ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกา
เรื่อง
การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์
พ.ศ.
๒๕๖๐
โดยที่เป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกา
ว่าด้วยการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกา
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ องค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกาโดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกาและนายอำเภอลำลูกกา
จึงตราข้อบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกา เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์
พ.ศ. ๒๕๖๐
ข้อ ๒[๑]
ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกาตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดาข้อบัญญัติ ระเบียบ ประกาศ
หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วในข้อบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน
ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้
การเลี้ยงสัตว์
หมายความว่า การเลี้ยงสัตว์ในสถานที่เลี้ยงสัตว์
การปล่อยสัตว์
หมายความว่า การเลี้ยงสัตว์ในลักษณะที่มีการปล่อยให้อยู่นอกสถานที่เลี้ยงสัตว์
รวมทั้งการสละการครอบครองสัตว์
สถานที่เลี้ยงสัตว์
หมายความว่า คอกสัตว์ กรงสัตว์ ที่ขังสัตว์ หรือสถานที่ในลักษณะอื่นที่ใช้ในการควบคุมสัตว์ที่เลี้ยง
เจ้าของสัตว์
หมายความรวมถึงผู้ครอบครองสัตว์ด้วย
ที่หรือทางสาธารณะ
หมายความว่า สถานที่หรือทางซึ่งมิใช่เป็นของเอกชนและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์หรือสัญจรได้
เจ้าพนักงานท้องถิ่น
หมายความว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกา
เจ้าพนักงานสาธารณสุข
หมายความว่า
เจ้าพนักงานซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
หมายความว่า ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้น
ข้อ ๕ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชนในท้องถิ่นหรือเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์ให้พื้นที่ในเขตอำนาจขององค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกาเป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ดังนี้
(๑)
สัตว์ประเภท ๑ ได้แก่
(๑.๑)
งู
(๑.๒)
จระเข้
(๑.๓)
ช้าง
(๒)
สัตว์ประเภท ๒ ได้แก่
(๒.๑)
สุนัข
(๒.๒)
แมว
ข้อ ๖ ให้พื้นที่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกาทั้งหมดเป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภท
๑ โดยเด็ดขาด
กรณีมีเหตุจำเป็นต้องนำเข้ามาในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกาเป็นการชั่วคราวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข้อ ๗ ให้พื้นที่ต่อไปนี้เป็นเขตห้ามเลี้ยงสัตว์
ประเภทที่ ๒ เกินจำนวนที่กำหนดดังนี้
(๑)
พื้นที่ไม่เกิน ๒๐ ตารางวา เลี้ยงได้ไม่เกิน ๒ ตัว
(๒)
พื้นที่เกิน ๒๐ ตารางวา แต่ไม่เกิน ๕๐ ตารางวา เลี้ยงได้ไม่เกิน ๓ ตัว
(๓)
พื้นที่ ๕๐ ตารางวาขึ้นไป เลี้ยงได้ไม่เกิน ๔ ตัว
การห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์
ประเภทที่ ๒ ไม่ใช้บังคับกับการเลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์ขาย การเลี้ยงเพื่อการกุศล
หากเลี้ยงหรือปล่อยต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนหรือสถานที่อื่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ข้อ ๘ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับตั้งแต่วันที่ข้อบัญญัติมีผลใช้บังคับ
เจ้าของสุนัขและแมวมีหน้าที่ต้องไปยื่นคำขอจดทะเบียนเพื่อจัดทำบัตรประจำตัวและเครื่องหมายสัญลักษณ์
ณ หน่วยรับจดทะเบียน เพื่อความสะดวกในการจดทะเบียนสุนัขและแมวตามวรรคหนึ่ง
เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจประกาศกำหนดช่วงวัน เวลา
และสถานที่ในการรับจดทะเบียนได้ตามที่เห็นสมควร
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอแล้วพบว่าถูกต้อง
ให้ออกบัตรประจำตัวสุนัขและแมวพร้อมมอบเครื่องหมายสัญลักษณ์ให้กับเจ้าของ
ภายหลังดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว
หากมีสุนัขและแมวเกิดใหม่ เจ้าของต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
คำขอจดทะเบียน บัตรประจำตัว
และเครื่องหมายสัญลักษณ์ให้เป็นไปตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ข้อ ๙ ให้เจ้าของสุนัขและแมวแจ้งต่อหน่วยรับจดทะเบียนภายในกำหนดเวลาดังนี้
(๑)
ภายใน ๓๐ วัน
(๑.๑)
เมื่อมีการย้ายที่อยู่สุนัขและแมวไปนอกเขตองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกา
(๑.๒) เมื่อมีการนำสุนัขและแมวจากนอกเขตองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกามาเลี้ยงดูแต่ต้องไม่เกินจำนวนตาม
(ข้อ ๗)
(๑.๓)
เมื่อบัตรประจำตัว เครื่องหมายสัญลักษณ์ สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ
(๒)
ภายใน ๑๕ วัน
(๒.๑)
เมื่อสุนัขและแมวหายหรือตาย
(๒.๒) เมื่อพบสุนัขและแมวที่หาย
ภายหลังจากได้แจ้งการหายตามข้อ ๑ แล้ว
ข้อ ๑๐
หากเจ้าของสุนัขและแมวไม่ประสงค์จะเลี้ยงดูดังกล่าว
ต้องมอบสุนัขหรือแมว บัตรประจำตัวสุนัขพร้อมเครื่องหมายสัญลักษณ์ให้กับเจ้าของใหม่
และต้องแจ้งต่อหน่วยที่รับจดทะเบียนไว้ภายในสามสิบวันนับแต่วันรับมอบสุนัขและแมว
ข้อ ๑๑ วิธีการแจ้งตามข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐
ให้เป็นไปตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ข้อ ๑๒
ในการเลี้ยงสุนัขและแมว
เจ้าของต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑)
จัดสถานที่เลี้ยงตามความเหมาะสม โดยมีขนาดเพียงพอแก่การดำรงชีวิตของสัตว์ มีแสงสว่างเพียงพอและการระบายอากาศที่เพียงพอ
มีระบบการระบายน้ำและกำจัดสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ
(๒) กรณีเป็นสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้าย
หรือสุนัขสายพันธุ์อื่นที่มีประวัติทำร้ายคนจะต้องเลี้ยงในสถานที่
หรือกรงที่สุนัขไม่สามารถเข้าถึงบุคคลภายนอก
และมีป้ายเตือนให้ระมัดระวังโดยสังเกตได้อย่างชัดเจน
(๓)
ควบคุมสุนัขและแมวมิให้ออกนอกสถานที่เลี้ยง โดยปราศจากการควบคุม
(๔)
ควบคุมดูแลสุนัขและแมวมิให้ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ เช่น ก่อให้เกิดเสียงดังติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
ๆ เป็นต้น
(๕) รักษาสถานที่เลี้ยงสุนัขและแมวให้สะอาดอยู่เสมอ
จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ เป็นประจำไม่ปล่อยให้เป็นที่สะสม
หมักหมมจนเกิดกลิ่นเหม็นรบกวนผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
(๖)
ต้องรับผิดชอบต่อความเป็นอยู่ของสุนัขและแมว เกี่ยวกับเรื่องอาหาร ความสะอาดและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ถ้าเจ้าของไม่สามารถเลี้ยงดูได้เป็นการชั่วคราวจะต้องจัดให้มีผู้ดูแลความเป็นอยู่ให้เป็นปกติสุข
(๗)
เมื่อสัตว์ตายเจ้าของจะต้องกำจัดซากให้ถูกสุขลักษณะเพื่อป้องกันมิให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงหรือสัตว์นำโรค
ทั้งนี้ โดยวิธีที่ไม่ก่อเหตุรำคาญ
และไม่เป็นเหตุให้เกิดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ
เว้นแต่สัตว์ตายเนื่องจากป่วยเป็นโรคระบาดสัตว์ต้องแจ้งต่อหน่วยรับจดทะเบียนทราบทันที
และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่
(๘)
จัดให้มีการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในสุนัขและแมว
เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์มาสู่คน
(๙)
ในกรณีที่มีเหตุควรสงสัยว่า
สัตว์ที่เลี้ยงเป็นโรคอันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของประชาชน
ให้เจ้าของแยกกันไว้ต่างหาก และแจ้งให้หน่วยที่รับจดทะเบียนไว้ทราบ
และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่
(๑๐)
ต้องจัดให้สัตว์มีเครื่องหมายสัญลักษณ์ติดที่ตัวตลอดเวลา
(๑๑)
ปฏิบัติการอื่นใดตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
ข้อ ๑๓
ห้ามผู้ใดเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขและแมวในที่หรือทางสาธารณะหรือในที่ของบุคคลอื่นโดยปราศจากความยินยอม
ข้อ ๑๔
กรณีการเลี้ยงสัตว์ในสถานที่ของเอกชน
หรือทางสาธารณะนั้นก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อื่น
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของสัตว์หรือผู้ครอบครองสถานที่เลี้ยงสัตว์
ระงับเหตุรำคาญภายในเวลาอันควร
และถ้าเห็นสมควรจะให้กระทำโดยวิธีใดเพื่อระงับเหตุรำคาญนั้น หรือสมควรกำหนดวิธีการเพื่อป้องกันมิให้มีเหตุรำคาญนั้น
หรือสมควรกำหนดวิธีการเพื่อป้องกันมิให้มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นอีกในอนาคตให้ระบุไว้ในคำสั่งนั้น
ข้อ ๑๕
เจ้าของสัตว์มีหน้าที่ต้องกำจัดสิ่งปฏิกูลอันเกิดจากสัตว์ในที่หรือทางสาธารณะหรือในที่อื่นใดในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกาโดยทันที
ข้อ ๑๖
ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นพบสัตว์ในที่หรือทางสาธารณะอันเป็นการฝ่าฝืนข้อ ๕ โดยไม่ปรากฏเจ้าของ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกักสัตว์ดังกล่าวไว้เป็นเวลาอย่างน้อยสามสิบวัน
เมื่อพ้นกำหนดแล้วยังไม่มีผู้ใดมาแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของเพื่อรับสัตว์คืนให้สัตว์นั้นตกเป็นขององค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกาแต่ถ้าการกักสัตว์ไว้อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่สัตว์นั้นหรือสัตว์อื่น
หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินสมควร
เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะจัดการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์นั้นตามควรแก่กรณีก่อนถึงกำหนดเวลาดังกล่าวก็ได้เงินที่ได้จากการขายหรือขายทอดตลาดเมื่อได้หักค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาดและค่าเลี้ยงดูสัตว์แล้วให้เก็บรักษาไว้แทนสัตว์
ในกรณีที่มิได้มีการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์ตามวรรคหนึ่งและเจ้าของสัตว์มาขอรับสัตว์คืนภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง
เจ้าของสัตว์ต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงดูสัตว์ให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกา
ตามจำนวนที่ได้จ่ายจริงด้วย
ในกรณีที่ปรากฏว่าสัตว์ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นพบนั้นเป็นโรคติดต่ออันอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควรได้
ข้อ ๑๗
เจ้าของหรือผู้ครอบครองสัตว์ประเภทที่
๑ และ ประเภทที่ ๒ อยู่ก่อนข้อบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ให้เลี้ยงสัตว์ต่อไปได้จนกว่าจะสิ้นอายุหรือมีการเปลี่ยนแปลง
และให้มาดำเนินการแจ้งให้หน่วยรับจดทะเบียนทราบตามข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐
ข้อ ๑๘
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๔๔
วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ในเขตอำนาจขององค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกา
ในเรื่องใดหรือทุกเรื่องก็ได้
ข้อ ๑๙
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๒๐
ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกาเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบ
ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐
บุญเริ่ม
อรชุน
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกา
ชญานิศ/จัดทำ
๒๘ มีนาคม ๒๕๖๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๓๓๒ ง/หน้า ๑๗๔/๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).