มาตรา ๒๙ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและส่งเสริมนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ ให้นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพยื่นขอจดแจ้งการเป็นนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพต่อนายทะเบียน คุณสมบัติของผู้ขอจดแจ้ง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยื่นขอจดแจ้ง การจดแจ้ง รายการหลักฐานการจดแจ้ง
การเปลี่ยนรายการหลักฐานการจดแจ้ง การยกเลิกหลักฐานการจดแจ้ง การกำหนดแบบการจดแจ้ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๓๐ เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอจดแจ้งตามมาตรา ๒๙ แล้ว ให้นายทะเบียนออกบัตรประจำตัวให้แก่นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ แบบบัตรประจำตัว อายุบัตรประจำตัว และการออกใบแทนบัตรประจำตัวตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๓๑ นักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่ได้รับบัตรประจำตัวตามมาตรา ๓๐ มีสิทธิได้รับการคุ้มครอง การช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุนตามเงื่อนไขและมาตรการที่คณะกรรมการกำหนด รวมตลอดถึงสิทธิประโยชน์อื่นที่กฎหมายกำหนด ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖
มาใช้บังคับแก่การขอรับการคุ้มครองการช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุนจากกองทุน และการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการของนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลม
มาตรา ๓๒ ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณจะต้องมีกลไกและระบบในการดำเนินงานเพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และการลงโทษในกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องเป็นไปตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ การจัดทำประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตามวรรคหนึ่ง จะต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียอย่างกว้างขวาง
มาตรา ๓๓ ความสัมพันธ์ระหว่างนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพกับสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ ให้เป็นไปตามสัญญาและความตกลงร่วมกันระหว่างนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพ กับสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ตนสังกัดหรืออยู่ในความดูแล
มาตรา ๓๔ นักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพผู้ใดเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมอันเนื่องจากการกระทำของสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพซึ่งตนสังกัดหรืออยู่ในความดูแล ให้ผู้นั้นมีสิทธิร้องทุกข์ต่อนายทะเบียน
ให้นายทะเบียนเสนอเรื่องร้องทุกข์ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งขึ้นตามมาตรา ๑๓ เพื่อทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยหรือพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ สโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพ
ซึ่งไม่พอใจคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ตามวรรคสอง มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยดังกล่าว หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และวิธีพิจารณาเกี่ยวกับการร้องทุกข์และการอุทธรณ์ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๓๕ นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพย่อมมีเสรีภาพในการรวมกลุ่มกันเป็นองค์กรเพื่อผดุงศักดิ์ศรีและรักษาผลประโยชน์ของสมาชิก รวมทั้งการเจรจาความตกลงร่วมกันกับสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ องค์กรตามวรรคหนึ่งเมื่อจดทะเบียนแล้ว ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรวมกลุ่ม
อำนาจหน้าที่ขององค์กร ความสัมพันธ์ขององค์กรกับสมาชิกและสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ การกำกับดูแลองค์กรโดยนายทะเบียน หลักเกณฑ์ วิธีการในการจดทะเบียน และการอันจำเป็นอื่น ให้กำหนดเป็นพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๓๖ ในกรณีที่นักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเล่นกีฬาอาชีพหรือปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับกีฬาอาชีพโดยมีสัญญาจ้างหรือความตกลงร่วมกันกับสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ หากประสงค์ที่จะให้การกีฬาแห่งประเทศไทยช่วยเหลือ ประสานงาน
หรืออำนวยความสะดวกในการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว ให้บุคคลดังกล่าวหรือสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพเจ้าสังกัดหรือดูแล แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนบุคคลและระยะเวลาตามสัญญาหรือความตกลงร่วมกัน
หรือข้อมูลอื่นอันจำเป็นแก่การดำเนินการนั้นต่อการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้การกีฬาแห่งประเทศไทยประสานงานและนำส่งข้อมูลที่จำเป็นต่อการพิจารณาอนุญาตแก่ผู้มีอำนาจพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองหรือกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี หรือดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควรแก่กรณี
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).