มาตรา ๑๗ ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพจดแจ้งการดำเนินการต่อนายทะเบียน การจดแจ้งตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับนักกีฬาอาชีพ และบุคลากรกีฬาอาชีพที่อยู่ในสังกัดหรือในความดูแลของตน เมื่อนายทะเบียนได้รับแบบการจดแจ้งและหลักฐานแล้ว ให้รับจดแจ้ง
และออกหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งให้แก่ผู้ยื่นจดแจ้งโดยไม่ชักช้า เว้นแต่ผู้ยื่นจดแจ้งดำเนินการไม่ถูกต้องหรือครบถ้วน ให้นายทะเบียนแนะนำให้ผู้ยื่นจดแจ้งดำเนินการให้ถูกต้องและครบถ้วนในคราวเดียวกันภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแบบการจดแจ้งและหลักฐานการจดแจ้ง เมื่อได้ดำเนินการถูกต้องและครบถ้วน
ให้รับจดแจ้งพร้อมออกหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งให้แก่ผู้แจ้ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นจดแจ้ง การจดแจ้ง รายการหลักฐานการจดแจ้ง แบบการจดแจ้ง แบบหนังสือสำคัญ และการออกใบแทนหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๑๘ เมื่อได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งแล้ว สโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพนั้นอาจใช้คำซึ่งแสดงว่าเป็นกีฬาอาชีพประกอบชื่อสโมสรหรือสมาคมก็ได้ สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุน
ตามเงื่อนไขและมาตรการที่คณะกรรมการกำหนด รวมตลอดถึงสิทธิประโยชน์อื่นที่กฎหมายกำหนด
มาตรา ๑๙ สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ได้รับหนังสือสําคัญแสดงการจดแจ้งตามมาตรา ๑๗ ที่ประสงค์จะขอรับการช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุนจากกองทุน ให้ยื่นคําขอต่อคณะกรรมการ คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นคำขอ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๒๐ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดข้อมูล หรือรายการหลักฐานที่ได้เคยยื่นขอจดแจ้งไว้แล้ว ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพนั้นแจ้งการเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงนั้น หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นคำขอเปลี่ยนแปลง รายการหลักฐานการจดแจ้ง
การยกเลิกหลักฐานการจดแจ้ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๒๑ สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดที่ได้รับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพเข้าอยู่ในสังกัดหรืออยู่ในความดูแล มีหน้าที่ต้องจัดทำสัญญาจ้างหรือความตกลงร่วมกัน แล้วแต่กรณี เป็นหนังสือ ข้อกำหนดในสัญญาจ้างหรือความตกลงร่วมกันตามวรรคหนึ่ง
ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการจ้างหรือมาตรการในการคุ้มครองที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยอย่างน้อยต้องกำหนดเรื่องชั่วโมงทำงานตามปกติ วันหยุด วันลา การเลิกจ้าง มาตรการด้านความปลอดภัย และการคุ้มครองนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพ การทำประกันเพื่อคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และอุบัติเหตุ
สำหรับนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ การเยียวยารักษากรณีมีความเสียหายหรืออันตรายอันเกิดจากการบาดเจ็บในการฝึกซ้อมหรือแข่งขันกีฬาอาชีพ รายได้ การแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพกับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพ
มาตรา ๒๒ ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพออกระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยจรรยาสำหรับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่อยู่ในสังกัดหรืออยู่ในความดูแลซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ เพื่อใช้บังคับเป็นการภายในให้ชัดเจน
ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพกำหนดบทลงโทษนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่อยู่ในสังกัดหรืออยู่ในความดูแลที่ฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยจรรยาตามวรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
ในกรณีที่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพไม่ลงโทษนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพตามบทลงโทษตามวรรคสอง สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพนั้นอาจถูกตัดสิทธิตามมาตรา ๑๘ ได้ทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน
มาตรา ๒๓ เพื่อประโยชน์ในการกำกับการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา ๒๒ ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพส่งระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยจรรยาสำหรับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่อยู่ในสังกัดหรืออยู่ในความดูแลตามมาตรา ๒๒ ต่อนายทะเบียนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งตามมาตรา ๑๗
ในกรณีที่ระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยจรรยาที่ได้ยื่นไว้ตามวรรคหนึ่งเปลี่ยนแปลงไป ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพแจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
มาตรา ๒๔ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดตามมาตรา ๖๔ ถึงมาตรา ๖๗ ให้สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพตัดสิทธินักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่อยู่ในสังกัดหรืออยู่ในความดูแล ในการได้รับการเสนอชื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาชีพในนามสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพในรายการใด ๆ
ตามระยะเวลาที่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพกำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ให้นำความในวรรคสามของมาตรา ๒๒ มาใช้บังคับกับกรณีที่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ไม่ลงโทษนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม
มาตรา ๒๕ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๔ มาใช้บังคับกับกรณีที่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไม่ได้รับความเป็นธรรมอันเนื่องจากการกระทำของสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพอื่นด้วย โดยอนุโลม
มาตรา ๒๖ ในกรณีที่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งงดหรือระงับการช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุนดังกล่าวได้ทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน
มาตรา ๒๗ ในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาชีพ ให้สโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพมีหน้าที่ดูแลนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ
และบรรดากองเชียร์หรือผู้เข้าชมการแข่งขันซึ่งนิยมชมชอบนักกีฬาอาชีพหรือทีมของตนที่อยู่ภายในบริเวณสถานที่จัดการแข่งขันให้อยู่ในความเรียบร้อยตลอดระยะเวลาที่จัดการแข่งขันนัดที่ตนเข้าร่วมการแข่งขันนั้น
มาตรา ๒๘ บทบัญญัติในหมวดนี้ เว้นแต่มาตรา ๒๗ ไม่ให้นำมาใช้บังคับแก่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพของต่างประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันในรายการการแข่งขันกีฬาอาชีพที่จัดขึ้นในราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).