กฎกระทรวง
กำหนดเกณฑ์ในการยุติการพิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน
พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง มาตรา ๖ มาตรา ๒๘ และมาตรา
๗๐ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒
ข้อ ๒ เมื่อเป็นที่พอใจของคณะกรรมการว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอว่ามีการทุ่มตลาดหรือมีความเสียหายที่เป็นเหตุเพียงพอให้ดำเนินการต่อไป
ให้ยกคำร้องให้มีการไต่สวนการทุ่มตลาด และยุติการไต่สวนการทุ่มตลาดโดยพลัน
ในกรณีที่คณะกรรมการชี้ว่าส่วนเหลื่อมของการทุ่มตลาดอยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำ
หรือปริมาณสินค้านำเข้าที่ทุ่มตลาดทั้งที่เป็นจริงหรืออาจจะเกิดขึ้น หรือว่าความเสียหายมีเพียงเล็กน้อย
ให้ยุติการไต่สวนในทันที
ส่วนเหลื่อมของการทุ่มตลาดให้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำ
หากส่วนเหลื่อมนั้นน้อยกว่าร้อยละสองของราคาส่งออก
ปริมาณของสินค้านำเข้าที่ทุ่มตลาดโดยทั่วไปให้ถือว่ามีเพียงเล็กน้อย
หากปริมาณของสินค้านำเข้าที่ทุ่มตลาดจากประเทศที่ถูกไต่สวนแต่ละประเทศน้อยกว่าร้อยละสามของสินค้านำเข้าชนิดเดียวกันในประเทศ
เว้นแต่ปริมาณการนำเข้าสินค้าที่ทุ่มตลาดจากแต่ละประเทศดังกล่าวรวมกันแล้วเกินกว่าร้อยละเจ็ดของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของสินค้าชนิดเดียวกันในประเทศ
ข้อ ๓ เมื่อเป็นที่พอใจของคณะกรรมการว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอว่ามีการอุดหนุนหรือความเสียหายที่เป็นเหตุเพียงพอให้ดำเนินการต่อไป
ให้ยกคำร้องให้มีการไต่สวนการอุดหนุน และยุติการไต่สวนการอุดหนุนโดยพลัน
ในกรณีที่คณะกรรมการชี้ว่าการอุดหนุนที่ได้รับอยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำ
หรือปริมาณสินค้านำเข้าที่ได้รับการอุดหนุนทั้งที่เป็นจริงหรืออาจจะเกิดขึ้น หรือความเสียหายมีเพียงเล็กน้อย
ให้ยุติการไต่สวนในทันที
การอุดหนุนที่ได้รับให้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำ หากมีน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของมูลค่าสินค้าหรือไม่เกินร้อยละสองของมูลค่าสินค้าต่อหน่วยสำหรับสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก หรือไม่เกินร้อยละสามของมูลค่าสินค้าต่อหน่วยสำหรับสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกซึ่งดำเนินการตามเงื่อนไขของความตกลงองค์การการค้าโลกในการยกเลิกการอุดหนุนการส่งออกก่อน
พ.ศ. ๒๕๔๖ หรือสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศกำลังพัฒนาน้อยที่สุดที่เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก
ทั้งนี้ อัตราไม่เกินร้อยละสามให้มีผลใช้ถึงวันที่
๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ เท่านั้น
ปริมาณของสินค้านำเข้าที่ได้รับการอุดหนุนที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกถือว่ามีเพียงเล็กน้อย
หากปริมาณของสินค้านำเข้าที่ได้รับการอุดหนุนจากแต่ละประเทศน้อยกว่าร้อยละสี่ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของสินค้าชนิดเดียวกัน
เว้นแต่ปริมาณของสินค้านำเข้าที่ได้รับการอุดหนุนจากแต่ละประเทศดังกล่าวรวมกันแล้วเกินร้อยละเก้าของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของสินค้านั้น
ข้อ ๔ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
อดิศัย โพธารามิก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดเกณฑ์ของส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
ประโยชน์ที่ได้รับจากการอุดหนุน ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาด
และปริมาณการนำเข้าสินค้าที่ได้รับการอุดหนุนที่ใช้ในการยุติการพิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนยังไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกับความตกลงว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนภายใต้องค์การการค้าโลกซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วิภา/ผู้จัดทำ
๑ กันยายน
๒๕๕๔
สายสัมพันธ์/ปรับปรุง
๒๐ ตุลาคม
๒๕๖๓
ภิรมย์พร/ตรวจ
๔
ธันวาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๑๒ ก/หน้า ๑๑/๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).