มาตรา ๔๒
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใดๆ เพื่อตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ตรวจการดำเนินงานของผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน
ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า และผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
รวมทั้งตรวจสอบสมุดบัญชีเอกสารหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการนั้น
(๒)
นับ ชั่ง ตวง วัด ตรวจสอบ สินค้ามาตรฐาน นำสินค้ามาตรฐานในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อทำการตรวจสอบ
(๓)
ยึดหรืออายัดสินค้ามาตรฐาน สมุดบัญชี เอกสารหรือสิ่งใด ๆ
ที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีเหตุสงสัยว่ามีการกระทำผิดพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔๒ ทวิ[๑๕] ถ้าพบผู้ใดกำลังกระทำความผิด
หรือพยายามกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับผู้นั้นได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ
แล้วนำส่งพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาพร้อมกับของกลางโดยทันที
เพื่อดำเนินการต่อไป
มาตรา ๔๓
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทใดๆ
ที่เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า
ในกรณีที่ผู้ได้รับการพิจารณาวินิจฉัยตามความในวรรคก่อนไม่พอใจคำวินิจฉัยนั้น
ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัย
เมื่อคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าได้รับอุทธรณ์ตามวรรคสองแล้ว
ให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
มาตรา ๔๔
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลใด ๆ
มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ส่งตัวอย่างสินค้าหรือสิ่งใด ๆ
ที่เกี่ยวกับกิจการในอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น
มาตรา ๔๕ ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน
เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่หรือยานพาหนะหรือผู้เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวก
ช่วยเหลือ หรือให้คำชี้แจงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ขอร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา
๔๒
บทกำหนดโทษ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).