มาตรา ๑๔
ตำแหน่งข้าราชการตุลาการมีดังนี้ ประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์
รองประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์
อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ผู้พิพากษาศาลฎีกา
อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น
รองอธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลแพ่ง
ผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล
ผู้พิพากษาศาลจังหวัด ผู้พิพากษา และผู้ช่วยผู้พิพากษา
นอกจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่เรียกชื่อ
อย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงได้
ตำแหน่งดังกล่าวจะเทียบกับตำแหน่งใดตามวรรคหนึ่ง
ให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั้นด้วย
กฎกระทรวงเช่นวันนี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน
มาตรา ๑๕ ข้าราชการตุลาการให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง
ดังต่อไปนี้
(๑) ประธานศาลฎีกาให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๙
(๒) อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และรองประธานศาลฎีกาให้ได้รับเงินเดือน
ชั้น ๘
(๓) ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์
อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น
และอธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๗
(๔) ผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษา
ศาลชั้นต้น รองอธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง
และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์
ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๖
(๕) ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๕-๖
(๖) ผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอาญา และผู้พิพากษาหัวหน้าศาล
ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๓-๔
(๗) ผู้พิพากษาศาลจังหวัดและผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๒-๓
(๘) ผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น๑
สำหรับข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อเทียบกับ
ตำแหน่งใดก็ให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งนั้น
ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการได้เลื่อนขึ้นรับเงินเดือนในชั้นสูงขึ้นให้ได้รับเงินเดือน
ในอัตราขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้น แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้น
ก็ให้
ได้รับเงินเดือนในขั้นของชั้นที่เลื่อนขึ้น
ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่
มาตรา ๑๖
ให้ประธานศาลฎีกาได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งเดือนละ
สองหมื่นบาท และอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งเดือนละ
หนึ่งหมื่นห้าพันบาท
มาตรา ๑๗
การบรรจุข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย
ผู้พิพากษา
ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยวิธีการสอบคัดเลือกตามความในหมวด ๒
แห่งลักษณะนี้
แต่ถ้าผู้ใด
(๑) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ
โดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่ง ก.ต.
เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และสอบไล่ได้ตาม
หลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
(๒) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ
โดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปีหรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี
ซึ่ง ก.ต.
เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่ง
เนติบัณฑิตยสภา และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗
(๑) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(๓) เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิต และสอบไล่ได้ชั้น
เกียรตินิยมตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
และได้ประกอบ
วิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๑) (ค)
เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือ
(๔) สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางกฎหมายในประเทศไทย
และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
และได้
ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๑) (ค)
เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
เมื่อ ก.ต. พิจารณาเห็นว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๗ (๒) ถึง (๑๒)
และได้ทำการทดสอบความรู้ในวิชากฎหมาย แล้วเห็นสมควรที่จะให้เข้ารับราชการ
ก็ให้รัฐมนตรี
สั่งบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ ทั้งนี้ ตาม
หลักเกณฑ์วิธีการ
และอัตราส่วนของจำนวนผู้สอบคัดเลือกได้ตามที่ ก.ต. กำหนด
มาตรา ๑๘
ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาจะต้องเป็นผู้
ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยพิพากษาและได้รับการอบรมจากกระทรวงยุติธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
ผลของการอบรมเป็นที่พอใจของกระทรวงยุติธรรมว่าเป็นผู้มีความรู้
ความสามารถ และความ
ประพฤติเหมาะสมที่จะเป็นผู้พิพากษา
ผู้ช่วยผู้พิพากษาผู้ใดเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษามาแล้วเป็นเวลาสองปีและผลของ
การอบรมยังไม่เป็นที่พอใจของกระทรวงยุติธรรมดังกล่าวในวรรคหนึ่ง
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่ง
ให้ออกจากราชการ
ในปีแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อไป ให้รัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบ
ของ ก.ต. มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการ
มาตรา ๑๙
การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการ นอกจาก
ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้รัฐมนตรีเสนอ ก.ต.
โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ความ
รับผิดชอบ ประวัติ การปฏิบัติราชการของบุคคลนั้น
เทียบกับงานในตำแหน่งข้าราชการตุลาการ
ที่จะได้รับแต่งตั้งนั้น ๆ เพื่อให้ความเห็นชอบก่อน
เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงนำความ
กราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้ง
ก่อนเข้ารับหน้าที่ผู้พิพากษาครั้งแรก ผู้พิพากษาต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อ
พระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำที่ ก.ต. กำหนด
มาตรา ๒๐
การเลื่อนชั้นและขั้นเงินเดือนข้าราชการตุลาการในชั้นหนึ่ง ๆ ให้
รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งเลื่อน ก.ต. เห็นชอบ
สำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือนโดยปกติให้เลื่อนปีละหนึ่งขั้น
โดยคำนึงถึงความอุตสาหะและความสามารถในการปฏิบัติงาน
การปฏิบัติตามระเบียบวินัย
ตลอดจนคุณภาพและปริมาณของผลงานที่ได้ปฏิบัติมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
กำหนดในกฎกระทรวง
กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน
มาตรา ๒๑
การสั่งให้ข้าราชการตุลาการไปช่วยทำงานชั่วคราวมีกำหนดไม่เกิน
หกเดือนในตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ผู้นั้นดำรงอยู่
ให้รัฐมนตรีสั่งได้และ
แจ้งให้ ก.ต. ทราบ แต่ถ้าเกินหกเดือนต้องได้รับอนุมัติของ
ก.ต. ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึง
อำนาจสั่งให้ช่วยราชการตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
มาตรา ๒๒
เพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรม ให้ข้าราชการตุลาการที่
ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่คงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไปจนกว่าจะเข้ารับหน้าที่
ในตำแหน่งใหม่
มาตรา ๒๓
การโอนข้าราชการตุลาการไปเป็นข้าราชการธุรการข้าราชการ
พลเรือน หรือข้าราชการฝ่ายอื่น
ให้รัฐมนตรีสั่งได้เมื่อข้าราชการตุลาการผู้นั้นยินยอม และ ก.ต.
เห็นชอบ
การให้ข้าราชการตุลาการไปทำงานในตำแหน่งข้าราชการธุรการหรือตำแหน่ง
การเมืองในกระทรวงยุติธรรม ให้รัฐมนตรีสั่งได้เมื่อ ก.ต.
เห็นชอบ ในระหว่างปฏิบัติงานเช่นว่านี้
ข้าราชการตุลาการผู้นั้นจะทำการพิจารณาพิพากษาคดีมิได้
มาตรา ๒๔
การโอนข้าราชการธุรการมาเป็นข้าราชการตุลาการโดยได้รับเงิน
เดือนไม่สูงกว่าในขณะที่โอนมาอาจทำได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ
แต่ข้าราชการธุรการนั้นต้องเคยดำรง
ตำแหน่งข้าราชการตุลาการนอกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษามาแล้ว
มาตรา ๒๕
ข้าราชการตุลาการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการไปโดย
มิได้มีความผิดหรือมีมลทินหรือมัวหมองในราชการ หรือไปรับราชการในกระทรวงทบวงกรมอื่น
เมื่อจะกลับเข้ารับตำแหน่งข้าราชการตุลาการ
ถ้าผู้นั้นมีคุณสมบัติตามความในมาตรา ๒๗ (๒) ถึง (๑๒)
ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ
มาตรา ๒๖
ข้าราชการตุลาการผู้ใดไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วย
การรับราชการทหาร เมื่อผู้นั้นพ้นจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหายและประสงค์จะกลับ
เข้ารับตำแหน่งข้าราชการโดยได้รับเงินเดือนเท่าที่ได้รับอยู่ในขณะที่ไปรับราชการทหารนั้น
ให้ยื่น
คำขอภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการทหาร
ในกรณีเช่นว่านี้ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ
การสอบคัดเลือก
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).