我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2550 หมวด ๓

ข้อ ๑๖–ข้อ ๑๗共 2 條

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตามข้อ ๒ (๑) (ก) และ (ข) ต้องจัดให้มีระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ซึ่งมีลักษณะ วิธีการติดตั้ง และการทดสอบ ดังต่อไปนี้ (๑) แบบของระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ต้องแสดงรายละเอียดการติดตั้งระบบท่อ และอุปกรณ์ควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง (๒) ท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องทำด้วยวัสดุที่มีความมั่นคงแข็งแรงและไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิง จะเป็นท่อชั้นเดียวหรือสองชั้นก็ได้ และมีความลาดเอียงไม่น้อยกว่า ๑ ต่อ ๑๐๐ ลาดลงไปทางด้านถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน (๓) ข้อต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงต้องเป็นชนิดที่สามารถป้องกันไอน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหล (dry break fitting) และต้องมีฝาครอบปิดไว้ในขณะที่ไม่มีการถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงล้นถัง (overfill protection) ที่ข้อต่อท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงหรือข้อต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง (๕) ต้องติดตั้งอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันและสุญญากาศที่ปลายท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีลักษณะและการทดสอบ ดังต่อไปนี้ (ก) อุปกรณ์นิรภัยต้องเริ่มเปิดระบายที่ความดันไม่น้อยกว่าค่าความดันที่เกิดขึ้นในขณะถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิงจากรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงลงสู่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน แต่ต้องไม่มากกว่าความดันออกแบบของถัง และเปิดระบายความดันสุญญากาศ เมื่อเกิดสุญญากาศภายในถังที่มีความดันสุญญากาศไม่เกิน ๒,๐๐๐ ปาสกาล (๘ นิ้วน้ำ) (ข) ต้องทำการทดสอบอุปกรณ์นิรภัยดังกล่าวทุกสองปี (๖) ระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องติดตั้งตามข้อกำหนดข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (ก) ระบบท่อแยก (two point systems) ต้องจัดให้มีข้อต่อท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงและข้อต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินแต่ละถัง ข้อต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่อกับสายอ่อนของรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อนำไอน้ำมันเชื้อเพลิงกลับสู่ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีขนาดใหญ่กว่าท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนที่แยกไปท่อระบายไอน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ไอน้ำมันเชื้อเพลิงไหลกลับเข้าสู่ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงได้สะดวก ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (ข) ระบบท่อสองชั้น (coaxial systems) ต้องจัดให้มีข้อต่อสองชั้นสำหรับรับน้ำมันเชื้อเพลิงและนำไอน้ำมันเชื้อเพลิงกลับไว้ในท่อเดียวกันที่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินแต่ละถัง และมีข้อต่อท่อรับน้ำมันเชื้อเพลิงสามทาง (coaxial delivery elbow) แยกต่อไปยังสายอ่อนของรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (ค) ระบบท่อร่วม (manifolded systems) ต้องจัดให้มีท่อร่วมของท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินหลายถัง เพื่อลดจำนวนข้อต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง และต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงไหลเข้าท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น ลิ้นแบบลูกลอย (extractable ball float valve) ที่จุดต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงกับท่อร่วม เพื่อป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงไหลเข้าท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๓ ท้ายกฎกระทรวงนี้ แต่สำหรับกรณีที่จุดต่อท่อร่วมอยู่สูงกว่าถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงไหลเข้าสู่ท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงก็ได้ ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๔ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (๗) เมื่อติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ เสร็จแล้ว ก่อนการใช้งานต้องทำการทดสอบระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยความดันไม่น้อยกว่า ๐.๗๐ กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (๑๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) หลังจากทิ้งไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ นาที ต้องไม่ปรากฏรอยรั่วซึมใด ๆ หรือทำการทดสอบโดยวิธีอื่นตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๘) ให้มีการทดสอบระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ทุกสองปีโดยใช้ก๊าซเฉื่อยอัดด้วยความดันไม่น้อยกว่า ๐.๐๗ กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (๑ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) หลังจากทิ้งไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ นาที ต้องไม่ปรากฏรอยรั่วซึมใด ๆ หรือทำการทดสอบโดยวิธีอื่นตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๙) การถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิงจากรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงลงสู่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินที่ติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑ ต้องกระทำโดยรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๑

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตามข้อ ๒ (๒) (ก) และ (ข) ต้องจัดให้มีระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ ซึ่งมีลักษณะ วิธีการติดตั้ง และการทดสอบ ดังต่อไปนี้ (๑) แบบของระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ ต้องแสดงรายละเอียดการติดตั้งระบบท่อ ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และอุปกรณ์ควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง (๒) ตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต้องมีอุปกรณ์ ดังต่อไปนี้ (ก) ต้องมีหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นชนิด ๒ ชั้น โดยมีช่องทางจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและช่องทางสำหรับให้ไอน้ำมันเชื้อเพลิงไหลกลับคืนสู่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน (ข) ต้องมีสายอ่อนเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นชนิด ๒ ชั้น โดยมีช่องทางจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและช่องทางสำหรับให้ไอน้ำมันเชื้อเพลิงไหลกลับคืนสู่ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน (๓) ต้องติดตั้งลิ้นกันกลับ (vapour check valve) ที่ระบบท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อป้องกันไอน้ำมันเชื้อเพลิงในระบบไหลย้อนกลับออกทางหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (๔) ท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องทำด้วยวัสดุที่มีความมั่นคงแข็งแรงและไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเชื้อเพลิง จะเป็นท่อชั้นเดียวหรือสองชั้นก็ได้ และลาดเอียงไม่น้อยกว่า ๑ ต่อ ๑๐๐ ลาดลงไปทางด้านถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน (๕) การต่อท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงของแต่ละถังเข้าร่วมกันจะต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงไหลเข้าท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น ลิ้นแบบลูกลอย (ball float valve) เพื่อป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงไหลเข้าไปในท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิงหรือเข้าไปในถังอื่นในขณะที่รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิงลงถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน (๖) การติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ จะต้องเป็นชนิดระบบสุญญากาศ (vacuum assist systems) โดยต้องจัดให้มีเครื่องสูบสุญญากาศ (vacuum pump) ติดตั้งอยู่ในตู้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหรือในระบบท่อไอน้ำมันเชื้อเพลิง และเครื่องสูบสุญญากาศนี้ต้องสามารถปรับการเปลี่ยนแปลงแรงดูดให้สัมพันธ์กับอัตราการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำลังไหลลงสู่ถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถ เพื่อป้องกันไม่ให้ถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถเสียหาย ดังตัวอย่างภาพประกอบที่ ๕ ท้ายกฎกระทรวงนี้ (๗) เมื่อติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ เสร็จแล้ว ก่อนการใช้งานต้องทำการทดสอบระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยความดันไม่น้อยกว่า ๐.๗๐ กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (๑๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) หลังจากทิ้งไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ นาที ต้องไม่ปรากฏรอยรั่วซึมใด ๆ หรือทำการทดสอบโดยวิธีอื่นตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา (๘) ให้มีการทดสอบระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่ ๒ ทุกสองปีโดยใช้ก๊าซเฉื่อยอัดด้วยความดันไม่น้อยกว่า ๐.๐๗ กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (๑ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) หลังจากทิ้งไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ นาที ต้องไม่ปรากฏรอยรั่วซึมใด ๆ หรือทำการทดสอบโดยวิธีอื่นตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา การควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงของรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).