มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการกีฬาอาชีพ” ประกอบด้วย (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนหกคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
และผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (๓) กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ซึ่งได้รับเลือกให้เป็น (ก) ผู้แทนนักกีฬาอาชีพซึ่งมาจากการเลือกกันเองของนักกีฬาอาชีพให้เหลือสี่คน โดยต้องเป็นนักกีฬาอาชีพต่างชนิดกัน (ข) ผู้แทนผู้เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพจำนวนสี่คน ได้แก่ ผู้แทนบุคลากรกีฬาอาชีพ
ผู้แทนผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ ผู้แทนสโมสรกีฬาอาชีพ และผู้แทนสมาคมกีฬาอาชีพ ซึ่งมาจากการเลือกกันเองในแต่ละฝ่ายให้เหลือฝ่ายละหนึ่งคน โดยต้องเป็นกีฬาอาชีพต่างชนิดกัน (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านต่าง ๆ
อันเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมกีฬาอาชีพจำนวนหกคน ซึ่งในจำนวนนี้ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารจัดการกีฬาด้านการตลาดและระบบสิทธิประโยชน์ ด้านกฎหมาย และด้านสื่อสารมวลชนเกี่ยวกับกีฬาอย่างน้อยด้านละหนึ่งคน ให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยแต่งตั้งรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยคนหนึ่งเป็นเลขานุการ
มาตรา ๗ ภายใต้บังคับมาตรา ๘ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกหรือแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๘ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) ต้องมีสัญชาติไทยและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๒) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต (๓) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๔) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของการกีฬาแห่งประเทศไทย (๕) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจหรือจากหน่วยงานเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่ (๖) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๙ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปีและอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีดำเนินการเพื่อให้มีการแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวัน
เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้นั้นเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่
ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่
มาตรา ๑๐ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๘ (๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๖) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลง และยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่
มาตรา ๑๑ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนแม่บทเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ (๒) เสนอแนะคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการใช้มาตรการทางภาษีอากร เพื่อการส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพ (๓)
เสนอความเห็นหรือให้คำปรึกษาต่อรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีในเรื่องอันอาจมีผลกระทบต่อการส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพ (๔) กำหนดชนิดหรือประเภทกีฬาที่ให้ถือว่าเป็นกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ (๕) กำหนดลักษณะหรือนิยามความหมายของการเป็นผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน
หรือผู้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาอาชีพซึ่งให้ถือว่าเป็นบุคลากรกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้ (๖) ออกระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นจดแจ้ง การจดแจ้ง รายการหลักฐานการจดแจ้ง การเปลี่ยนรายการหลักฐานการจดแจ้ง การยกเลิกหลักฐานการจดแจ้ง การกำหนดแบบการจดแจ้ง
การกำหนดแบบหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้ง การออกหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งและใบแทน หรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับการจัดทำฐานข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล การเผยแพร่ข้อมูลของนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ สโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพ และผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ หรือการอื่นที่เกี่ยวกับกีฬาอาชีพ (๗)
กำหนดมาตรฐานการจ้าง มาตรฐานการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ มาตรฐานความปลอดภัยให้เป็นธรรมและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล (๘) ออกประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ (๙) ออกระเบียบกําหนดเงื่อนไขและมาตรการ และพิจารณาให้การคุ้มครอง ช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุนนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ
ผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ สมาคมกีฬาอาชีพและสโมสรกีฬาอาชีพ (๑๐) ออกระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และวิธีพิจารณาเกี่ยวกับการอุทธรณ์และการร้องทุกข์ (๑๑) วินิจฉัยอุทธรณ์ วินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ของนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ และการดำเนินการที่เกี่ยวกับการกีฬาอาชีพ (๑๒) (ยกเลิก) (๑๓) (ยกเลิก)
(๑๔) ปฏิบัติการอื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหรือตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
มาตรา ๑๒ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา ๑๓ ให้มีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้ง ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการอื่นอีกสี่คน โดยในจำนวนนี้จะต้องเป็นผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ด้านกฎหมายอย่างน้อยหนึ่งคน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง
และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์โดยอนุโลม
มาตรา ๑๔ คณะกรรมการหรือคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์มอบหมายก็ได้
มาตรา ๑๕ ให้คณะกรรมการ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ และคณะอนุกรรมการ ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๑๖ ให้การกีฬาแห่งประเทศไทยทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการและคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ รับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม การศึกษา วิเคราะห์และรวบรวมข้อมูล และกิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการและคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).