法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

เทศบัญญัติของเทศบาลนครกรุงเทพ เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช ๒๔๘๓

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
88
มาตรา อารัมภบท

เทศบัญญัติของเทศบาลนครกรุงเทพ

เทศบัญญัติของเทศบาลนครกรุงเทพ

เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร

พุทธศักราช ๒๔๘๓

โดยอนุมัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร

พุทธศักราช ๒๔๗๙ เทศบาลนครกรุงเทพ

ตราเทศบัญญัติไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานครกรุงเทพ

และโดยอนุมัติของข้าหลวงประจำจังหวัด ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

เทศบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “เทศบัญญัติเรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคาร

พุทธศักราช ๒๔๘๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ให้ใช้เทศบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

วิเคราะห์ศัพท์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในเทศบัญญัตินี้

(๑) “อาคารที่พักอาศัย

หมายความว่า ตึก บ้าน เรือน โรง แพอาศัย” ซึ่งบุคคลจะอาศัยอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน

(๒) “ห้องแถว” หมายความว่า

อาคารที่พักอาศัยหรืออาคารพาณิชย์ซึ่งปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแถวเกินกว่าสองห้อง

และประกอบด้วยวัตถุไม่ทนไฟเป็นส่วนใหญ่

(๓) “ตึกแถว” หมายความว่า อาคารที่พักอาศัยหรืออาคารพาณิชย์

ซึ่งปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแถวเกินกว่าสองห้อง

และประกอบด้วยวัตถุถาวรทนไฟเป็นส่วนใหญ่

(๔) “อาคารพาณิชย์” หมายความว่า ห้าง ร้าน คลังสินค้า

หรือโรงงานที่ไม่ใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่

(๕) “โรงงานอุตสาหกรรม” หมายความว่า โรงงานสำหรับประกอบการอุตสาหกรรมโดยอาศัย

เครื่องจักรเป็นปัจจัย

(๖) “อาคารสาธารณะ” หมายความว่า สถานที่เทศบาล โรงมหรสพ หอประชุม หรือสถานที่ซึ่งกำหนดให้เป็นที่ชุมนุมชนได้ทั่วไป เช่น โรงแรม โรงเรียน ภัตตาคาร

หรือโรงพยาบาล เป็นต้น

(๗) “อาคารเลี้ยงสัตว์” หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างเพื่อให้สัตว์พาหนะพักอาศัย มี

ช้าง ม้า โค กระบือ

(๘) “อาคารชั่วคราว” หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างซึ่งมีกำหนดเวลาที่จะรื้อถอน

(๙) “อาคารพิเศษ” หมายความถึง อาคารดังต่อไปนี้

ก. โรงมหรสพ อัฑฒจันท์ หรือหอประชุม

ข. อู่เรือ คานเรือ

หรือท่าเรือสำหรับเรือขนาดใหญ่เกินกว่า ๑๐๐ ตัน

ค. อาคารสูงกว่า ๑๕ เมตร หรือสะพานช่วงหนึ่งยาวเกิน

๑๐ เมตร

(๑๐) “ผู้ออกแบบ” หมายความว่า

ผู้รับผิดชอบในการคำนวณเขียนแบบและกำหนดรายการเพื่อใช้ในการก่อสร้าง

(๑๑) “นายงาน” หมายความว่า ผู้มีหน้าที่ควบคุมการปลูกสร้างให้ผู้ได้รับอนุญาต

(๑๒) “แผนผัง” หมายความว่า

แผนที่แสดงลักษณะที่ดินบริเวณปลูกสร้างอาคารและที่ดินติดต่อ

(๑๓) “แบบก่อสร้าง” หมายความว่า

แบบของตัวอาคารเพื่อใช้ในประโยชน์ของการปลูกสร้าง

(๑๔) “รายการ” หมายความว่า ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการปลูกสร้างตามแนวของแบบก่อสร้างนั้น

(๑๕) “รายคำนวณ” หมายความว่า

รายละเอียดแสดงวิธีการคิดกำลังต้านทานของส่วนอาคารตามที่ปรากฏในแบบก่อสร้าง

(๑๖) “แบบสังเขป” หมายความว่า แบบชนิดซึ่งเขียนไว้พอเป็นประมาณ

(๑๗) “แผนอาคาร” หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนราบของอาคาร

(๑๘) “รูปด้าน” หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายนอกของอาคาร

(๑๙) “รูปตัด” หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายในของอาคาร

(๒๐) “พื้นอาคาร” หมายความว่า

เนื้อที่ส่วนราบของอาคารซึ่งอยู่ภายในขอบเขตของคาน หรือรอด ที่รับพื้นนั้น

(๒๑) “ฝา” หมายความว่า

ส่วนก่อสร้างในด้านตั้งซึ่งกั้นแบ่งพื้นอาคารให้เป็นห้องๆ

(๒๒) “ผนัง” หมายความว่า

ส่วนก่อสร้างในด้านตั้งซึ่งกันด้านนอกของอาคารให้เป็นหลังหรือหน่วยจากกัน

(๒๓) “ผนังกันไฟ” หมายความว่า

ผนังซึ่งทำด้วยวัตถุทนไฟและไม่มีช่องที่จะให้ไฟผ่านได้

(๒๔) “รากฐาน” หมายความว่า

ส่วนรับน้ำหนักของอาคารนับจากใต้พื้นชั้นล่างไปจนถึงที่ฝังอยู่ในดิน

(๒๕) “เสาเข็ม” หมายความว่า

เสาที่ตอกฝังลงไปในดินเพื่อช่วยรับน้ำหนักบรรทุกของอาคาร

(๒๖) “ช่วงบันได” หมายความว่า ระยะตั้งบันไดซึ่งมีขั้นต่อกันโดยตลอด

(๒๗) “ลูกตั้ง หมายความว่า

ระยะตั้งของขั้นบันได

(๒๘) “ลูกนอน” หมายความว่า ระยะราบของขั้นบันได

(๒๙) “บ่อตรวจระบาย” หมายความว่า ส่วนที่เปิดได้ของท่อระบาย

ซึ่งกำหนดไว้ใช้ในการชำระล้างท่อ

(๓๐) “บ่อพักขยะ” หมายความว่า

ส่วนของทางระบายน้ำที่กำหนดกั้นขยะให้หยุดระบายไปด้วยกับน้ำ

(๓๑) “อุปกรณ์อนามัย” หมายความว่า

เครื่องประกอบอันใช้ประโยชน์ในการสุขาภิบาลของอาคาร

(๓๒) “บ่ออาจม” หมายความว่า บ่อพักอุจจาระหรือสิ่งโสโครก

อันไม่มีวิธีการระบายออกไปตามสภาพปกติ

(๓๓) “ลิฟต์” หมายความว่า

เครื่องใช้สำหรับบรรทุกบุคคลหรือของขึ้นลงระหว่างพื้นต่างๆ ของอาคาร

(๓๔) “ท่อเอกประปา” หมายความว่า

ท่อน้ำประปาในทางสาธารณะซึ่งเป็นสมบัติของการประปา

(๓๕) “วัตถุทนไฟ” หมายความว่า วัตถุก่อสร้างซึ่งไม่เป็นเชื้อเพลิง

(๓๖) “วัตถุถาวร” หมายความว่า

วัตถุทนไฟซึ่งตามปกติไม่แปลงสภาพได้ง่ายโดยน้ำ ไฟ หรือดินฟ้า อากาศ

(๓๗) “อิฐธรรมดา” หมายความว่า

ดินชนิดที่ปั้นขึ้นเป็นแท่งโดยไม่ใช้เครื่องจักรและเผาไฟสุกแล้ว

(๓๘) “อิฐอัด” หมายความว่า

อิฐชนิดซึ่งได้ประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้เครื่องอัดให้เนื้อแน่นก่อนเผา

(๓๙) “คอนกริต” หมายความว่า วัตถุซึ่งประกอบขึ้นด้วยส่วนผสมของซิเมนต์

ทราย น้ำ และหิน

(๔๐) “คอนกริตเสริมเหล็ก” หมายความว่า

คอนกริตซึ่งมีเหล็กฝังภายในให้ทำหน้าที่รับแรงได้มากขึ้นกว่าปกติ

(๔๑) “เหล็กหล่อ” หมายความว่า

เหล็กซึ่งถลุงมาจากแร่เหล็กอันจะใช้เชื่อมหรือชุบไม่ได้ผล

(๔๒) “เหล็กล้วน” หมายความว่า เหล็กที่มีธาตุอื่นเจือปนน้อยที่สุดและจะใช้ชุบไม่ได้ผล

(๔๓) “เหล็กถ่าน” หมายความว่า เหล็กซึ่งมีธาตุถ่านผสมทำให้เหนียวกว่าปกติ

อันจะใช้ชุบได้ผล

(๔๔) “เหล็กเสริม” หมายความว่า

เหล็กถ่านที่ใช้สำหรับฝังในเนื้อคอนกริตเพื่อเพิ่มกำลังขึ้น

(๔๕) “ไม้อ่อน” หมายความว่า ไม้เนื้ออ่อนซึ่งไม่คงทนต่อดินฟ้าอากาศและตัวสัตว์

โดยปราศจากวัตถุป้องกัน เช่น ไม้ยาง หรือไม้ตะแบก

(๔๖) “ไม้แก่น” หมายความว่า

ไม้เนื้อแข็งซึ่งคงทนต่อดินฟ้าอากาศและตัวสัตว์ได้ดีตามสภาพอันสมควร เช่น

ไม้ตะเคียน หรือไม้เต็งรัง

(๔๗) “ปูนขาว” หมายความว่า วัตถุประสานซึ่งประดิษฐ์ขึ้นจากหินธาตุปูนหรือเปลือกหอย

(๔๘) “ซิเมนต์” หมายความว่า วัตถุประสานซึ่งประดิษฐ์ขึ้นจากแร่ธาตุปูน

และธาตุดินผสมกันตามส่วนกำหนด

(๔๙) “ทราย” หมายความว่าก้อนหินเมล็ดเล็กละเอียดเกิดตามธรรมชาติ

ซึ่งมีขนาดไม่โตเกิน ๓ มิลิเมตร

(๕๐) “กรวด” หมายความว่า ก้อนหินเกิดตามธรรมชาติขนาดก้อนโตเกินกว่า ๓

มิลิเมตร

(๕๑) “ดินดาน” หมายความว่า

หินชนิดที่มีเนื้อเปื่อยไม่แน่นเป็นก้อนแกร่ง

(๕๒) “หินปูน” หมายความว่า หินธาตุปูน ซึ่งมีเนื้อแน่นแกร่งเป็นก้อนปึก

(๕๓) “หินทราย” หมายความว่า

หินประกอบด้วยเมล็ดทรายและประสานด้วยวัตถุอื่นเป็นก้อนปึก

(๕๔) “หินอัคนีย์” หมายความว่า หินที่มีเนื้อแข็งแกร่งเป็นก้อนปึก

โดยไม่ต้องอาศัยวัตถุอื่นประสาน

(๕๕) “แรงประลัย” หมายความว่า

แรงขนาดที่จะทำให้วัตถุนั้นแตกแยกออกจากกันเป็นส่วน

(๕๖) “แรงดึง” หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุแยกออกห่างจากกัน

(๕๗) “แรงดัน” หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุทลายเข้าหากัน

(๕๘) “แรงเฉือน” หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุขาดออกจากันดุจกรรไกรตัด

(๕๙) “ส่วนปลอดภัย” หมายความว่า

ตัวเลขที่ใช้ทอนแรงประลัยลงให้ถึงขนาดที่จะใช้ได้ปลอดภัย

(๖๐) “น้ำหนักบรรทุก” หมายความว่า แรงที่กำหนดว่าจะมาเพิ่มขึ้นบนอาคาร

นอกจากน้ำหนักของตัวอาคารนั้นเอง

(๖๑) “ส่วนลาด” หมายความว่า ส่วนระยะตั้งเทียบกับส่วนระยะยาว

(๖๒) “ทางสาธารณะ” หมายความว่า ที่ดินที่ประชาชนมีสิทธิใช้เป็นทางคมนาคมได้

(๖๓) “ถนนสาธารณะ” หมายความว่า ทางสาธารณะที่รถเดินผ่านได้

(๖๔) “ระดับถนนสาธารณะ” หมายความว่า

ความสูงของยอดถนนสาธารณะใกล้ชิดกับที่ดินปลูกสร้างเทียบกับระดับน้ำทะเล

(๖๕) “ทางระบายน้ำสาธารณะ” หมายความว่า

ช่องน้ำไหลตามทางสาธารณะซึ่งกำหนดไว้ให้ระบายน้ำออกจากอาคารได้

(๖๖) “แนวถนน” หมายความว่า

เขตถนนและทางเดินที่กำหนดไว้ให้เป็นทางสาธารณะ

การอนุญาตปลูกสร้าง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

บุคคลใดที่จะปลูกอาคารใดตามความหมายในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติ

ต้องยื่นคำขอและได้รับอนุญาตจากคณะเทศมนตรี

ผู้ขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร

จะต้องเป็นเจ้าของอาคารที่จะปลูกสร้างขึ้นหรือเป็นตัวแทนของผู้นั้น

ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

คำขออนุญาตให้ทำตามแบบ “อ ๑” ท้ายเทศบัญญัตินี้

ยื่นต่อคณะเทศมนตรีพร้อมด้วยแผนผังแบบก่อสร้าง และรายการอย่างละสามชุด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

สำหรับการขอหนังสืออนุญาตชั่วคราวตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัตินั้น

นอกจากจะแสดงจุดประสงค์ในหนังสือขออนุญาตแล้ว ให้ผู้ขออนุญาตกำหนดขั้นของงานและระยะเวลาสำเร็จในแผนผังแบบก่อสร้างและรายการไว้ให้ชัดเจน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ใบอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติ ให้ทำตามแบบ “อ ๒” ท้ายเทศบัญญัตินี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

คำสั่งของคณะเทศมนตรีให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผังแบบก่อสร้างหรือรายการตามความในมาตรา

๑๐ แห่งพระราชบัญญัติให้ทำตามแบบ “อ ๓” ท้ายเทศบัญญัตินี้และให้จัดส่งให้ผู้ขออนุญาตโดยให้ลงนามเป็นหลักฐานไว้แต่ถ้าส่งให้ไม่ได้ก็ให้ประกาศไว้ให้ทราบที่ป้ายโฆษณาของสำนักงานเทศบาล

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

สำหรับอาคารตามความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติ ให้เจ้าหน้าที่บังคับบัญชาการก่อสร้างแจ้งให้คณะเทศมนตรีทราบเป็นหนังสือก่อนกำหนดก่อสร้างอย่างน้อยเป็นเวลา

๓๐ วัน

พร้อมด้วยแผนผังและแบบก่อสร้างหนึ่งชุด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ถ้าคณะเทศมนตรีมีข้อแก้ไขสำหรับอาคารตามความในมาตรา ๑๔

แห่งพระราชบัญญัติก็ให้มีหนังสือแจ้งเหตุผลให้เจ้าหน้าที่บังคับบัญชาการก่อสร้างทราบภายในกำหนด

๑๕ วัน นับจากเวลาที่ได้รับแจ้งความนั้น

แผนผัง แบบก่อสร้าง และรายการ

แผนผัง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

แผนผังให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๑,๐๐๐

แสดงขอบเขตที่ดินและบริเวณติดต่อและแสดงขอบนอกของอาคารที่มีอยู่แล้วกัยอาคารที่อขอนุญาตปลูกสร้างใหม่ด้วยลักษณะเครื่องหมายต่างกันให้ชัดเจนพร้อมด้วยเครื่องหมายทิศอันถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในแผนผังให้แสดงทางสาธารณะติดต่อกับที่ดินปลูกสร้างโดยบริบูรณ์กับทางระบายน้ำออกจากอาคารที่จะปลูกสร้างนั้นจนถึงทางระบายน้ำสาธารณะและตามแนวทางระบายน้ำนั้น

ให้แสดงเครื่องหมายชี้ทางน้ำไหลพร้อมด้วยส่วนลาด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้แสดงระดับของพื้นชั้นล่างของอาคารและให้แสดงการสัมพันธ์กับระดับถนนสาธารณะหรือระดับพื้นดินตรงที่ปลูกสร้างในแผนผังนั้น

แบบก่อสร้าง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

แบบก่อสร้างให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑ ใน ๑๐๐ แสดงแผนรากฐานอาคาร แผนพื้นชั้นต่างๆ

ของอาคาร รูปด้านและรูปต่อเนื่องกันไม่ต่ำกว่าสองด้าน รูปรายละเอียดส่วนสำคัญ ขนาด

และเครื่องหมายวัตถุประกอบอาคารชัดเจนพอที่จะคิดรายการและสอบรายคำนวณได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

แบบก่อสร้างอาคารสาธารณะและอาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ตั้งแต่สามชั้นขึ้นไป

ให้แสดงรายคำนวณกำลังของส่วนสำคัญต่างๆ ของอาคารไว้โดยบริบูรณ์

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

แบบก่อสร้างสำหรับต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารที่มีอยู่แล้วให้แสดงแบบของส่วนเก่าและส่วนที่จะต่อเติมหรือดัดแปลงให้เห็นชัดเจนต่างกัน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

อาคารชั่วคราวเพื่อประโยชน์ในการปลูกสร้างอาคารถาวรหรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นก็ดี

จะเสนอแบบก่อสร้างเป็นแบบสังเขปก็ได้แบบอาคารประเภทนี้ผู้รับอนุญาตจะต้องรื้อถอนไปให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดอายุหนังสืออนุญาตนั้นหรือถ้ายังมีความจำเป็นจะต้องใช้อยู่ต่อไป

ก็ขออนุญาตต่ออายุได้

รายการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

รายการให้แสดงลักษณะของวัตถุก่อสร้างอันเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาคารโดยละเอียดชัดเจนพร้อมด้วยวิธีประกอบวัตถุต่างๆ

นั้นเป็นหลักดำเนินการไว้ด้วย

ทั่วไป

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

มาตราส่วน ขนาด ระยะ น้ำหนัก และหน่วยการคำนวณต่างๆ ของแผนผังแบบก่อสร้าง

รายการหรือรายคำนวณนั้น ให้ใช้มาตราเมตริกอนุโลมตามกฎหมายว่าด้วยมาตราชั่งตวงวัด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ให้แจ้งนามและสำนักงานของผู้กำหนดแผนผังออกแบบก่อสร้างทำรายการ

และคิดรายคำนวณไว้เสมอไป พร้อมด้วยเครื่องหมายวิทยฐานะ (ถ้ามี) ว่าเป็นผู้สามารถสมควรทำการเหล่านั้นได้

ลักษณะอาคารต่างๆ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

อาคารพิเศษนอกจากต้องปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ

ที่มีกำหนดควบคุมอยู่โดยเฉพาะแล้ว ให้เสนอรายคำนวณอย่างละเอียด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

อาคารใช้เป็นที่พักอาศัยเมื่อทำด้วยไม้หรือวัตถุไม่ทนไฟเป็นส่วนใหญ่จะปลูกสร้างเกินสองชั้นมิได้

และครัวไฟจะต้องอยู่นอกอาคารนั้นเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก เว้นแต่ที่ดินจะมีจำกัด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

อาคารใช้เป็นที่พักอาศัยเกินกว่าสองชั้น

ให้ทำด้วยวัตถุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

อาคารใช้เป็นที่พักอาศัยเกินกว่าสามชั้น

ให้ทำด้วยวัตถุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่ และนอกจากบันไดชุดหนึ่งตามปกติ

จะต้องมีทางลงหนีไฟอย่างน้อยอีกหนึ่งทาง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ห้องแถว ตึกแถว ให้ทำกว้างไม่น้อยกว่า ๓๕๐ เซนติเมตรระหว่างผนัง

และต้องมีทางคนเข้าออกได้ทั้งข้างหน้ากับข้างหลัง

ถ้าปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแนวยาวให้มีผนังกันไฟทุกระยะห้าห้องเป็นอย่างน้อย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

อาคารบ้านเรือนโรงจะปลูกสร้างบนที่ดินถมขยะมูลฝอยมิได้

จนกว่าจะปรากฏว่าลักษณะดินนั้นเป็นการปลอดภัยทางอนามัยแล้ว

และได้ถมปิดขยะมูลฝอยนั้นเสร็จด้วยดินกระทุ้งแน่นหนาไม่ต่ำกว่า ๓๐ เซนติเมตรแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

รั้วหรือกำแพงกั้นเขตให้ทำได้สูงไม่เกิน ๓๐๐ เซนติเมตรเหนือระดับถนนสาธารณะ

และกำหนดให้สภาพได้ดิ่งอยู่เสมอไป ประตูรั้วหรือกำแพงทางรถเข้าเมื่อคานบนให้วางคานนั้นสูงตั้งแต่

๓๐๐ เซนติเมตรขึ้นไปจากระดับถนนสาธารณะ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ป้ายโฆษณาจะติดตั้งโดยไม่บังช่องลม หน้าต่าง หรือประตู

ด้วยวัตถุติดต่ออันถาวรอันจะหลุดออกมิได้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

สะพานสำหรับรถข้ามได้ต้องมีช่องกว้างเป็นทางจราจรไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เซนติเมตร

และลาดขึ้นลงไม่ชันกว่า ๑ ใน ๑๐ ถ้ามีหลังคาคลุมต้องวางคานบนสูงไม่ต่ำกว่า ๓๐๐

เซนติเมตรจากระดับพื้นสะพาน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

การปลูกสร้างโดยต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารซึ่งจำต้องได้รับอนุญาตนั้นมีกำหนดดังนี้

ก. ขยายพื้นชั้นหนึ่งชั้นใดตั้งแต่ห้าตารางเมตรขึ้นไป

ข. เปลี่ยนหลังคาหรือขยายหลังคาให้ปกคลุมเนื้อที่มากขึ้นกว่าเดิม

ค. เพิ่ม ลดจำนวน หรือเปลี่ยนเสา คาน บันได และผนัง

ส่วนต่างๆ ของอาคาร

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ห้องซึ่งใช้เป็นที่พักอาศัยในอาคารให้มีส่วนกว้างหรือยาว ไม่ต่ำกว่า ๒๕๐

เซนติเมตร กับรวมเนื้อที่พื้นทั้งหมดไม่น้อยกว่า ๙ ตารางเมตร

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ห้องนอนหรือห้องใช้เป็นที่พักอาศัยในอาคารให้มีช่องประตูและหน้าต่างเป็นเนื้อที่รวมกันไม่น้อยกว่าส่วน

๑ ใน ๑๐

ของพื้นที่ของห้องนั้นโดยไม่รวมนับส่วนประตูหรือหน้าต่างอันติดต่อกับห้องอื่น

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ห้องของอาคารซึ่งบุคคลเข้าไปได้จะต้องมีช่องระบายลมให้เพียงพอในเมื่อได้ปิดประตูหน้าต่างทั้งหมด

ส่วนวิธีระบายลมนั้นให้ทำตามแบบซึ่งเหมาะสมกับสภาพของอาคารนั้น

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ช่องทางเดินในอาคารสำหรับบุคคลใช้สอยหรืออาศัยให้ทำกว้างไม่น้อยกว่า ๑๐๐

เซนติเมตร กับมิให้มีเสากีดกั้นให้ส่วนใดแคบกว่ากำหนดนั้น ทั้งให้มีแสงสว่างธรรมชาติแลเห็นได้ชัดเวลากลางวันด้วย

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

ยอดหน้าต่างและประตูในอาคาร ให้ทำสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เซนติเมตร

และบุคคลอยู่ในห้องต้องสามารถเปิดประตูหน้าต่าง

และออกจากห้องนั้นได้โดยมิจำเป็นต้องใช้เครื่องมือ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ระยะดิ่งระหว่างพื้นถึงเพดาน ยอดฝาหรือผนังสำหรับอาคารที่พักอาศัยต้องไม่ต่ำกว่า

๓๐๐ เซนติเมตร ถ้าเป็นอาคารสาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ ห้องแถว ตึกแถว

โรงรถ หรือคอกสัตว์ที่มีห้องคนพักอาศัยอยู่ชั้นบน ระยะไม่ต่ำกว่า ๓๕๐ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

พื้นชั้นล่างของอาคารที่พักอาศัยนั้นต้องมีระดับอยู่เหนือพื้นดินปลูกสร้างอาคารไม่ต่ำกว่า

๗๕ เซนติเมตร แต่ถ้าเป็นพื้นซีเมนต์ อิฐ หิน หรือวัตถุแข็งอย่างอื่นที่สร้างกัน

ต้องมีระดับอยู่เหนือพื้นดินปลูกสร้างอาคารไม่ต่ำกว่า ๑๐ เซนติเมตร

และถ้าเป็นอาคารตั้งอยู่ริมทางสาธารณะความสูงจะต้องวัดจากระดับทางสาธารณะนั้น

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ห้ามมิให้ประตูหน้าต่างหรือช่องลมจากครัวไฟเปิดเข้าไปสู่ห้องส้วมหรือห้องนอนของอาคารได้โดยตรง

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

เตาไฟสำหรับการอุตสาหกรรมหรือการพาณิชย์ชนิดเป็นเตาก่อหรือเตาเหล็ก

ให้ตั้งได้เฉพาะในอาคารซึ่งประกอบด้วยวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

เตาไฟและปล่องระบายควันจะต้องทำมิให้ฝาหรือผนังหรือหลังคารับความร้อนจัดได้

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

ประตูสำหรับอาคารสาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรม

หรืออาคารพาณิชย์ต้องมีธรณีประตูเสมอเรียบกับพื้นหรือไม่มีเลย

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

บันไดสำหรับอาคารที่พักอาศัยต้องทำขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๙๐ เซนติเมตร

ช่วงหนึ่งไม่สูงเกิน ๓๐๐ เซนติเมตร และลูกตั้งไม่สูงกว่า ๒๐ เซนติเมตร

ลูกนอนไม่แคบกว่า ๒๒ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

บันได้สำหรับอาคารสาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรม

และอาคารพาณิชย์ต้องทำขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เซนติเมตร ช่วงหนึ่งสูงไม่เกิน ๔๐๐

เซนติเมตร และลูกตั้งไม่สูงกว่า ๑๙ เซนติเมตร และลูกนอนไม่แคบกว่า ๒๔ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

บันไดซึ่งมีช่วงระยะสูงกว่าที่กำหนดไว้ให้ทำที่พักมีขนาดกว้างยาวไม่น้อยกว่าส่วนกว้างของบันไดนั้น

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

ลิฟต์สำหรับบุคคลใช้สอย

ให้ทำได้แต่ในอาคารซึ่งประกอบด้วยวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

และโดยเฉพาะส่วนต่อเนื่องกับลิฟต์นั้นต้องเป็นวัตถุทนไฟทั้งสิ้นส่วนปลอดภัยของลิฟต์จะต้องมีอยู่ไม่น้อยกว่าสี่เท่าของน้ำหนักที่กำหนดใช้

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

วัตถุมุงหลังคา ให้ทำด้วยวัตถุทนไฟ เว้นแต่อาคารซึ่งตั้งอยู่ห่างอาคาร

ต่างครัวเรือน และเขตที่ดินหรือทางสาธารณะเกิน ๔๐ เมตร

จึงจะใช้มุงด้วยวัตถุอื่นได้

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

ส่วนรากฐานของอาคารซึ่งอยู่ใต้ดินต่อเนื่องกับทางสาธารณะเมื่อได้รับอนุมัติจากคณะเทศมนตรีแล้ว

จะอยู่เหลื่อมทางสาธารณะเข้าไปได้ไม่เกิน ๑๐๐ เซนติเมตร

แต่การเหลื่อมล้ำต้องไม่กีดขวางสิ่งปลูกสร้างซึ่งได้มีอยู่ใต้ทางนั้น

และระดับของส่วนรากฐานที่ยื่นออกมาในทางสาธารณะจะต้องไม่สูงกว่าระดับที่คณะเทศมนตรีกำหนดให้

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

รากฐานของอาคารจะต้องทำเป็นลักษณะถาวรมั่นคงพอที่จะรับน้ำหนักของอาคารและน้ำหนักที่จะใช้บรรทุกได้โดยปลอดภัย

ในกรณีที่คณะเทศมนตรีเห็นว่าการกำหนดรากฐานนั้นยังไม่มั่นคงเพียงพอก็ให้เรียกรายคำนวณจากเจ้าของอาคารเพื่อประกอบการพิจารณาได้

กำลังวัตถุและน้ำหนักบรรทุก

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงดันส่วนอาคารประกอบด้วยอิฐประสานด้วยปูนผสมส่วนต่างๆ

ให้กำหนดใช้ไม่เกินอัตราดังต่อไปนี้

ชนิดอิฐ

ส่วนปูนขาว

ส่วนปูนซิเมนต์

ส่วนทราย

แรงดันได้ต่อ ๑

ตารางเซนติเมตร

ธรรมดา

”

”

”

อัด

”

”

”

๒ กิโลกรัม

”

”

”

”

”

”

๑๐

”

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงประเภทต่างๆ ของส่วนอาคารประกอบด้วยเหล็กชนิดต่างๆ

ให้ใช้ส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งวัตถุ

และถ้าไม่มีเอกสารแสดงการทดลองโดยผู้ชำนาญก็ให้ใช้แรงไม่เกินอัตราดังต่อไปนี้

ชนิดเหล็ก

แรงดึง ๑ ตารางเซนติเมตร

แรงดัน ๑ ตารางเซนติเมตร

แรงเฉือน ๑ ตารางเซนติเมตร

เหล็กหล่อ

เหล็กล้วน

เหล็กถ่านอ่อน

เหล็กเสริม

คอนกริต

๒๐๐ กิโลกรัม

๗๐๐

”

๑,๐๐๐

”

๑,๒๐๐ ”

๑,๒๐๐ กิโลกรัม

๗๐๐

”

๑,๐๐๐

”

๑,๒๐๐

”

๒๐๐ กิโลกรัม

๖๐๐ ”

๘๐๐ ”

๘๕๐ ”

88 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

เทศบัญญัติของเทศบาลนครกรุงเทพ เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช ๒๔๘๓ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0446d6d8db90fd39

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com