法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 (Update ณ วันที่ 24/12/2519)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ครู

พุทธศักราช ๒๔๘๘

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๑

สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๗)

ปรีดี พนมยงค์

ตราไว้ ณ วันที่ ๙

มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๘

เป็นปีที่ ๑๒

ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรมีกฎหมายว่าด้วยครู

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและ

ยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช

๒๔๘๘”

มาตรา ๒

มาตรา ๒*

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้เมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่

วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก.๒๔๘๘/๔/๖๑/๑๖ มกราคม ๒๔๘๘]

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

คุรุสภา

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า “คุรุสภา” และให้สภานี้เป็นนิติบุคคล

มาตรา ๕

มาตรา ๕

คุรุสภาอาจมีรายได้ดังต่อไปนี้

(๑) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน

(๒) เงินค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

(๓) เงินผลประโยชน์ต่าง ๆ จากการลงทุนและการจัดตั้งองค์การจัดหา

ผลประโยชน์ของคุรุสภา

(๔) เงินและทรัพย์สินอย่างอื่น ๆ ซึ่งบุคคลอุทิศให้คุรุสภาและภายใต้

บังคับแห่งเงื่อนไข

ข้อบังคับหรือวัตถุประสงค์ซึ่งผู้อุทิศกำหนดไว้ให้ คุรุสภารักษาและจัดการตามที่เห็นสมควรแก่ประโยชน์แห่งคุรุสภา

มาตรา ๖

มาตรา ๖*

คุรุสภามีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ความเห็นแก่กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการจัดการศึกษาโดยทั่วไป หลักสูตร

แบบเรียน อุปกรณ์ประกอบการเรียน การสอน การฝึกอบรม การวัดผลและประเมินผลการศึกษา

การนิเทศการศึกษาและเรื่องอื่นที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการจัดการศึกษา

(๒) ควบคุมและสอดส่องจรรยา มรรยาท และวินัยของครู พิจารณาโทษครูผู้ประพฤติผิด

และพิจารณาคำร้องทุกข์ของครู

(๓) พิทักษ์สิทธิของครูภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

(๔) ส่งเสริมให้ครูได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ตามสมควร

(๕) พัฒนาความรู้ ความสามารถ คุณภาพและประสิทธิภาพของครู

(๖) ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนแทนคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

และแต่งตั้งอนุกรรมการต่าง ๆ ให้มีอำนาจหน้าที่และปฏิบัติการแทนอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนต่าง

ๆ แล้วแต่กรณี สำหรับข้าราชการครู

(๗) ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด

แทน ก.จ.

และแต่งตั้งอนุกรรมการให้มีอำนาจหน้าที่และปฏิบัติการแทนได้ ในส่วนที่เกี่ยวกับ

ข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหาร

ส่วนจังหวัด

*[มาตรา ๖

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๗

มาตรา ๗*

ให้มีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา ประกอบด้วยรัฐมนตรี

ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธาน อธิบดี

ทุกกรม และหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

และให้เลขาธิการคุรุสภา เป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการอำนวยการ คุรุสภา

*[มาตรา ๗

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ทวิ*

ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งสมาชิกคุรุสภา

จากผู้ซึ่งกรุงเทพมหานครได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสองหนึ่งคน

และสมาชิกคุรุสภาจากผู้ซึ่ง

ศึกษาธิการเขตได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสอง เขตละหนึ่งคน

เป็นกรรมการที่ปรึกษามีหน้าที่

ให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา

ให้กรุงเทพมหานครคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตกรุงเทพมหานครจำนวน

สามคน

และศึกษาธิการเขตคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตการศึกษาของตนเขตละสามคน

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนด

และเสนอรายชื่อไปยังคณะ

กรรมการอำนวยการคุรุสภา

และให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาคัดเลือกสมาชิกคุรุสภา

ดังกล่าว เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการที่ปรึกษาตามวรรคหนึ่ง

กรรมการที่ปรึกษามีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจพ้นจาก

ตำแหน่งก่อนวาระได้เมื่อลาออกหรือพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกคุรุสภา

หรือย้ายไป

อยู่นอกเขตที่ตนได้รับคัดเลือก

ในกรณีที่กรรมการที่ปรึกษาพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการ

อำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งผู้ซึ่งกรุงเทพมหานคร

หรือศึกษาธิการเขตคัดเลือกไว้ตามวรรคสอง

เป็นกรรมการที่ปรึกษาแทน

กรรมการที่ปรึกษาซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนให้อยู่ในตำแหน่งได้

เท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

*[มาตรา ๗ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๘

มาตรา ๘*

ให้คณะกรรมการอำนวยการแต่งตั้งเลขาธิการและรองเลขาธิการ

และเจ้าหน้าที่อื่นตามสมควร

มาตรา ๘ ทวิ

มาตรา ๘ ทวิ

ให้มีสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยมีเลขาธิการคุรุสภา

เป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

และบริหารกิจการของสำนักงาน

เลขาธิการคุรุสภา ขึ้นตรงต่อประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา

สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภาวิจัยและจัดระบบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล

เพื่อเสนอคุรุสภา

(๒) ประสานงานและดำเนินการในเรื่องของครูกับหน่วยราชการหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับครู

(๓) ประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการอื่นที่คุรุสภามอบหมาย

(๔) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับครูเสนอต่อคุรุสภา

*[มาตรา ๘ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้ประธานเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการ และ

ให้เลขาธิการเป็นผู้ดำเนินกิจการตามมติของคณะกรรมการอำนวยการในความ

ควบคุมของประธานหรือผู้ที่ประธานมอบหมาย

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ทวิ*

ให้คณะกรรมการอำนวยการมีการประชุมเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง

และในกรณีที่ประธานเห็นว่าเรื่องที่จะประชุมพิจารณานั้นเกี่ยวกับส่วนได้เสียของสมาชิกคุรุสภา

หรือเป็นการสมควรที่จะรับฟังความคิดเห็นของกรรมการที่ปรึกษา

ให้ประธานมีอำนาจเรียกกรรมการที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการได้

แต่ประธานจะต้องเรียกกรรมการที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

ในการร่วมประชุมกับคณะกรรมการอำนวยการตามวรรคหนึ่ง กรรมการ

ที่ปรึกษามีสิทธิเสนอแนะและแสดงความคิดเห็นได้

แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

*[มาตรา ๙ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้คณะกรรมการอำนวยการเป็นผู้ใช้อำนาจและปฏิบัติหน้าที่ของคุรุสภาตามมาตรา

๖ และจะแต่งตั้งอนุกรรมการ หรือมอบหมายให้กรรมการอำนวยการคนหนึ่งคนใดไปทำการใด ๆ

แทนก็ได้

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ การประชุมของคณะกรรมการอำนวยการหรืออนุกรรมการต้องมีกรรมการอำนวยการหรืออนุกรรมการ

แล้วแต่กรณี มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนจึงเป็นองค์ประชุมได้

ในกรณีที่ประธานไม่มาประชุม ให้รองประธานเป็นประธานในที่ประชุมถ้าประธานและรองประธานไม่มาประชุม

ให้ผู้ที่มาประชุมเลือกกรรมการอำนวยการคนใดคนหนึ่งที่มาประชุมนั่งเป็นประธาน

การลงมติให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นประมาณ กรรมการคนหนึ่ง

ย่อมมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ถ้ามีจำนวนเสียงลงคะแนนเท่ากัน ให้ผู้ที่นั่งเป็นประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ สมาชิกของคุรุสภา

มีสามประเภท คือ

(๑) สมาชิกสามัญ

(๒) สมาชิกวิสามัญ

(๓) สมาชิกสมทบ

คณะกรรมการอำนวยการอาจแต่งตั้งผู้หนึ่งผู้ใดให้เป็นสมาชิกกิติมศักดิ์

ของคุรุสภาก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

สมาชิกของคุรุสภาต้องมีคุณสมบัติดังนี้

(๑) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาโทษให้จำคุก เว้นแต่ความผิดในลักษณะฐานลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยความประมาท

(๒) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพ ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๓) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

(๔) ไม่เป็นผู้เคยถูกปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ

(๕) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

(๖) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

สมาชิกสามัญต้องมีพื้นความรู้และอยู่ในเงื่อนไขดังนี้

(๑) ได้ประกาศนียบัตรวิชาครูหรือสำเร็จวิชาชั้นอุดมศึกษา และ

(๒) มีอาชีพเป็นครูสอนในสถานศึกษาที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวง

ศึกษาธิการ

หรือได้เคยมีอาชีพเป็นครูสอนในสถานศึกษาดังกล่าวแล้วเป็นเวลารวมกันไม่น้อย

กว่ายี่สิบปี และออกจากตำแหน่งโดยไม่มีความผิด

เงื่อนไขในการมีอาชีพเป็นครูตาม (๒) จะต้องได้รับเงินเดือน การเป็นครูสอน

โดยได้รับค่าสอนคิดเป็นรายชั่วโมง หรือรายสัปดาห์

หรือได้รับเป็นรายเดือน แต่ได้รับเฉพาะ

เดือนที่มีการสอน ไม่ตลอดปี ไม่อยู่ในเงื่อนไขนี้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ สมาชิกวิสามัญ

ต้องมีพื้นความรู้ในการเป็นครูตามกฎหมาย

ว่าด้วยประถมศึกษา หรือกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนราษฎร์

และจะต้องอยู่ในเงื่อนไขตาม

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ (๒)

เมื่อสมาชิกวิสามัญผู้ใดมีพื้นความรู้ตามมาตรา ๑๔ (๑) ให้สมาชิกผู้นั้นเป็นสมาชิกสามัญ

และต้องแจ้งให้คุรุสภาทราบ

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกสมทบต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓

และมีพื้นความรู้ตามมาตรา ๑๔ (๑) หรือมาตรา ๑๕

แต่มิได้มีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขใน

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ (๒)

เมื่อสมาชิกสมทบผู้ใดมีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขในมาตรา ๑๔ (๒)

ให้สมาชิกผู้นั้นเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ

แล้วแต่กรณี และต้องแจ้ง

ให้คุรุสภาทราบ

สมาชิกสมทบมีสิทธิที่จะเสนอความเห็นต่อที่ประชุมสามัญหรือวิสามัญ

แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนและไม่ได้รับสิทธิตามมาตรา ๖

(๕)

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ให้กรรมการอำนวยการเป็นสมาชิกสามัญ แม้ว่าจะได้

พ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ สมาชิกคุรุสภาต้องเสียค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมตามอัตรา

และภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนดไว้

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

สมาชิกคุรุสภาพ้นจากสมาชิกภาพเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓

(๔) มิได้มีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขในมาตรา ๑๔ (๒) สำหรับกรณีสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ

หรือ

(๕) ประพฤติผิดวินัยและคณะกรรมการอำนวยการวินิจฉัยให้ออกโดยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐*

*[มาตรา ๒๐ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑*

*[มาตรา ๒๑

ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒*

*[มาตรา ๒๒

ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ให้คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจวางระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามอำนาจและหน้าที่ของคุรุสภา

โดยประกาศให้สมาชิกทราบโดยเปิดเผยแห่งพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘

ครู

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔* ครูได้แก่

(๑) ข้าราชการครู

(๒) ข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัด

(๓) พนักงานเทศบาลซึ่งดำรงตำแหน่งผู้สอนประจำในสถานศึกษาของเทศบาล

(๔) ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาของกรุงเทพมหานคร

(๕) ผู้ทำการสอนในสถานศึกษาที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ

และได้รับเงินเดือนเป็นประจำ

*[มาตรา ๒๔

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙]

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

ข้าราชการครูได้แก่ข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

หรือซึ่งดำรงตำแหน่งอื่นในกระทรวงศึกษาธิการอันเกี่ยวกับการให้การศึกษาตามที่กำหนดไว้โดยพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

ครูต้องเป็นสมาชิกของคุรุสภา

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗*

ผู้ซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ มีสิทธิเป็นสมาชิกสามัญของคุรุสภา

(๑) เป็นครูที่ได้ทำการสอนติดต่อกันเป็นเวลาตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไป แม้จะ

ดำรงตำแหน่งอื่นในกระทรวงศึกษาธิการหรือตำแหน่งอันเกี่ยวกับการให้การศึกษาในราชการ

บริหารส่วนท้องถิ่น

(๒) เป็นข้าราชการส่วนจังหวัด ซึ่งดำรงตำแหน่งอื่นในองค์การบริหาร

ส่วนจังหวัดอันเกี่ยวกับการให้การศึกษาตามที่กำหนดโดยระเบียบของคุรุสภา

(๓) เป็นพนักงานเทศบาล ซึ่งดำรงตำแหน่งอื่นในเทศบาลอันเกี่ยวกับ

การให้การศึกษาตามที่กำหนดโดยระเบียบของคุรุสภา

*[มาตรา ๒๗

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙]

จรรยา มรรยาท

และวินัย

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘

ครูต้องมีจรรยาและมรรยาทอันดีงาม และอยู่ในวินัยตามระเบียบประเพณีของครูตามที่คุรุสภาจะได้วางไว้

และตามระเบียบของสถานศึกษาที่ตนมีหน้าที่ทำการสอน

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙

คณะกรรมการอำนวยการอาจแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นเพื่อสอดส่องจรรยามรรยาทและวินัยของครู

เพื่อการนี้ให้อนุกรรมการมีอำนาจแนะนำตักเตือนครูผู้ประพฤติผิดจรรยามรรยาทหรือวินัยของครู

หรือทำการพิจารณาสอบสวนแล้วรายงานต่อคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพิจารณาลงโทษต่อไป

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐

ให้คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจออกคำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์

ตำหนิโทษเป็นลายลักษณ์อักษร หรือให้ออกจากสมาชิกภาพของคุรุสภาแล้วแต่จะเห็นสมควรแก่ความผิด

คำสั่งของคณะกรรมการอำนวยการให้เป็นที่สุด

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑

ครูซึ่งถูกลงโทษให้ออกจากสมาชิกภาพแห่งคุรุสภาเพราะเหตุประพฤติผิดจรรยา

มรรยาท หรือวินัยนั้น ถ้าได้กลับประพฤติตนดี มีสมาชิกรับรองเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้าคน

และเวลาได้ล่วงพ้นจากวันที่ถูกสั่งให้ออกจากสมาชิกภาพไปแล้วไม่น้อยกว่าสามปี

จะยื่นคำร้องขอให้สอบสวนความประพฤติเพื่อขอเข้าเป็นสมาชิกใหม่ก็ได้

ถ้าคณะกรรมการอำนวยการสอบสวนเห็นว่าผู้นั้นมีความประพฤติดีและกลับตนเป็นคนมีจรรยา

มรรยาท และวินัยดีแล้วจะอนุญาตให้เข้าเป็นสมาชิกก็ได้

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

บรรดาผู้ที่เป็นครูอยู่แล้วในวันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ให้ถือว่าเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญแห่งคุรุสภา

แล้วแต่กรณี และต้องเสียเงินค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๑๘

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓

ภายในหนึ่งปีนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการอำนวยการของคุรุสภาประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งตามความในมาตรา

๗ และกรรมการอื่นไม่เกินเก้าคนซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯแต่งตั้งจากผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นครูมีเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบปี

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ควง

อภัยวงศ์

นายกรัฐมนตรี

พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๙๕

[รก.๒๔๙๕/๖๓/๑๒๕๒/๑๔ ตุลาคม ๒๔๙๕]

พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๙

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มีการโอนโรงเรียนประถมศึกษาบางประเภทไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดและได้โอนข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งครูหรือตำแหน่งอื่นในโรงเรียนนั้น

ๆไปเป็นข้าราชการส่วนจังหวัด และโดยที่ได้โอนโรงเรียนประถมศึกษาในเขตเทศบาลไปเป็นโรงเรียนเทศบาลแล้ว

จึงเป็นการสมควรให้คุรุสภามีอำนาจหน้าที่ควบคุมการบริหารงานบุคคลส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการ

ซึ่งดำรงตำแหน่ง

เป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัด

จึงต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยครูและให้ข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและพนักงานเทศบาล

ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาของเทศบาลมีฐานะเป็นครูตามกฎหมายว่าด้วยครู

[รก.๒๕๐๙/๗๙/๓๐พ/๑๖ กันยายน ๒๕๐๙]

พระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการที่ปรึกษาตามพระราชบัญญัตินี้

ให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวัน

นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตนี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้

คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช ๒๔๘๘ บางมาตรามีหลักการไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน

สมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

[รก.๒๕๑๙/๑๕๖/๒๙พ/๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๙]

ดวงใจ/แก้ไข

๒๘ ม.ค.๔๕

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 (Update ณ วันที่ 24/12/2519) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1e86be4b26e1bfd7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com