มาตรา ๔
มาตรา ๔ ให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า คุรุสภา และให้สภานี้เป็นนิติบุคคล
มาตรา ๔ ให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า คุรุสภา และให้สภานี้เป็นนิติบุคคล
มาตรา ๕ คุรุสภาอาจมีรายได้ดังต่อไปนี้ (๑) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน (๒) เงินค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ (๓) เงินผลประโยชน์ต่าง ๆ จากการลงทุนและการจัดตั้งองค์การจัดหา ผลประโยชน์ของคุรุสภา (๔) เงินและทรัพย์สินอย่างอื่น ๆ ซึ่งบุคคลอุทิศให้คุรุสภาและภายใต้ บังคับแห่งเงื่อนไข ข้อบังคับหรือวัตถุประสงค์ซึ่งผู้อุทิศกำหนดไว้ให้ คุรุสภารักษาและจัดการตามที่เห็นสมควรแก่ประโยชน์แห่งคุรุสภา
มาตรา ๖* คุรุสภามีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ให้ความเห็นแก่กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการจัดการศึกษาโดยทั่วไป หลักสูตร แบบเรียน อุปกรณ์ประกอบการเรียน การสอน การฝึกอบรม การวัดผลและประเมินผลการศึกษา การนิเทศการศึกษาและเรื่องอื่นที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการจัดการศึกษา (๒) ควบคุมและสอดส่องจรรยา มรรยาท และวินัยของครู พิจารณาโทษครูผู้ประพฤติผิด และพิจารณาคำร้องทุกข์ของครู (๓) พิทักษ์สิทธิของครูภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด (๔) ส่งเสริมให้ครูได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ตามสมควร (๕) พัฒนาความรู้ ความสามารถ คุณภาพและประสิทธิภาพของครู (๖) ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนแทนคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และแต่งตั้งอนุกรรมการต่าง ๆ ให้มีอำนาจหน้าที่และปฏิบัติการแทนอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนต่าง ๆ แล้วแต่กรณี สำหรับข้าราชการครู (๗) ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด แทน ก.จ. และแต่งตั้งอนุกรรมการให้มีอำนาจหน้าที่และปฏิบัติการแทนได้ ในส่วนที่เกี่ยวกับ ข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอนประจำในสถานศึกษาขององค์การบริหาร ส่วนจังหวัด *[มาตรา ๖ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙]
มาตรา ๗* ให้มีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา ประกอบด้วยรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธาน อธิบดี ทุกกรม และหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และให้เลขาธิการคุรุสภา เป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการอำนวยการ คุรุสภา *[มาตรา ๗ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๙]
มาตรา ๗ ทวิ* ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งสมาชิกคุรุสภา จากผู้ซึ่งกรุงเทพมหานครได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสองหนึ่งคน และสมาชิกคุรุสภาจากผู้ซึ่ง ศึกษาธิการเขตได้คัดเลือกไว้ตามวรรคสอง เขตละหนึ่งคน เป็นกรรมการที่ปรึกษามีหน้าที่ ให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา ให้กรุงเทพมหานครคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตกรุงเทพมหานครจำนวน สามคน และศึกษาธิการเขตคัดเลือกสมาชิกคุรุสภาในเขตการศึกษาของตนเขตละสามคน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนด และเสนอรายชื่อไปยังคณะ กรรมการอำนวยการคุรุสภา และให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาคัดเลือกสมาชิกคุรุสภา ดังกล่าว เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการที่ปรึกษาตามวรรคหนึ่ง กรรมการที่ปรึกษามีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจพ้นจาก ตำแหน่งก่อนวาระได้เมื่อลาออกหรือพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกคุรุสภา หรือย้ายไป อยู่นอกเขตที่ตนได้รับคัดเลือก ในกรณีที่กรรมการที่ปรึกษาพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการ อำนวยการคุรุสภาแต่งตั้งผู้ซึ่งกรุงเทพมหานคร หรือศึกษาธิการเขตคัดเลือกไว้ตามวรรคสอง เป็นกรรมการที่ปรึกษาแทน กรรมการที่ปรึกษาซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนให้อยู่ในตำแหน่งได้ เท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน *[มาตรา ๗ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙]
มาตรา ๘* ให้คณะกรรมการอำนวยการแต่งตั้งเลขาธิการและรองเลขาธิการ และเจ้าหน้าที่อื่นตามสมควร
มาตรา ๘ ทวิ ให้มีสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยมีเลขาธิการคุรุสภา เป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และบริหารกิจการของสำนักงาน เลขาธิการคุรุสภา ขึ้นตรงต่อประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภามีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภาวิจัยและจัดระบบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล เพื่อเสนอคุรุสภา (๒) ประสานงานและดำเนินการในเรื่องของครูกับหน่วยราชการหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับครู (๓) ประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการอื่นที่คุรุสภามอบหมาย (๔) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับครูเสนอต่อคุรุสภา *[มาตรา ๘ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙]
มาตรา ๙ ให้ประธานเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการ และ ให้เลขาธิการเป็นผู้ดำเนินกิจการตามมติของคณะกรรมการอำนวยการในความ ควบคุมของประธานหรือผู้ที่ประธานมอบหมาย
มาตรา ๙ ทวิ* ให้คณะกรรมการอำนวยการมีการประชุมเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และในกรณีที่ประธานเห็นว่าเรื่องที่จะประชุมพิจารณานั้นเกี่ยวกับส่วนได้เสียของสมาชิกคุรุสภา หรือเป็นการสมควรที่จะรับฟังความคิดเห็นของกรรมการที่ปรึกษา ให้ประธานมีอำนาจเรียกกรรมการที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการได้ แต่ประธานจะต้องเรียกกรรมการที่ปรึกษามาประชุมร่วมกับคณะกรรมการอำนวยการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ในการร่วมประชุมกับคณะกรรมการอำนวยการตามวรรคหนึ่ง กรรมการ ที่ปรึกษามีสิทธิเสนอแนะและแสดงความคิดเห็นได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน *[มาตรา ๙ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติครู (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙]
มาตรา ๑๐ ให้คณะกรรมการอำนวยการเป็นผู้ใช้อำนาจและปฏิบัติหน้าที่ของคุรุสภาตามมาตรา ๖ และจะแต่งตั้งอนุกรรมการ หรือมอบหมายให้กรรมการอำนวยการคนหนึ่งคนใดไปทำการใด ๆ แทนก็ได้
มาตรา ๑๑ การประชุมของคณะกรรมการอำนวยการหรืออนุกรรมการต้องมีกรรมการอำนวยการหรืออนุกรรมการ แล้วแต่กรณี มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนจึงเป็นองค์ประชุมได้ ในกรณีที่ประธานไม่มาประชุม ให้รองประธานเป็นประธานในที่ประชุมถ้าประธานและรองประธานไม่มาประชุม ให้ผู้ที่มาประชุมเลือกกรรมการอำนวยการคนใดคนหนึ่งที่มาประชุมนั่งเป็นประธาน การลงมติให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นประมาณ กรรมการคนหนึ่ง ย่อมมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีจำนวนเสียงลงคะแนนเท่ากัน ให้ผู้ที่นั่งเป็นประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๒ สมาชิกของคุรุสภา มีสามประเภท คือ (๑) สมาชิกสามัญ (๒) สมาชิกวิสามัญ (๓) สมาชิกสมทบ คณะกรรมการอำนวยการอาจแต่งตั้งผู้หนึ่งผู้ใดให้เป็นสมาชิกกิติมศักดิ์ ของคุรุสภาก็ได้
มาตรา ๑๓ สมาชิกของคุรุสภาต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาโทษให้จำคุก เว้นแต่ความผิดในลักษณะฐานลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยความประมาท (๒) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพ ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๓) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี (๔) ไม่เป็นผู้เคยถูกปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ (๕) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว (๖) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
มาตรา ๑๔ สมาชิกสามัญต้องมีพื้นความรู้และอยู่ในเงื่อนไขดังนี้ (๑) ได้ประกาศนียบัตรวิชาครูหรือสำเร็จวิชาชั้นอุดมศึกษา และ (๒) มีอาชีพเป็นครูสอนในสถานศึกษาที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวง ศึกษาธิการ หรือได้เคยมีอาชีพเป็นครูสอนในสถานศึกษาดังกล่าวแล้วเป็นเวลารวมกันไม่น้อย กว่ายี่สิบปี และออกจากตำแหน่งโดยไม่มีความผิด เงื่อนไขในการมีอาชีพเป็นครูตาม (๒) จะต้องได้รับเงินเดือน การเป็นครูสอน โดยได้รับค่าสอนคิดเป็นรายชั่วโมง หรือรายสัปดาห์ หรือได้รับเป็นรายเดือน แต่ได้รับเฉพาะ เดือนที่มีการสอน ไม่ตลอดปี ไม่อยู่ในเงื่อนไขนี้
มาตรา ๑๕ สมาชิกวิสามัญ ต้องมีพื้นความรู้ในการเป็นครูตามกฎหมาย ว่าด้วยประถมศึกษา หรือกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนราษฎร์ และจะต้องอยู่ในเงื่อนไขตาม
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).