ข้อ ๑๒
ข้อ ๑๒ ในการเลี้ยงสุนัขและแมว เจ้าของต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดสถานที่เลี้ยงตามความเหมาะสม โดยมีขนาดเพียงพอแก่การดำรงชีวิตของสัตว์ มีแสงสว่างเพียงพอและการระบายอากาศที่เพียงพอ มีระบบการระบายน้ำและกำจัดสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ (๒) กรณีเป็นสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้าย หรือสุนัขสายพันธุ์อื่นที่มีประวัติทำร้ายคนจะต้องเลี้ยงในสถานที่ หรือกรงที่สุนัขไม่สามารถเข้าถึงบุคคลภายนอก และมีป้ายเตือนให้ระมัดระวังโดยสังเกตได้อย่างชัดเจน (๓) ควบคุมสุนัขและแมวมิให้ออกนอกสถานที่เลี้ยง โดยปราศจากการควบคุม (๔) ควบคุมดูแลสุนัขและแมวมิให้ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ เช่น ก่อให้เกิดเสียงดังติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ เป็นต้น (๕) รักษาสถานที่เลี้ยงสุนัขและแมวให้สะอาดอยู่เสมอ จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ เป็นประจำไม่ปล่อยให้เป็นที่สะสม หมักหมมจนเกิดกลิ่นเหม็นรบกวนผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง (๖) ต้องรับผิดชอบต่อความเป็นอยู่ของสุนัขและแมว เกี่ยวกับเรื่องอาหาร ความสะอาดและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ถ้าเจ้าของไม่สามารถเลี้ยงดูได้เป็นการชั่วคราวจะต้องจัดให้มีผู้ดูแลความเป็นอยู่ให้เป็นปกติสุข (๗) เมื่อสัตว์ตายเจ้าของจะต้องกำจัดซากให้ถูกสุขลักษณะเพื่อป้องกันมิให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงหรือสัตว์นำโรค ทั้งนี้ โดยวิธีที่ไม่ก่อเหตุรำคาญ และไม่เป็นเหตุให้เกิดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ เว้นแต่สัตว์ตายเนื่องจากป่วยเป็นโรคระบาดสัตว์ต้องแจ้งต่อหน่วยรับจดทะเบียนทราบทันที และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่ (๘) จัดให้มีการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในสุนัขและแมว เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์มาสู่คน (๙) ในกรณีที่มีเหตุควรสงสัยว่า สัตว์ที่เลี้ยงเป็นโรคอันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของประชาชน ให้เจ้าของแยกกันไว้ต่างหาก และแจ้งให้หน่วยที่รับจดทะเบียนไว้ทราบ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่ (๑๐) ต้องจัดให้สัตว์มีเครื่องหมายสัญลักษณ์ติดที่ตัวตลอดเวลา (๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเจ้าพนักงานสาธารณสุขหรือพนักงานเจ้าหน้าที่