我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 (ฉบับ Update ล่าสุด) หมวด ๓

มาตรา ๑๒–มาตรา ๑๙共 10 條

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ผู้ใดทำการค้าโดยส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนดซึ่งสินค้ามาตรฐานใด ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานนั้น ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานและคุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียน ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขในกฎกระทรวงให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่การควบคุมมาตรฐานสินค้าด้วยก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ เมื่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาได้รับคำขอจดทะเบียนและเห็นว่าคำขอนั้นถูกต้องก็ให้รับจดทะเบียนไว้ และให้ออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานให้แก่ผู้ขอ ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้เรียกโดยย่อว่า “ใบทะเบียน” ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาไม่ยอมรับจดทะเบียน ผู้ร้องขอมีสิทธิอุทธรณ์ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งไม่รับจดทะเบียน คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ใบทะเบียนให้ใช้ได้ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม แห่งปีที่รับจดทะเบียน และต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี ถ้าใบทะเบียนสูญหายหรือถูกทำลาย ให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานยื่นคำร้องขอรับใบแทนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย ผู้ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วต้องแสดงใบทะเบียนหรือใบแทนไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ทำการที่ระบุไว้ในใบทะเบียนนั้น

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ การเลิกทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานซึ่งได้จดทะเบียนแล้วทั้งหมด หรือเฉพาะสินค้ามาตรฐานบางประเภทหรือบางชนิด การย้ายสำนักงาน การเปลี่ยนผู้จัดการหรือกรรมการ หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ให้ผิดไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้ให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานแจ้งการเลิก ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันเลิก ย้ายหรือเปลี่ยนแปลง

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ห้ามมิให้ผู้ซึ่งมิได้จดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนด บทบัญญัติในวรรคก่อน มิให้ใช้บังคับแก่สินค้ามาตรฐานที่บุคคลส่งหรือนำออกโดยมิใช่เป็นการค้า หรือเพื่อใช้ในยานพาหนะที่บรรทุกออกไปเท่าที่จำเป็น หรือเพื่อเป็นตัวอย่าง ทั้งนี้ ต้องมีปริมาณไม่เกินกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ถ้ามีปริมาณเกินกว่าที่กำหนดต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีหรือผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗[๗] สินค้ามาตรฐานซึ่งผู้ทำการค้าขาออกประสงค์จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนด ผู้ส่งหรือนำออกจะต้องจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและขอรับใบรับรองมาตรฐานสินค้าจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาหรือผู้ที่รัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้ และผู้ส่งหรือนำออกต้องแสดงใบรับรองมาตรฐานสินค้านั้นต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๖ วรรคสอง การจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า และการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ทวิ[๘] ในกรณีที่รัฐมนตรีกำหนดให้สินค้าใดเป็นสินค้ามาตรฐาน และประกาศนั้นยังไม่มีผลใช้บังคับ ผู้ใดประสงค์จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรตามที่รัฐมนตรีกำหนด และจะประสงค์ขอใบรับรองมาตรฐานสินค้าสำหรับสินค้านั้น ให้ผู้นั้นขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออก และจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาได้ออกใบทะเบียนและใบรับรองมาตรฐานสินค้าแล้วให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ทำการค้าขาออก และสินค้าที่ส่งออกนั้นเป็นสินค้ามาตรฐาน

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ตรี[๙] ห้ามมิให้ผู้ใดเอาวัตถุอื่นเจือปนสินค้ามาตรฐานที่ทำหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายในทางการค้าขาออกจนเป็นผลให้มีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนดไว้หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในทางการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานที่รู้อยู่ว่ามีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนดไว้ ในกรณีที่ผู้ครอบครองสินค้ามาตรฐานรู้ภายหลังว่าสินค้ามาตรฐานที่ครอบครองนั้นมีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด ยังมิให้ถือว่าผู้นั้นครอบครองสินค้ามาตรฐานโดยรู้อยู่ว่าเป็นสินค้ามาตรฐานที่มีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด เว้นแต่ผู้ครอบครองจะไม่แก้ไขปรับปรุงคุณภาพของสินค้ามาตรฐานนั้นให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนดหรือทำให้สิ้นสภาพ หรือทำอย่างหนึ่งอย่างใดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘[๑๐] สินค้ามาตรฐานที่ได้มีการชักตัวอย่างเพื่อทำการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือได้รับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า หรือได้มีการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่เป็นการกระทำอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (๑) กระทำการใด ๆ ทำให้สินค้ามาตรฐานหรือมาตรฐานของสินค้านั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม (๒) ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงสลาก เครื่องหมายตรวจสอบมาตรฐานสินค้า หรือเครื่องหมายแสดงคุณภาพ ปริมาณ หรือน้ำหนัก (๓) ทำลายหรือเปลี่ยนแปลงตราประทับ (๔) กระทำการใด ๆ ให้ตัวอย่างที่ได้ชักไว้เพื่อทำการตรวจสอบเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙[๑๑] ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานผู้ใด กระทำการหรืองดเว้นกระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือประกาศซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่งพักใช้ใบทะเบียนของผู้นั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรหรือจะสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนของผู้นั้นเสียก็ได้ ในกรณีที่ปรากฏว่า ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ออกตามมาตรา ๑๒ วรรคสอง ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาเพิกถอนการจดทะเบียนของผู้นั้นเสีย ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนตามมาตรานี้มีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยืนต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งพักใช้ใบทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนนั้น คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด ในกรณีที่ผู้ถูกสั่งพักใช้ทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนหลีกเลี่ยงหรือไม่ยอมรับคำสั่งนั้นให้เปิดคำสั่งไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ทำการที่ระบุไว้ในใบทะเบียนของผู้นั้น และให้ถือว่าผู้นั้นได้รับทราบคำสั่งตั้งแต่วันปิดคำสั่งเป็นต้นไป การประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).