我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาต พ.ศ. 2565 หมวด ๓ หน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต

มาตรา ๑๘–มาตรา ๒๓共 6 條

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตแต่งตั้งหรือยินยอมให้ผู้ซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาต (๑) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๒) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๓) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๓๕ และยังไม่พ้นกำหนดสามปีนับแต่วันถูกเพิกถอน (๔) เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (๕) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม (๖) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ (๗) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (๘) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (๙) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต (๑๐) เคยพ้นจากตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทมหาชนจำกัดเพราะเหตุมีลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้บริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (๑๑) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติอื่นใดตามที่สำนักงานประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตมีการใช้บริการจากบุคคลภายนอกเพื่อเก็บรวบรวมหรือเก็บรักษาข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งให้สำนักงานทราบ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนดด้วย ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้บริการจากบุคคลภายนอกที่แตกต่างจากที่แจ้งไว้ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งต่อสำนักงานในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตเปลี่ยนแปลงเรื่องหนึ่งเรื่องใด ดังต่อไปนี้ (๑) ทุนจดทะเบียนของผู้รับใบอนุญาต (๒) กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาต (๓) ระบบหรือเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการ (๔) การเปลี่ยนแปลงอื่นที่สำคัญต่อการประกอบธุรกิจตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งให้สำนักงานทราบเมื่อได้รับการร้องเรียนหรือฟ้องร้องเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ ตลอดจนการดำเนินการของผู้รับใบอนุญาตในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกาศกำหนด

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ให้ผู้รับใบอนุญาตจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการ บัญชี เอกสาร หรือหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการ สินทรัพย์ และหนี้สินเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกาศกำหนด

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจประเมินระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลและรายงานต่อสำนักงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และระยะเวลาที่สำนักงานประกาศกำหนด

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).