มาตรา ๓๔ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามคำสั่งของสำนักงานตามมาตรา ๒๘ ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด คณะกรรมการอาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ครั้งละไม่เกินเก้าสิบวัน เว้นแต่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการปฏิบัติหรือการดำเนินการตามคำสั่งของสำนักงานนั้นจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาเกินเก้าสิบวัน
คณะกรรมการจะกำหนดระยะเวลาเกินเก้าสิบวันก็ได้ ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติให้ถูกต้องระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาต
มาตรา ๓๕ ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตมาแล้ว และภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกรณีที่อาจถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีกไม่ว่าจะเป็นเหตุเดียวกันหรือไม่ก็ตาม (๒)
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือพระราชกฤษฎีกานี้ซ้ำอีกภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่คณะกรรมการมีคำสั่งปรับครั้งแรก (๓) ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๗ ประกาศของสำนักงานตามมาตรา ๒๔ หรือเงื่อนไขในใบอนุญาต
หรือไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามคำสั่งของสำนักงานตามมาตรา ๒๘ จนอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการอย่างร้ายแรงหรือกระทบต่อระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (๔) ไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามคำสั่งของสำนักงานตามมาตรา ๒๘ จนพ้นกำหนดระยะเวลาพักใช้ใบอนุญาต ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๒
มาใช้บังคับกับการประกาศคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๓๖ การเพิกถอนใบอนุญาตไม่กระทบต่อผลของการพิสูจน์และยืนยันตัวตนที่ได้กระทำไปโดยอาศัยระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของผู้รับใบอนุญาตก่อนวันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๓๗ ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชกฤษฎีกานี้ซึ่งได้ประกอบธุรกิจอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลต่อไปได้
โดยให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตพร้อมด้วยรายงานผลการตรวจประเมินความพร้อมในการประกอบธุรกิจภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ และเมื่อได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้ดำเนินกิจการต่อไปได้จนกว่าคณะกรรมการจะมีคำสั่งไม่อนุญาต
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่บริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเป็นบริการที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเป็นขั้นตอนสำคัญในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องมีการพิสูจน์และยืนยันตัวตน
และช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สมควรควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล โดยการกำหนดลักษณะของการประกอบธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่ต้องได้รับใบอนุญาตและกำหนดหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจ
เพื่อให้ระบบดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสาธารณชน ตลอดจนเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและยอมรับในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้