตรา ๑๕ ในกรณีที่สำนักงานพิจารณารายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมของผู้รับใบอนุญาตแล้วเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตมีความพร้อมในการประกอบธุรกิจ ให้สำนักงานแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจได้ แต่ถ้าสำนักงานเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตยังไม่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจ
ให้สำนักงานแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไขเรื่องดังกล่าว และจัดส่งรายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมในการประกอบธุรกิจอีกครั้งภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด และให้นำระยะเวลาตามมาตรา ๑๔ วรรคสาม มาใช้บังคับแก่การพิจารณารายงานดังกล่าวด้วยโดยอนุโลม
ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่แก้ไขหรือไม่สามารถดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานเสนอคณะกรรมการมีคำสั่งให้ใบอนุญาตสิ้นผล
มาตรา ๑๖ ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำสั่งให้ใบอนุญาตสิ้นผลตามมาตรา ๑๔ วรรคสี่ หรือมาตรา ๑๕ วรรคสอง ให้สำนักงานแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ และประกาศการสิ้นผลของใบอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปทราบ
มาตรา ๑๗ คำขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาต และรายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมในการประกอบธุรกิจ ให้เป็นไปตามแบบที่สำนักงานกำหนด
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).