มาตรา ๑๓ ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
(๒) อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ได้แก่ อธิการบดีโดยตำแหน่ง
(๓) ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง
(๔) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนเจ็ดคน โดยการเลือกตั้งจากผู้ดำรง
ตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการ
สำนัก และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
(๕) กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยการเลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำ ผู้ได้ทำ
การสอนในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี อีกจำนวนเจ็ดคน และ
(๖) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบห้าคน ซึ่งจะทรง
พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกโดยคำแนะนำของนายกสภามหาวิทยาลัย อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ตาม (๔) และ (๕)
คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภา
มหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ คุณสมบัติของผู้รับเลือกตั้ง ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง
กรรมการสภามหาวิทยาลัย ตาม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภา
มหาวิทยาลัย โดยคำแนะนำของอธิการบดี
มาตรา ๑๔ นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรง
คุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี และอาจทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งอีกได้
กรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๔) และ (๕) มีวาระการดำรง
ตำแหน่งสองปี และอาจได้รับเลือกตั้งอีกได้
มาตรา ๑๕ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๔ นายก
สภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๔) (๕) และ (๖) พ้นจาก
ตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ถอดถอนเพราะขาดคุณสมบัติ
ของการเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ
(๔) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยในประเภทนั้น
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๔) (๕) หรือ (๖) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และได้มีการเลือกตั้งหรือได้ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งหรือผู้ซึ่งได้ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจาก
ตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและ
กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ กับยังมิได้เลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้น
ใหม่ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ปฏิบัติหน้า
ที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภา
มหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งได้มีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่
มาตรา ๑๖ สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไป
ของมหาวิทยาลัย และมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
(๑) วางนโยบายเกี่ยวกับการศึกษา การวิจัย การให้บริการทางวิชาการ
แก่สังคมและการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
(๒) วางระเบียบและออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
(๓) พิจารณาการจัดตั้ง การรวม และการยุบ บัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย
สถาบัน ศูนย์ สำนัก และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ รวมทั้ง การแบ่งส่วนราชการของส่วนราชการตามมาตรา ๘
(๔) พิจารณาการรับสถาบันเข้าสมทบและเข้าร่วม ตลอดจนการยกเลิก
การเข้าสมทบและการเข้าร่วม
(๕) พิจารณาและให้ความเห็นชอบโครงการและหลักสูตรการศึกษา ให้
สอดคล้องกับมาตรฐานที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนด
(๖) อนุมัติให้ปริญญาและวุฒิบัตร
(๗) พิจารณาแต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี คณบดี รองคณบดี ผู้อำนวย
การ รองผู้อำนวยการ หัวหน้าส่วนราชการ และรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มี
ฐานะเทียบเท่าคณะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าภาควิชา
รองหัวหน้าภาควิชา หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มี
ฐานะเทียบเท่าภาควิชาและศาสตราจารย์เกียรติคุณ
(๘) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งและ
ถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ และอธิการบดี
(๙) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งและ
ถอดถอนศาสตราจารย์และศาสตราจารย์พิเศษ
(๑๐) พิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
(๑๑) วางระเบียบเกี่ยวกับการบริหารการเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(๑๒) พิจารณาแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๙ ให้รักษาราชการแทน
อธิการบดีในกรณีที่ตำแหน่งอธิการบดีว่างลง
(๑๓) พิจารณาและให้ความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัย
ตามที่อธิการบดีเสนอ
(๑๔) ดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็น
อำนาจและหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ
มาตรา ๑๗ การดำเนินงานของสภามหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามระเบียบและ
ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๑๘ ให้มีอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการ
บริหารงานของมหาวิทยาลัย ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบาย
และวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยและมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(๑) เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยในกิจการทั่วไป
(๒) ควบคุมดูแลการบริหารงานด้านวิชาการ ด้านการบริหารงานบุคคล
ด้านการเงิน การพัสดุ สถานที่และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(๓) พัฒนามหาวิทยาลัย
(๔) เสนอแผนดำเนินงานและงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตลอดจนรายงาน
เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย
(๕) ดำเนินการตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย หรือตามที่สภา
มหาวิทยาลัยมอบหมาย
มาตรา ๑๙ อธิการบดีนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งโดย
คำแนะนำของสภามหาวิทยาลัยจากผู้ซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) ได้รับปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษา
ชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง หรือ
(๒) ได้รับปริญญาระดับหนึ่งระดับใด หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือ
สถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้สอนในมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษา
ชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี หรือ
(๓) เคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี
หรือ
(๔) เคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ หรือศาสตราจารย์พิเศษ ของมหาวิทยาลัย
อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี และอาจทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
มาตรา ๒๐ ให้มหาวิทยาลัยมีรองอธิการบดี และอาจมีผู้ช่วยอธิการบดี
เพื่อปฏิบัติราชการตามที่อธิการบดีจะมอบหมาย
รองอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง และต้องเป็น
ข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัย โดยอธิการบดีเป็นผู้เสนอการแต่งตั้งและถอดถอนต่อสภา
มหาวิทยาลัย
ผู้ช่วยอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติได้ปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่า
จากมหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาชั้นสูงที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และเป็นข้าราชการพลเรือน
ของมหาวิทยาลัย โดยให้อธิการบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอน
เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจาก
ตำแหน่งด้วย
อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่อธิการบดี
จะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่ง หรือมติของคณะ
รัฐมนตรี อธิการบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองอธิการบดีปฏิบัติราชการแทนก็ได้
มาตรา ๒๑ ในกรณีที่อธิการบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองอธิการบดีเป็น
ผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน ให้รองอธิการบดีผู้ซึ่งได้รับมอบหมายเป็น
หนังสือจากอธิการบดีไว้ล่วงหน้าเป็นผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่อธิการบดีไม่ได้มอบหมาย
ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรง
ตำแหน่งรองอธิการบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ซึ่งมี
คุณสมบัติตามมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง เป็นผู้รักษาราชการแทน
มาตรา ๒๒ ให้มีสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยประกอบด้วยสมาชิกซึ่ง
คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย
สภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่อธิการบดี
และหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีจะมอบหมาย
จำนวนสมาชิก หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง และการดำเนินงานของสภา
คณาจารย์มหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๒๓ ในบัณฑิตวิทยาลัย ให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและ
รับผิดชอบในการบริหารงานของบัณฑิตวิทยาลัย โดยให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณา
แต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัยผู้ซึ่งได้รับปริญญาระดับหนึ่งระดับใด หรือ
เทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง
คณบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรง
ตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้
มาตรา ๒๔ ให้บัณฑิตวิทยาลัยมีรองคณบดีเพื่อปฏิบัติราชการแทนคณบดี
ตามที่คณบดีจะมอบหมาย
รองคณบดีต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง โดยคณบดีเป็นผู้เสนอ
การแต่งตั้งและถอดถอนต่อสภามหาวิทยาลัย
เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองคณบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย
อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่คณบดีจะ
พึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่ง หรือมติของคณะ
รัฐมนตรี คณบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองคณบดีปฏิบัติราชการแทนก็ได้
มาตรา ๒๕ ในกรณีที่คณบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองคณบดีเป็นผู้รักษา
ราชการแทน ถ้ามีรองคณบดีหลายคน ให้รองคณบดีผู้ซึ่งได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจาก
คณบดีไว้ล่วงหน้าเป็นผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่คณบดีไม่ได้มอบหมายให้อธิการบดีแต่งตั้ง
รองคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองคณบดี หรือมีแต่
ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง คนหนึ่ง
เป็นผู้รักษาราชการแทน
ในกรณีที่คณบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตาม
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).