我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2550

子法規・公布 2007-01-26・全 35 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กฎกระทรวง ควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๕๐[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๗ (๑) (๓) (๕) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “ไอน้ำมันเชื้อเพลิง” หมายความว่า ไอน้ำมันเบนซิน และให้หมายความรวมถึง ไอของน้ำมันเชื้อเพลิงอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด “ระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ (vapour recovery system stage I)” หมายความว่า ระบบป้องกันการแพร่กระจายของไอน้ำมันเชื้อเพลิงไปสู่บรรยากาศ ระหว่างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงกับรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิง หรือระหว่างการถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิงจากรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงลงสู่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง “ระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ (vapour recovery system stage II)” หมายความว่า ระบบป้องกันการแพร่กระจายของไอน้ำมันเชื้อเพลิงไปสู่บรรยากาศ ระหว่างการถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิงจากหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงลงสู่ถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง “หน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง (vapour recovery unit)” หมายความว่า ระบบท่อ ถัง และอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการเปลี่ยนสถานะของไอน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นของเหลว “รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง” หมายความว่า ยานพาหนะขนส่งน้ำมันทางบกที่มีถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงไว้ด้านบน ทั้งนี้ เว้นแต่รถไฟ ระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง

หมวด ๑

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้มีการติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงตามลักษณะ เขตพื้นที่ และภายในสถานที่ดังต่อไปนี้ (๑) ระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ (ก) ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี และเขตพื้นที่อื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ๑. สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก ๒. คลังน้ำมันเชื้อเพลิง ๓. สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ๔. สถานที่ที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยระบบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อและจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงภายในสถานที่ดังกล่าวข้างต้น ๕. สถานที่อื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ข) ในเขตพื้นที่ทั่วประเทศ ๑. สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข ๒. สถานที่อื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (๒) ระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ (ก) ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี และเขตพื้นที่อื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ๑. สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข ๒. สถานที่อื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ข) ในเขตพื้นที่ทั่วประเทศตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ๑. สถานที่ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ห้ามมิให้รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ได้ติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ รับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีไอน้ำมันเชื้อเพลิงภายในสถานที่ตามข้อ ๒ แม้ว่าสถานที่ดังกล่าวจะมีการติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ แล้วก็ตาม หน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง

หมวด ๒

ข้อ ๔

ข้อ ๔ หน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องประกอบด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยและส่วนประกอบที่จำเป็นตามมาตรฐานที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา หน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงตามวรรคหนึ่งต้องสามารถควบคุมการปล่อยทิ้งไอน้ำมันเชื้อเพลิงได้ตามมาตรฐานที่กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนด

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ติดตั้งหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานที่ดังต่อไปนี้ (๑) คลังน้ำมันเชื้อเพลิง (๒) สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง (๓) สถานที่ที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยระบบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อและจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามแนวตั้งชนิดหลังคาลอย (floating roof) หรือชนิดหลังคาลอยภายใน (internal floating roof) ต้องจัดให้มีหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามแนวตั้งชนิดหลังคาติดตาย (fixed roof) หรือถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามแนวนอน ต้องจัดให้มีระบบท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงจากถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังบริเวณรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง หรือติดตั้งหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงหรือโดยวิธีการอื่นใดที่สามารถกำจัดไอน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีมาตรฐานเช่นหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องตรวจสอบและทดสอบระบบของหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้การปล่อยทิ้งไอน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนด หากการตรวจสอบและทดสอบตามวรรคหนึ่งพบว่าค่าการปล่อยทิ้งของไอน้ำมันเชื้อเพลิงเกินมาตรฐานค่าเฉลี่ยที่กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนด ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องปรับปรุงระบบของหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้อากาศที่ระบายออกเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนดโดยไม่ชักช้า

ข้อ ๙

ข้อ ๙ แบบของหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (๑) แบบแปลน (๒) แบบด้านข้าง (๓) แบบรูปตัด (๔) แบบฐานราก (๕) แบบแสดงรายละเอียดของระบบท่อ ถัง และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สามารถตรวจสอบได้ แบบตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) ให้ใช้มาตราส่วนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕๐

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ระบบรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องเป็นชนิดที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเฉพาะด้านใต้ถัง (bottom loading) และต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (๑) แบบแปลน (๒) แบบด้านข้าง (๓) แบบรูปตัด (๔) แบบฐานราก (๕) แบบแสดงรายละเอียดการติดตั้งของแท่นรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมด้วยระบบท่อและอุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้สามารถตรวจสอบได้ แบบตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) ให้ใช้มาตราส่วนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕๐

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ถังเก็บไอน้ำมันเชื้อเพลิงในระบบหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องอยู่ห่างจากแนวเขตของสถานที่ตามข้อ ๕ ไม่น้อยกว่า ๘.๐๐ เมตร และต้องอยู่ห่างจากที่พักอาศัยหรือสิ่งที่ก่อให้เกิดเปลวไฟหรือประกายไฟไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ เมตร

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงมีอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดอุณหภูมิถึงระดับที่น้ำมันเชื้อเพลิงสามารถลุกไหม้ได้เอง (auto ignition temperature) อุปกรณ์ดังกล่าวต้องอยู่ห่างจากถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ เมตร

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ข้อต่อของแท่นรับหรือแท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องออกแบบ และทดสอบตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นชนิดที่ใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ และออกแบบให้สามารถรับแรงดันใช้งานได้ไม่น้อยกว่า ๕๑๗ กิโลปาสกาล (๗๕ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และต้องสามารถทนแรงดันได้ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของแรงดันออกแบบ (๒) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๐๑.๖ มิลลิเมตร (๔ นิ้ว) (๓) ในกรณีมีข้อต่อหลายตัว ระยะห่างในแนวระนาบของจุดศูนย์กลางของข้อต่อแต่ละตัวต้องห่างกันไม่น้อยกว่า ๒๕๔ มิลลิเมตร (๑๐ นิ้ว) แต่ต้องไม่เกิน ๑.๘๓ เมตร (๖ ฟุต) (๔) ติดตั้งสูงจากระดับพื้นดินระหว่าง ๐.๔๕๘ เมตร (๑.๕ ฟุต) ถึง ๑.๒๒ เมตร (๔ ฟุต)

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ระบบท่อสำหรับควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๑๐๑.๖ มิลลิเมตร (๔ นิ้ว) และปลายท่อต้องติดตั้งข้อต่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๐๑.๖ มิลลิเมตร (๔ นิ้ว)

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ระบบอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของแท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องออกแบบตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) ระบบอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงขั้นที่ ๑ ต้องประกอบด้วยมิเตอร์และวาล์วควบคุมปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง และ (๒) ระบบอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงขั้นที่ ๒ ต้องประกอบด้วยระบบสัญญาณจากเครื่องตรวจวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิงของถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อทำหน้าที่ควบคุมปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงมิให้ล้นถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงขณะถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิง การควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข

หมวด ๓

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตามข้อ ๒ (๑) (ก) และ (ข) ต้องจัดให้มีระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ซึ่งมีลักษณะ วิธีการติดตั้ง และการทดสอบ ดังต่อไปนี้ (๑) แบบของระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ต้องแสดงรายละเอียดการติดตั้งระบบท่อ และอุปกรณ์ควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง (๒) ท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องทำด้วยวัสดุที่มีความมั่นคงแข็งแรงและไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิง จะเป็นท่อชั้นเดียวหรือสองชั้นก็ได้ และมีความลาดเอียงไม่น้อยกว่า ๑ ต่อ ๑๐๐ ลาดลงไปทางด้านถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน (๓) ข้อต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเป็นชนิดที่สามารถป้องกันไอน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหล (dry break fitting) และต้องมีฝาครอบปิดไว้ในขณะที่ไม่มีการถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงล้นถัง (overfill protection) ที่ข้อต่อท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงหรือข้อต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง (๕) ต้องติดตั้งอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันและสุญญากาศที่ปลายท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีลักษณะและการทดสอบ ดังต่อไปนี้ (ก) อุปกรณ์นิรภัยต้องเริ่มเปิดระบายที่ความดันไม่น้อยกว่าค่าความดันที่เกิดขึ้นในขณะถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิงจากรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงลงสู่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน แต่ต้องไม่มากกว่าความดันออกแบบของถัง และเปิดระบายความดันสุญญากาศ เมื่อเกิดสุญญากาศภายในถังที่มีความดันสุญญากาศไม่เกิน ๒,๐๐๐ ปาสกาล (๘ นิ้วน้ำ) (ข) ต้องทำการทดสอบอุปกรณ์นิรภัยดังกล่าวทุกสองปี (๖) ระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องติดตั้งตามข้อกำหนดข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (ก) ระบบท่อแยก (two point systems) ต้องจัดให้มีข้อต่อท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงและข้อต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินแต่ละถัง ข้อต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่อกับสายอ่อนของรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อนำไอน้ำมันเชื้อเพลิงกลับสู่ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีขนาดใหญ่กว่าท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนที่แยกไปท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ไอน้ำมันเชื้อเพลิงไหลกลับเข้าสู่ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงได้สะดวก ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (ข) ระบบท่อสองชั้น (coaxial systems) ต้องจัดให้มีข้อต่อสองชั้นสำหรับรับน้ำมันเชื้อเพลิงและนำไอน้ำมันเชื้อเพลิงกลับไว้ในท่อเดียวกันที่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินแต่ละถัง และมีข้อต่อท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงสามทาง (coaxial delivery elbow) แยกต่อไปยังสายอ่อนของรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (ค) ระบบท่อร่วม (manifolded systems) ต้องจัดให้มีท่อร่วมของท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินหลายถัง เพื่อลดจำนวนข้อต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง และต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงไหลเข้าท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น ลิ้นแบบลูกลอย (extractable ball float valve) ที่จุดต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงกับท่อร่วม เพื่อป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงไหลเข้าท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๓ ท้ายกฎกระทรวงนี้ แต่สำหรับกรณีที่จุดต่อท่อร่วมอยู่สูงกว่าถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงไหลเข้าสู่ท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงก็ได้ ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๔ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (๗) เมื่อติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ เสร็จแล้ว ก่อนการใช้งานต้องทำการทดสอบระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยความดันไม่น้อยกว่า ๐.๗๐ กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (๑๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) หลังจากทิ้งไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ นาที ต้องไม่ปรากฏรอยรั่วซึมใด ๆ หรือทำการทดสอบโดยวิธีอื่นตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๘) ให้มีการทดสอบระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ทุกสองปีโดยใช้ก๊าซเฉื่อยอัดด้วยความดันไม่น้อยกว่า ๐.๐๗ กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (๑ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) หลังจากทิ้งไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ นาที ต้องไม่ปรากฏรอยรั่วซึมใด ๆ หรือทำการทดสอบโดยวิธีอื่นตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๙) การถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิงจากรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงลงสู่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินที่ติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ต้องกระทำโดยรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตามข้อ ๒ (๒) (ก) และ (ข) ต้องจัดให้มีระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ ซึ่งมีลักษณะ วิธีการติดตั้ง และการทดสอบ ดังต่อไปนี้ (๑) แบบของระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ ต้องแสดงรายละเอียดการติดตั้งระบบท่อ ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และอุปกรณ์ควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง (๒) ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีอุปกรณ์ ดังต่อไปนี้ (ก) ต้องมีหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นชนิด ๒ ชั้น โดยมีช่องทางจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและช่องทางสำหรับให้ไอน้ำมันเชื้อเพลิงไหลกลับคืนสู่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน (ข) ต้องมีสายอ่อนเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นชนิด ๒ ชั้น โดยมีช่องทางจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและช่องทางสำหรับให้ไอน้ำมันเชื้อเพลิงไหลกลับคืนสู่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน (๓) ต้องติดตั้งลิ้นกันกลับ (vapour check valve) ที่ระบบท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อป้องกันไอน้ำมันเชื้อเพลิงในระบบไหลย้อนกลับออกทางหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) ท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องทำด้วยวัสดุที่มีความมั่นคงแข็งแรงและไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิง จะเป็นท่อชั้นเดียวหรือสองชั้นก็ได้ และลาดเอียงไม่น้อยกว่า ๑ ต่อ ๑๐๐ ลาดลงไปทางด้านถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน (๕) การต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงของแต่ละถังเข้าร่วมกันจะต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงไหลเข้าท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น ลิ้นแบบลูกลอย (ball float valve) เพื่อป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงไหลเข้าไปในท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงหรือเข้าไปในถังอื่นในขณะที่รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิงลงถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน (๖) การติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ จะต้องเป็นชนิดระบบสุญญากาศ (vacuum assist systems) โดยต้องจัดให้มีเครื่องสูบสุญญากาศ (vacuum pump) ติดตั้งอยู่ในตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหรือในระบบท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง และเครื่องสูบสุญญากาศนี้ต้องสามารถปรับการเปลี่ยนแปลงแรงดูดให้สัมพันธ์กับอัตราการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำลังไหลลงสู่ถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถ เพื่อป้องกันไม่ให้ถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถเสียหาย ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๕ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (๗) เมื่อติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ เสร็จแล้ว ก่อนการใช้งานต้องทำการทดสอบระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยความดันไม่น้อยกว่า ๐.๗๐ กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (๑๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) หลังจากทิ้งไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ นาที ต้องไม่ปรากฏรอยรั่วซึมใด ๆ หรือทำการทดสอบโดยวิธีอื่นตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๘) ให้มีการทดสอบระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ ทุกสองปีโดยใช้ก๊าซเฉื่อยอัดด้วยความดันไม่น้อยกว่า ๐.๐๗ กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (๑ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) หลังจากทิ้งไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ นาที ต้องไม่ปรากฏรอยรั่วซึมใด ๆ หรือทำการทดสอบโดยวิธีอื่นตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา การควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงของรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง

หมวด ๔

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข คลังน้ำมันเชื้อเพลิง สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และสถานที่ที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยระบบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อและจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในเขตพื้นที่ตามข้อ ๒ (๑) (ก) และ (ข) ต้องเป็นรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่รับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงใต้ถัง (bottom loading) และติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ของรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีอุปกรณ์ความปลอดภัยและส่วนประกอบที่จำเป็นตามมาตรฐานที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และต้องติดตั้งตามแบบที่ได้รับอนุญาต

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ข้อต่อที่ใช้สำหรับการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงใต้ถัง (bottom loading) ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) เป็นชนิดพอพเพ็ทวาล์ว (poppet valve) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๐๑.๖ มิลลิเมตร (๔ นิ้ว) สามารถเปิดได้ลึก ๕๐.๘ มิลลิเมตร (๒ นิ้ว) โดยวัดจากหน้าสัมผัสหน้าสุด ตามมาตรฐาน API RP 1004 Bottom Loading And Vapour Recovery For MC-306 Tank Motor Vehicles (๒) ออกแบบให้สามารถใช้งานที่แรงดันไม่น้อยกว่า ๕๑๗ กิโลปาสกาล (๗๕ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และสามารถทนแรงดันทดสอบได้ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของแรงดันใช้งาน (๓) ออกแบบให้มีการสูญเสียน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างใช้งานน้อยที่สุด โดยเมื่อถอดข้อต่อออกจากกันจะมีน้ำมันเชื้อเพลิงสูญเสียได้ไม่เกิน ๑๐ ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อการถอดหนึ่งครั้ง โดยหาค่าเฉลี่ยจากการถอดสามครั้ง (๔) ออกแบบให้มีการระบายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตกค้างอยู่ภายในจนหมดหลังการถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิง (๕) มีฝาครอบป้องกันฝุ่นละออง โดยฝาครอบต้องสามารถป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหลจากข้อต่อได้ด้วย

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและข้อต่ออุปกรณ์รับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ใต้ถัง ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้ (๑) ข้อต่อรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องติดตั้งไว้ด้านซ้ายของรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง (๒) ในกรณีที่มีข้อต่อรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหลายตัว ระยะห่างในแนวระนาบของจุดศูนย์กลางของข้อต่อต้องห่างกันไม่น้อยกว่า ๒๕๔ มิลลิเมตร (๑๐ นิ้ว) แต่ต้องไม่เกิน ๑.๘๓ เมตร (๖ ฟุต) ด้านหน้าของข้อต่อต้องอยู่ในแนวดิ่ง และอยู่ลึกจากด้านที่กว้างที่สุดของตัวถังรถไม่เกิน ๑๕๒.๔ มิลลิเมตร (๖ นิ้ว) (๓) ข้อต่อรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องติดตั้งอยู่สูงจากระดับพื้นดินไม่เกิน ๑.๒๒ เมตร (๔ ฟุต) ในขณะที่ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงว่างเปล่า และต้องอยู่สูงจากระดับพื้นดินไม่น้อยกว่า ๐.๔๕๘ เมตร (๑.๕ ฟุต) ในขณะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถัง (๔) ระบบท่อและอุปกรณ์ของถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงต้องออกแบบให้สามารถใช้งานที่แรงดันไม่น้อยกว่า ๕๑๗ กิโลปาสกาล (๗๕ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และต้องสามารถทนแรงดันทดสอบได้ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของแรงดันใช้งาน หากอุปกรณ์ใดไม่สามารถทนต่อแรงดันดังกล่าวได้ต้องแยกอุปกรณ์นั้น ๆ ออกต่างหากจากระบบรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงใต้ถัง (๕) ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีอุปกรณ์นิรภัยระบายแรงดันและสุญญากาศ เพื่อป้องกันถังเสียหายจากการเปลี่ยนแปลงแรงดันระหว่างการถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีเครื่องตรวจวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิงติดตั้งไว้ทุกช่องบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อป้องกันการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงล้นถัง โดยอาจเป็นระบบใดระบบหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ระบบเทอร์มิสเตอร์ (thermistor system) ได้แก่ ระบบตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ขณะที่เครื่องตรวจอยู่ในอากาศอุณหภูมิจะสูงกว่าเมื่ออยู่ในน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อมีน้ำมันเชื้อเพลิงมาสัมผัสกับเครื่องตรวจจะทำให้อุณหภูมิของเครื่องตรวจต่ำลง และทำให้ค่าความต้านทานไฟฟ้าของเครื่องตรวจเปลี่ยนแปลงไปและส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังสถานีจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยระบบควบคุมที่สถานีจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจะตรวจสอบระดับน้ำมันเชื้อเพลิงในถังและสั่งปิดวาล์วจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงล้นถัง (๒) ระบบออปติคอล (optical system) ได้แก่ ระบบตรวจสอบการสะท้อนแสงภายในเครื่องตรวจ ขณะที่เครื่องตรวจอยู่ในอากาศแสงจะสามารถสะท้อนกลับไปยังเครื่องตรวจจับแสง (photo detector) เมื่อมีน้ำมันเชื้อเพลิงมาสัมผัสกับเครื่องตรวจ ลำแสงจะไม่สะท้อนกลับไปยังเครื่องตรวจจับแสงและส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังสถานีจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยระบบควบคุมที่สถานีจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจะตรวจสอบระดับน้ำมันเชื้อเพลิงในถังและสั่งปิดวาล์วจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงล้นถัง เครื่องตรวจระบบออปติคอลต้องอยู่ห่างจากวาล์วระบายอากาศเพื่อลดการเกิดฝ้าซึ่งจะรบกวนการทำงานของเครื่องตรวจ

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เต้ารับสัญญาณไฟฟ้า (receptacle) ที่ใช้กับเครื่องตรวจวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งบนรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๒๒ ต้องอยู่ห่างจากข้อต่อรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน ๒.๑๓๔ เมตร (๗ ฟุต) และต้องอยู่ในตำแหน่งที่ไม่กีดขวางการปฏิบัติงานขณะถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ต้องมีระบบท่อซึ่งมีพื้นที่หน้าตัดไม่น้อยกว่าพื้นที่หน้าตัดของท่อ ๑๐๑.๖ มิลลิเมตร (๔ นิ้ว) ปลายท่อต้องติดตั้งข้อต่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด ๑๐๑.๖ มิลลิเมตร (๔ นิ้ว) ระบบท่อที่ต่อระหว่างช่องบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงกับระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีพื้นที่หน้าตัดไม่น้อยกว่าพื้นที่หน้าตัดของท่อ ๗๖.๒ มิลลิเมตร (๓ นิ้ว)

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ข้อต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๒๔ ต้องเป็นชนิดแบบสวมเร็วตามมาตรฐาน API RP 1004 Bottom Loading And Vapour Recovery For MC-306 Tank Motor Vehicles และห้ามใช้ข้อต่อสำหรับรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นข้อต่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ข้อต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องติดตั้งในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) อยู่ในแนวเส้นผ่าศูนย์กลางของข้อต่อที่ใช้สำหรับรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงใต้ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และอยู่ห่างจากข้อต่อสำหรับรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงใต้ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน ๒.๑๓๔ เมตร (๗ ฟุต) (๒) บริเวณหัวถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงด้านท้ายรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง (๓) ศูนย์กลางของข้อต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องสูงจากระดับพื้นดินไม่เกิน ๑.๕๒๔ เมตร (๕ ฟุต) ในขณะที่ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงว่างเปล่า และไม่น้อยกว่า ๐.๖๐๙ เมตร (๒ ฟุต) ในขณะที่บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถัง

ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ อุปกรณ์ของระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ที่ติดตั้งอยู่เหนือถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงต้องติดตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับโกร่งป้องกันของรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงกรณีรถพลิกคว่ำ (overturn protection)

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ก่อนการใช้งานครั้งแรก ระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ต้องได้รับการทดสอบว่าสามารถควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงได้ โดยทำการทดสอบด้วยแรงดัน ๔,๕๐๐ ปาสกาล (๑๘ นิ้วน้ำ) และแรงดันสุญญากาศ ๑,๕๐๐ ปาสกาล (๖ นิ้วน้ำ) เป็นเวลา ๕ นาที และต้องมีแรงดันเปลี่ยนแปลงได้ไม่เกิน ๗๕๐ ปาสกาล (๓ นิ้วน้ำ) และต้องทำการทดสอบระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ว่าสามารถควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงได้โดยวิธีดังกล่าวทุก ๆ สองปี หรือทดสอบโดยวิธีการอื่นตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรฐานของอุปกรณ์และผู้ทดสอบระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง

หมวด ๕

ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ อุปกรณ์ควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของแท่นจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๑๕ อุปกรณ์ของระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ตามข้อ ๑๖ และอุปกรณ์ของระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ ตามข้อ ๑๗ ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การทดสอบระบบของหน่วยควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๘ ระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ตามข้อ ๑๖ และระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ ตามข้อ ๑๗ ต้องดำเนินการโดยกรมธุรกิจพลังงานหรือผู้ทดสอบที่มีคุณสมบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๗ (๔) บทเฉพาะกาล

ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตามข้อ ๒ ที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ อยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ หรือได้รับความเห็นชอบแบบแปลนแผนผัง และแบบก่อสร้างตามประกาศกรมโยธาธิการ เรื่อง มาตรฐานความปลอดภัยของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทที่ ๑ ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘ หรือประกาศกรมโยธาธิการ เรื่อง มาตรฐานความปลอดภัยของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทที่ ๒ ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงล้นถัง ตามข้อ ๑๖ (๔) เว้นแต่ในกรณีที่มีการทดสอบถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินตามกฎหมาย สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวจะต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงล้นถังตามข้อ ๑๖ (๔)

ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข ที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ อยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ที่ได้จัดให้มีระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ และระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ แล้ว แต่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ให้สามารถใช้ระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวได้ต่อไป แต่หากมีการดัดแปลง ต่อเติม หรือเปลี่ยนแปลงระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ภายใต้บังคับข้อ ๓๑ และข้อ ๓๒ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข คลังน้ำมันเชื้อเพลิง สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และสถานที่ที่มีการรับหรือจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยระบบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อและจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในเขตพื้นที่ตามข้อ ๒ ที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ อยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ หรือได้รับความเห็นชอบแบบแปลนแผนผัง และแบบก่อสร้างตามประกาศกรมโยธาธิการ เรื่อง มาตรฐานความปลอดภัยของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทที่ ๑ ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘ หรือประกาศกรมโยธาธิการ เรื่อง มาตรฐานความปลอดภัยของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทที่ ๒ ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ที่ยังไม่มีระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎกระทรวงนี้ ต้องจัดให้มีระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๑๘ ซึ่งได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ต้องจัดให้มีระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน [เอกสารแนบท้าย] ๑. ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๑ ระบบท่อแยก ๒. ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๒ ระบบท่อสองชั้น ๓. ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๓ ระบบท่อร่วม ๔. ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๔ ระบบท่อร่วมที่จุดต่อร่วมอยู่สูงกว่าถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ๕. ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๕ ระบบสุญญากาศ (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันยังไม่มีหลักเกณฑ์ในการควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเก็บรักษาไว้ในสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง คลังน้ำมันเชื้อเพลิง และรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้เกิดปัญหามลภาวะในอากาศเพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๐ ปณตภร/ปรับปรุง ๒ กันยายน ๒๕๕๖ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๗ ก/หน้า ๗/๒๖ มกราคม ๒๕๕๐

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查