มาตรา ๗๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙ ต้องชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราไม่เกินสองหมื่นบาท ในกรณีที่เห็นสมควร พนักงานเจ้าหน้าที่อาจมีคำสั่งให้ผู้นั้นดำเนินการใด ๆ เพื่อแก้ไข หรือปรับปรุง หรือปฏิบัติให้ถูกต้อง ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่เกินสามสิบวัน
มาตรา ๗๙ ถ้าผู้ถูกปรับตามมาตรา ๗๘ ไม่ชำระค่าปรับทางปกครอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคดีอาญาเพื่อบังคับชำระค่าปรับทางปกครอง ในการนี้ ถ้าศาลพิพากษาให้ชำระค่าปรับทางปกครอง หากผู้นั้นไม่ชำระค่าปรับทางปกครองภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา
ให้ยึดทรัพย์สินของผู้นั้นเพื่อชดใช้แทนค่าปรับทางปกครอง แต่มิให้นำมาตรการกักขังแทนค่าปรับมาใช้บังคับแก่ผู้นั้น
มาตรา ๘๐ ถ้าบุคคลผู้ฝ่าฝืนมาตรา ๙ มิได้ปฏิบัติตามคำสั่งตามมาตรา ๗๘ วรรคสอง ผู้นั้นต้องชำระค่าปรับรายวันอีกวันละห้าร้อยบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหรือจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
มาตรา ๘๑ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดได้ปฏิบัติถูกต้องหรือได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดตามมาตรา ๗๘ วรรคสอง ให้ผู้นั้นได้รับยกเว้นค่าปรับตามมาตรา ๘๐
มาตรา ๘๒ ถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๗๘ เป็นนิติบุคคล และการกระทำความผิดนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการหรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น
หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นด้วย
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๘๓ ให้คณะกรรมการสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐
ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๕ (๓) ทั้งนี้ ต้องแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๘๔ ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการ ให้อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการตามมาตรา ๒๙ ซึ่งต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๘๕ บุคคลใดใช้คำว่า “วิสาหกิจเพื่อสังคม” ประกอบเป็นชื่อในการดำเนินกิจการเกี่ยวกับการผลิต การจำหน่ายสินค้า การบริการ หรือการอื่น ๆ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนตามมาตรา ๕ และมาตรา ๗
ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ประกอบกิจการโดยใช้คำว่า “วิสาหกิจเพื่อสังคม” ต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งคำสั่งไม่รับจดทะเบียนจากนายทะเบียน ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน
ให้บุคคลนั้นดำเนินการแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งไม่รับจดทะเบียน
มาตรา ๘๖ กิจการเพื่อสังคมที่ได้รับหนังสือรับรองจากคณะกรรมการสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติตามประกาศคณะกรรมการสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอหนังสือรับรองกิจการเพื่อสังคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้ถือว่าเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมตามพระราชบัญญัตินี้
โดยต้องดำเนินการให้ครบถ้วนถูกต้องตามมาตรา ๕ และมาตรา ๗ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๘๗ ในวาระเริ่มแรก ให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการดำเนินงานในหน้าที่ของสำนักงานไปพลางก่อนจนกว่าจะได้มีการจัดตั้งสำนักงานซึ่งต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๘๘ ในวาระเริ่มแรก ให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงบประมาณ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณากำหนดงบประมาณ โครงสร้าง และกรอบอัตรากำลังเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง รวมทั้งการดำเนินการอื่นใดอันจำเป็น
เพื่อรองรับการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของสำนักงานตามพระราชบัญญัตินี้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๘๙ ในวาระเริ่มแรก ให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนให้แก่สำนักงานในการจัดจ้างเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างเพื่อปฏิบัติงานในสำนักงานไปพลางก่อน ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างตามวรรคหนึ่ง จัดทำประกาศตามมาตรา ๕
และมาตรา ๗ และจัดทำระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศเกี่ยวกับสำนักงานตามมาตรา ๑๙ (๑๐) ตามที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การประกอบธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการจ้างงานแก่บุคคลผู้สมควรได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษ การแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาชุมชน สังคม หรือสิ่งแวดล้อม
หรือเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอื่นหรือคืนประโยชน์ให้แก่สังคมอันเป็นกิจการเพื่อสังคมหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม สมควรได้รับการส่งเสริมให้ขยายตัวมากขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยกำหนดมาตรการในการสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ได้รับการจดทะเบียน
และจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมเพื่อให้ความช่วยเหลือและพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมและกลุ่มกิจการเพื่อสังคม รวมทั้งประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).