法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
63
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

มาตรฐานสินค้าขาออก

พ.ศ. ๒๕๐๓

ในพระปรมาภิไธย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สังวาลย์

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ให้ไว้ ณ วันที่

๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๓

เป็นปีที่ ๑๕

ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานสินค้าขาออก

พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก

พ.ศ. ๒๕๐๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

บททั่วไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓[๒] ในพระราชบัญญัตินี้

“สินค้ามาตรฐาน” หมายความว่า

สินค้าที่รัฐมนตรีกำหนดให้เป็นสินค้ามาตรฐาน

“มาตรฐานสินค้า” หมายความว่า คุณภาพ ชั้น ประเภท

หรือชนิดของสินค้ามาตรฐานที่กำหนดขึ้น โดยใช้ปริมาณ หน่วย น้ำหนัก ปริมาตร

ขนาดส่วนผสม ส่วนประกอบ ส่วนสัด สี ตัวอย่าง และอื่น ๆ ทั้งนี้ แต่อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างเป็นเกณฑ์

รวมตลอดถึงวิธีการบรรจุ หุ้มห่อ หรือผูกมัด และวัตถุที่ใช้ในการนั้นด้วย

“ใบรับรองมาตรฐานสินค้า” หมายความว่า

เอกสารแสดงมาตรฐานสินค้าซึ่งออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้

“เครื่องหมายตรวจสอบ” หมายความว่า ตรา แผ่นป้าย

สลากหรือเครื่องหมายใด ๆ ที่กำหนดขึ้นสำหรับใช้ปิด ประทับ

หรือผูกติดที่สินค้ามาตรฐานหรือวัตถุที่ใช้ในการบรรจุ หุ้มห่อ

หรือผูกมัดเพื่อแสดงว่าสินค้ามาตรฐานนั้นได้รับการตรวจสอบมาตรฐานแล้ว

“ตราประทับ” หมายความว่า รอยตรา

หรือเครื่องหมายอื่นใดที่กำหนดขึ้นใช้ประทับที่สินค้ามาตรฐาน

หรือวัตถุที่ใช้ในการบรรจุ หุ้มห่อ หรือผูกมัด หรือที่อื่นใด

รวมทั้งวัตถุที่ใช้ร้อยหรือผูกติด หรือผูกมัดเพื่อเป็นหลักฐานในการรักษาสินค้านั้น

มิให้ถูกเพิ่มเติม สับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลง

“พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า” หมายความว่า

ข้าราชการพนักงานของรัฐหรือขององค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งอธิบดีได้แต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ

พนักงานของรัฐหรือขององค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔[๓] ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้ามีอำนาจ

(๑)

กำหนดหรือยกเลิกสินค้าให้เป็นสินค้ามาตรฐาน

(๒)

กำหนด แก้ไข หรือยกเลิกมาตรฐานสินค้า

(๓)

กำหนดเครื่องหมายที่จะมีถ้อยคำหรือไม่ก็ได้เพื่อแสดงให้เห็นว่าสินค้ามาตรฐานนั้นเป็นสินค้าที่ทำหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายในทางการค้าขาออก

และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการการแสดงเครื่องหมายนั้น

(๔)

กำหนดด่านศุลกากรที่ผู้ส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรต้องแสดงใบรับรองมาตรฐานสินค้า

สำหรับสินค้ามาตรฐานแต่ละประเภทหรือชนิด

(๕)

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

สำหรับสินค้ามาตรฐานแต่ละประเภทหรือชนิด

(๖)

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้ามาตรฐานที่มีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด

(๗)

กำหนดอัตราค่าบริการการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า และการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า

การกำหนด

แก้ไข หรือยกเลิกตามมาตรานี้ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่การกำหนดหรือแก้ไขตาม

(๑) หรือ (๒)

ต้องระบุวันเริ่มใช้บังคับไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เว้นแต่การแก้ไขตาม (๒)

ซึ่งมีผลเป็นการผ่อนคลายภาระหน้าที่ของผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้จะให้ใช้บังคับนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ได้

มาตรา ๕

มาตรา ๕[๔]

ให้จัดตั้งสำนักงานมาตรฐานสินค้าขึ้นในกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้งสำนักงานสาขาในท้องที่ซึ่งรัฐมนตรีเห็นสมควรเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

ในท้องที่นั้นและขึ้นตรงต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้า

การจัดตั้งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าและสำนักงานสาขาแต่ละแห่ง

มีหัวหน้ารับผิดชอบในกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา

การแต่งตั้งหัวหน้าสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือหัวหน้าสำนักงานสาขาให้เป็นอำนาจหน้าที่ของอธิบดี

มาตรา ๖

มาตรา ๖[๕]

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า

และออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้

กำหนดกิจการอื่นและออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงและประกาศนั้น

เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

คณะกรรมการมาตรฐานสินค้า

มาตรา ๗

มาตรา ๗[๖] ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการมาตรฐานสินค้า” ประกอบด้วยปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

อธิบดีกรมพาณิชย์สัมพันธ์ ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม

ผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และกรรมการอื่นไม่เกินหกคน

ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง และให้หัวหน้าสำนักงานมาตรฐานสินค้า เป็นกรรมการและเลขานุการ

กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี

กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งคณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๗

วรรคสอง กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔)

เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๕)

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

เมื่อกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน

กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามความในวรรคก่อน

อยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการที่ตนแทน

มาตรา ๙

มาตรา ๙

การประชุมของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าจะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้คณะกรรมการมาตรฐานสินค้ามีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อทำกิจการหรือพิจารณาเรื่องต่างๆ

อันอยู่ในขอบเขตแห่งหน้าที่ของคณะกรรมการได้

การประชุมคณะอนุกรรมการ

ให้นำมาตรา ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้คณะกรรมการมาตรฐานสินค้ามีหน้าที่

(๑)

พิจารณาข้อเสนอของพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วทำความเห็นเสนอรัฐมนตรี

(๒)

ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในเรื่องที่เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า

(๓)

วินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๔๓ และในการนี้ให้มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลใดๆ

มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ส่งตัวอย่างสินค้าหรือสิ่งใด ๆ ที่เกี่ยวกับการพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น

(๔)

ปฏิบัติการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย

การค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ผู้ใดทำการค้าโดยส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนดซึ่งสินค้ามาตรฐานใด

ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานนั้น ณ

สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา

หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานและคุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียน

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขในกฎกระทรวงให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่การควบคุมมาตรฐานสินค้าด้วยก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

เมื่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาได้รับคำขอจดทะเบียนและเห็นว่าคำขอนั้นถูกต้องก็ให้รับจดทะเบียนไว้

และให้ออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานให้แก่ผู้ขอ

ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้เรียกโดยย่อว่า “ใบทะเบียน”

ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาไม่ยอมรับจดทะเบียน

ผู้ร้องขอมีสิทธิอุทธรณ์ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งไม่รับจดทะเบียน

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ใบทะเบียนให้ใช้ได้ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม

แห่งปีที่รับจดทะเบียน และต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี

ถ้าใบทะเบียนสูญหายหรือถูกทำลาย

ให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานยื่นคำร้องขอรับใบแทนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย

ผู้ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วต้องแสดงใบทะเบียนหรือใบแทนไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย

ณ สถานที่ทำการที่ระบุไว้ในใบทะเบียนนั้น

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

การเลิกทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานซึ่งได้จดทะเบียนแล้วทั้งหมด หรือเฉพาะสินค้ามาตรฐานบางประเภทหรือบางชนิด

การย้ายสำนักงาน การเปลี่ยนผู้จัดการหรือกรรมการ หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ

ให้ผิดไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้ให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานแจ้งการเลิก

ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันเลิก ย้ายหรือเปลี่ยนแปลง

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ห้ามมิให้ผู้ซึ่งมิได้จดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนด

บทบัญญัติในวรรคก่อน

มิให้ใช้บังคับแก่สินค้ามาตรฐานที่บุคคลส่งหรือนำออกโดยมิใช่เป็นการค้า หรือเพื่อใช้ในยานพาหนะที่บรรทุกออกไปเท่าที่จำเป็น

หรือเพื่อเป็นตัวอย่าง ทั้งนี้

ต้องมีปริมาณไม่เกินกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

ถ้ามีปริมาณเกินกว่าที่กำหนดต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีหรือผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗[๗] สินค้ามาตรฐานซึ่งผู้ทำการค้าขาออกประสงค์จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนด

ผู้ส่งหรือนำออกจะต้องจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและขอรับใบรับรองมาตรฐานสินค้าจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาหรือผู้ที่รัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้

และผู้ส่งหรือนำออกต้องแสดงใบรับรองมาตรฐานสินค้านั้นต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ทั้งนี้

เว้นแต่เป็นการส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๖ วรรคสอง

การจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

และการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ทวิ[๘]

ในกรณีที่รัฐมนตรีกำหนดให้สินค้าใดเป็นสินค้ามาตรฐาน

และประกาศนั้นยังไม่มีผลใช้บังคับ

ผู้ใดประสงค์จะส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรตามที่รัฐมนตรีกำหนด

และจะประสงค์ขอใบรับรองมาตรฐานสินค้าสำหรับสินค้านั้น

ให้ผู้นั้นขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออก

และจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้

เมื่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาได้ออกใบทะเบียนและใบรับรองมาตรฐานสินค้าแล้วให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ทำการค้าขาออก

และสินค้าที่ส่งออกนั้นเป็นสินค้ามาตรฐาน

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ตรี[๙]

ห้ามมิให้ผู้ใดเอาวัตถุอื่นเจือปนสินค้ามาตรฐานที่ทำหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายในทางการค้าขาออกจนเป็นผลให้มีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนดไว้หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในทางการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานที่รู้อยู่ว่ามีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนดไว้

ในกรณีที่ผู้ครอบครองสินค้ามาตรฐานรู้ภายหลังว่าสินค้ามาตรฐานที่ครอบครองนั้นมีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด

ยังมิให้ถือว่าผู้นั้นครอบครองสินค้ามาตรฐานโดยรู้อยู่ว่าเป็นสินค้ามาตรฐานที่มีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด

เว้นแต่ผู้ครอบครองจะไม่แก้ไขปรับปรุงคุณภาพของสินค้ามาตรฐานนั้นให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนดหรือทำให้สิ้นสภาพ

หรือทำอย่างหนึ่งอย่างใดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘[๑๐]

สินค้ามาตรฐานที่ได้มีการชักตัวอย่างเพื่อทำการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือได้รับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

หรือได้มีการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าแล้ว

ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

เว้นแต่ในกรณีที่เป็นการกระทำอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

(๑)

กระทำการใด ๆ ทำให้สินค้ามาตรฐานหรือมาตรฐานของสินค้านั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

(๒)

ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงสลาก เครื่องหมายตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

หรือเครื่องหมายแสดงคุณภาพ ปริมาณ หรือน้ำหนัก

(๓)

ทำลายหรือเปลี่ยนแปลงตราประทับ

(๔)

กระทำการใด ๆ ให้ตัวอย่างที่ได้ชักไว้เพื่อทำการตรวจสอบเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙[๑๑] ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานผู้ใด

กระทำการหรืองดเว้นกระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงหรือประกาศซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่งพักใช้ใบทะเบียนของผู้นั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรหรือจะสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนของผู้นั้นเสียก็ได้

ในกรณีที่ปรากฏว่า

ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ออกตามมาตรา

๑๒ วรรคสอง ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาเพิกถอนการจดทะเบียนของผู้นั้นเสีย

ผู้ถูกสั่งพักใช้ใบทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนตามมาตรานี้มีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยืนต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งพักใช้ใบทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนนั้น

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

ในกรณีที่ผู้ถูกสั่งพักใช้ทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนหลีกเลี่ยงหรือไม่ยอมรับคำสั่งนั้นให้เปิดคำสั่งไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย

ณ สถานที่ทำการที่ระบุไว้ในใบทะเบียนของผู้นั้น

และให้ถือว่าผู้นั้นได้รับทราบคำสั่งตั้งแต่วันปิดคำสั่งเป็นต้นไป

การประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓

ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

เว้นแต่จะเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าต้องเป็นนิติบุคคล

หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและคุณสมบัติของผู้ขอรับอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขในกฎกระทรวงให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่การควบคุมมาตรฐานสินค้าด้วยก็ได้

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าสั่งไม่อนุญาตให้บุคคลใดเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

บุคคลนั้นมีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งไม่อนุญาต

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

รัฐมนตรีจะมอบหมายให้นิติบุคคลซึ่งเป็นส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐที่เรียกชื่ออย่างอื่น

ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภทหรือชนิดใดตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทำการค้าสินค้าประเภทหรือชนิดซึ่งตนได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตรวจสอบ

ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาออกหรือไม่

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

ใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ให้ใช้ได้ถึงวันที่ ๓๑

ธันวาคม แห่งปีที่ออกและต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี

ถ้าใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลาย

ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ยื่นคำร้องขอรับใบแทนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย

ผู้ที่ได้รับอนุญาตตามความในวรรคก่อน

ต้องแสดงใบอนุญาตหรือใบแทนไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ทำการที่ระบุไว้ในใบอนุญาตนั้น

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

การเลิกประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทั้งหมดหรือเฉพาะสินค้ามาตรฐานบางประเภทหรือบางชนิด

การย้ายสำนักงาน การเปลี่ยนผู้จัดการหรือกรรมการหรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ

ให้ผิดไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ในคำร้องขออนุญาตประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

แล้วแต่กรณี ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแจ้งการเลิก

ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันเลิก

ย้ายหรือเปลี่ยนแปลง

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗

ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าจัดทำรายงานประจำเดือนเกี่ยวกับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้ายื่นต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดภายในวันที่

๑๕ ของเดือนถัดไป

ในกรณีที่ไม่มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าในเดือนใด

ก็ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้ายื่นรายงานต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด

แสดงว่ามิได้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าในเดือนนั้น ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘[๑๒] ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

กระทำการหรืองดเว้นกระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงหรือประกาศซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร

หรือจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นเสียก็ได้

ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ออกตามมาตรา ๒๑ วรรคสอง ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นเสีย

ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรานี้

มีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันได้รับคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด และให้นำความในมาตรา ๑๙ วรรคสี่มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙

ห้ามมิให้ผู้ใดเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

เว้นแต่จะเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้

หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและคุณสมบัติของผู้ขอรับอนุญาต

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขในกฎกระทรวงให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่การควบคุมการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าด้วยก็ได้

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐

ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าสั่งไม่อนุญาตให้บุคคลใดเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

บุคคลนั้นมีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งไม่อนุญาต

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑

ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าต้องไม่เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ

หุ้นส่วนหรือผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กรรมการหรือผู้จัดการในบริษัทจำกัด

ซึ่งทำการค้าสินค้าซึ่งตนได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐาน

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

ห้ามมิให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทำการค้าสินค้า

ซึ่งตนได้รับอนุญาตให้ทำการตรวจสอบมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาออกหรือไม่

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าให้ใช้ได้ถึงวันที่

๓๑ ธันวาคมแห่งปีที่ออก และต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี

ถ้าใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลาย

ให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้ายื่นคำร้องขอรับใบแทนภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ การเลิกเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่ได้รับอนุญาตทั้งหมดหรือเฉพาะสินค้ามาตรฐานบางประเภทหรือบางชนิด

การย้ายสำนักงาน ย้ายภูมิลำเนา หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ

ให้ผิดไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ในคำร้องขออนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

แล้วแต่กรณี ให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแจ้งการเลิก ย้าย

หรือเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันเลิก ย้าย หรือเปลี่ยนแปลง

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕[๑๓] ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าผู้ใด

กระทำการหรืองดเว้นกระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง

หรือประกาศซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร

หรือจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเสียก็ได้

ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวงออกตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง

ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นเสีย

ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรานี้

มีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวัน

นับแต่วันได้รับคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด และให้นำความในมาตรา ๑๙ วรรคสี่มาใช้บังคับโดยอนุโลม

พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖[๑๔]

ให้พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้ามีอำนาจหน้าที่

(๑)

ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

(๒)

เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใด ๆ

เพื่อตรวจการดำเนินงานของผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน

ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขามอบหมาย

และในการนี้ให้มีอำนาจนำสินค้ามาตรฐานในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อทำการตรวจสอบ

(๓)

ปฏิบัติการอื่น ๆ ตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขามอบหมาย

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗

ให้ผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามมาตรา

๓๖

อำนวยความสะดวกช่วยเหลือหรือให้คำชี้แจงแก่พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามที่ขอร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่

การตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ พนักงานเจ้าหน้าที่

พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ต้องมีบัตรประจำตัวซึ่งสำนักงานมาตรฐานสินค้าเป็นผู้ออกตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้

พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าต้องแสดงบัตรประจำตัวเมื่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องร้องขอ

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ การออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าซึ่งต้องแสดง

ณ ด่านศุลกากรตามพระราชบัญญัตินี้ จะกระทำได้แต่เฉพาะ

(๑)

สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา หรือ

(๒)

บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าเฉพาะประเภทหรือชนิดของสินค้ามาตรฐาน

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ เมื่อรัฐมนตรีเห็นว่า

สินค้ามาตรฐานใดสมควรจะให้เฉพาะแต่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาเท่านั้น

เป็นผู้ทำการตรวจสอบมาตรฐานและออกใบรับรองมาตรฐาน ก็ให้กระทำได้โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ประกาศของรัฐมนตรีไม่กระทบกระทั่งการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่ได้กระทำเสร็จสิ้นแล้วก่อนวันประกาศ

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑

ให้บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า

จัดทำรายงานประจำเดือนเกี่ยวกับการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด

ยื่นต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา พร้อมด้วยสำเนาใบรับรองที่ได้ออกไป

ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป

ในกรณีที่ไม่มีการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าในเดือนใด

ก็ให้ผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้ายื่นรายงานต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด

แสดงว่ามิได้มีการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าในเดือนนั้นภายในวันที่ ๑๕

ของเดือนถัดไป

อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใดๆ เพื่อตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ตรวจการดำเนินงานของผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน

ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า และผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

รวมทั้งตรวจสอบสมุดบัญชีเอกสารหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการนั้น

(๒)

นับ ชั่ง ตวง วัด ตรวจสอบ สินค้ามาตรฐาน นำสินค้ามาตรฐานในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อทำการตรวจสอบ

(๓)

ยึดหรืออายัดสินค้ามาตรฐาน สมุดบัญชี เอกสารหรือสิ่งใด ๆ

ที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีเหตุสงสัยว่ามีการกระทำผิดพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ทวิ[๑๕] ถ้าพบผู้ใดกำลังกระทำความผิด

หรือพยายามกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับผู้นั้นได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ

แล้วนำส่งพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาพร้อมกับของกลางโดยทันที

เพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทใดๆ

ที่เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า

ในกรณีที่ผู้ได้รับการพิจารณาวินิจฉัยตามความในวรรคก่อนไม่พอใจคำวินิจฉัยนั้น

ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัย

เมื่อคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าได้รับอุทธรณ์ตามวรรคสองแล้ว

ให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลใด ๆ

มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ส่งตัวอย่างสินค้าหรือสิ่งใด ๆ

ที่เกี่ยวกับกิจการในอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า

ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน

เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่หรือยานพาหนะหรือผู้เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวก

ช่วยเหลือ หรือให้คำชี้แจงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ขอร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา

๔๒

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖[๑๖]

ผู้ใดเรียกเก็บค่าบริการการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า

เกินกว่าอัตราที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา ๔ (๗) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี

หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือสองเท่าของจำนวนเงินที่เรียกเก็บเกิน

แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความในวรรคหนึ่ง

ไม่กระทบกระทั่งบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญาในส่วนที่เกี่ยวแก่ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

63 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_13ac41504a454cbb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com