มาตรา ๒๙ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้แจ้งสำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่คาดว่าจะเลิกประกอบธุรกิจตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกาศกำหนด
มาตรา ๓๐ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ใช้บริการ เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการ หรือเพื่อความต่อเนื่องในการใช้งานของผู้ใช้บริการ ให้คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาในการเลิกประกอบธุรกิจ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย (๑)
การจัดการและจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลหรือข้อมูลอื่นใดของผู้รับใบอนุญาต (๒) การโอนบริการไปให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่น (๓) การบอกกล่าวและการเยียวยาแก่ผู้ใช้บริการ (๔) ระยะเวลาในการดำเนินการตาม (๑) (๒) และ (๓)
มาตรา ๓๑ เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้ดำเนินการตามมาตรา ๓๐ ครบถ้วนแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งผลการดำเนินการต่อสำนักงานตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกาศกำหนด และให้สำนักงานเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจ
มาตรา ๓๒ ในกรณีที่คณะกรรมการอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจ ให้สำนักงานแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบภายในสามวันนับแต่วันที่คณะกรรมการมีมติ และให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งให้ผู้ใช้บริการของผู้รับใบอนุญาตทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจ
ในการนี้ให้สำนักงานประกาศให้ประชาชนทั่วไปทราบด้วย ให้ใบอนุญาตสิ้นผลนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่ง
มาตรา ๓๓ การเลิกประกอบธุรกิจไม่กระทบต่อผลของการพิสูจน์และยืนยันตัวตนที่ได้กระทำไปโดยอาศัยระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของผู้รับใบอนุญาตก่อนวันที่เลิกประกอบธุรกิจ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).