法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2530

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

มหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. ๒๕๓๐

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๐

เป็นปีที่ ๔๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยมหิดล

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ

และยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล

พ.ศ. ๒๕๓๐”

มาตรา ๒

มาตรา ๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก. ๒๕๓๐/๒๒๙/๑พ/๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๐]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

(๑) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๑๒

(๒) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๘๓ ลงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ.

๒๕๑๕

(๓) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๙๗ ลงวันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ.

๒๕๑๕

บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราช

บัญญัตินี้ หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้มหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย

มหิดล พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นมหาวิทยาลัยมหิดลตามพระราชบัญญัตินี้ และเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ในพระราชบัญญัตินี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยมหิดล

“สภามหาวิทยาลัย” หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยมหิดล

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชบัญญัติ

นี้และให้มีอำนาจออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

ประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

บททั่วไป

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษา มีวัตถุประสงค์ให้การ

ศึกษาส่งเสริมการศึกษา และวิจัยที่เป็นไปเพื่อสนองความต้องการของประเทศชาติ ผลิต

บุคคลากรที่มีความสามารถในวิชาชีพและเพียบพร้อมด้วยคุณธรรม ให้บริการทางวิชาการ

แก่สังคมและทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม

มาตรา ๘

มาตรา ๘ มหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนราชการ ดังนี้

(๑) สำนักงานอธิการบดี

(๒) บัณฑิตวิทยาลัย

(๓) คณะ

(๔) วิทยาลัย

(๕) สถาบัน

มหาวิทยาลัยอาจให้มีศูนย์ สำนัก และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ

เทียบเท่าคณะ เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๗ เป็นส่วนราชการในมหาวิทยาลัย

อีกได้

สำนักงานอธิการบดีอาจแบ่งส่วนราชการเป็นกองและส่วนราชการที่เรียกชื่อ

อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง

บัณฑิตวิทยาลัยและคณะอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานคณบดี

โรงพยาบาล ภาควิชา กอง และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือ

กอง

วิทยาลัยอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานผู้อำนวยการ ภาควิชา กอง และ

ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือกอง

สถาบัน ศูนย์ สำนัก และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า

คณะอาจแบ่งส่วนราชการเป็นสำนักงานผู้อำนวยการ กอง และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

ที่มีฐานะเทียบเท่ากอง

สำนักงานคณบดี สำนักงานผู้อำนวยการ ภาควิชา กอง และส่วนราชการ

ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาหรือกอง อาจแบ่งส่วนราชการออกเป็นแผนก

และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าแผนก

โรงพยาบาลอาจแบ่งส่วนราชการออกเป็นกอง แผนก และส่วนราชการที่

เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองหรือแผนก

มาตรา ๙

มาตรา ๙ การจัดตั้ง การรวม การยุบ บัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน

ศูนย์ สำนัก และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้ทำเป็นพระราชกฤษฎีกา

การแบ่งส่วนราชการตามมาตรา ๘ ให้ทำเป็นประกาศทบวงมหาวิทยาลัย

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ มหาวิทยาลัยอาจรับสถาบัน

วิชาการชั้นสูงและสถาบันอื่นเข้าสมทบหรือเข้าร่วมในมหาวิทยาลัยได้ และมีอำนาจให้ปริญญา

หรือวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันสมทบได้

การรับสถาบันวิชาการชั้นสูงและสถาบันอื่นเข้าสมทบ การยกเลิกการเข้า

สมทบ การรับสถาบันดังกล่าวเข้าร่วมและการยกเลิกการเข้าร่วม ให้เป็นไปตามข้อบังคับของ

มหาวิทยาลัยและทำเป็นประกาศทบวงมหาวิทยาลัย

การควบคุมและการกำกับสถาบันสมทบและสถาบันร่วม ให้เป็นไปตาม

ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ นอกจากเงินที่กำหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดินมหาวิทยาลัย

อาจมีรายได้ ดังนี้

(๑) เงินผลประโยชน์และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย

(๒) ทรัพย์สินที่มีผู้ให้แก่มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยจะดำเนินการหารายได้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในมาตรา ๗ ก็ได้

ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตาม

กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ บรรดารายได้และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยจะต้องจัดการ

เพื่อประโยชน์และตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย

ทรัพย์สินที่มีผู้ให้แก่มหาวิทยาลัยจะต้องจัดการตามเงื่อนไขที่ผู้ให้กำหนดไว้

และตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย

การดำเนินงาน

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย

(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

(๒) อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ได้แก่ อธิการบดีโดยตำแหน่ง

(๓) ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยโดยตำแหน่ง

(๔) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนเจ็ดคน โดยการเลือกตั้งจากผู้ดำรง

ตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการ

สำนัก และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

(๕) กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยการเลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำ ผู้ได้ทำ

การสอนในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี อีกจำนวนเจ็ดคน และ

(๖) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบห้าคน ซึ่งจะทรง

พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกโดยคำแนะนำของนายกสภามหาวิทยาลัย อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัย

ตาม (๔) และ (๕)

คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภา

มหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ คุณสมบัติของผู้รับเลือกตั้ง ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง

กรรมการสภามหาวิทยาลัย ตาม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภา

มหาวิทยาลัย โดยคำแนะนำของอธิการบดี

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรง

คุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี และอาจทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งอีกได้

กรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๔) และ (๕) มีวาระการดำรง

ตำแหน่งสองปี และอาจได้รับเลือกตั้งอีกได้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๔ นายก

สภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๔) (๕) และ (๖) พ้นจาก

ตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ถอดถอนเพราะขาดคุณสมบัติ

ของการเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

(๔) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยในประเภทนั้น

ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๓ (๔) (๕) หรือ (๖) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ และได้มีการเลือกตั้งหรือได้ทรงพระกรุณา

โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งหรือผู้ซึ่งได้ทรงพระกรุณา

โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจาก

ตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและ

กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ กับยังมิได้เลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้น

ใหม่ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ปฏิบัติหน้า

ที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภา

มหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งได้มีการเลือกตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่นขึ้นใหม่

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไป

ของมหาวิทยาลัย และมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้

(๑) วางนโยบายเกี่ยวกับการศึกษา การวิจัย การให้บริการทางวิชาการ

แก่สังคมและการทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม

(๒) วางระเบียบและออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

(๓) พิจารณาการจัดตั้ง การรวม และการยุบ บัณฑิตวิทยาลัย คณะ วิทยาลัย

สถาบัน ศูนย์ สำนัก และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ รวมทั้ง การแบ่งส่วนราชการของส่วนราชการตามมาตรา ๘

(๔) พิจารณาการรับสถาบันเข้าสมทบและเข้าร่วม ตลอดจนการยกเลิก

การเข้าสมทบและการเข้าร่วม

(๕) พิจารณาและให้ความเห็นชอบโครงการและหลักสูตรการศึกษา ให้

สอดคล้องกับมาตรฐานที่ทบวงมหาวิทยาลัยกำหนด

(๖) อนุมัติให้ปริญญาและวุฒิบัตร

(๗) พิจารณาแต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี คณบดี รองคณบดี ผู้อำนวย

การ รองผู้อำนวยการ หัวหน้าส่วนราชการ และรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มี

ฐานะเทียบเท่าคณะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าภาควิชา

รองหัวหน้าภาควิชา หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มี

ฐานะเทียบเท่าภาควิชาและศาสตราจารย์เกียรติคุณ

(๘) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งและ

ถอดถอนนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ และอธิการบดี

(๙) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งและ

ถอดถอนศาสตราจารย์และศาสตราจารย์พิเศษ

(๑๐) พิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

(๑๑) วางระเบียบเกี่ยวกับการบริหารการเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย

(๑๒) พิจารณาแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๙ ให้รักษาราชการแทน

อธิการบดีในกรณีที่ตำแหน่งอธิการบดีว่างลง

(๑๓) พิจารณาและให้ความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัย

ตามที่อธิการบดีเสนอ

(๑๔) ดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็น

อำนาจและหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ การดำเนินงานของสภามหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามระเบียบและ

ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ให้มีอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการ

บริหารงานของมหาวิทยาลัย ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบาย

และวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยและมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(๑) เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยในกิจการทั่วไป

(๒) ควบคุมดูแลการบริหารงานด้านวิชาการ ด้านการบริหารงานบุคคล

ด้านการเงิน การพัสดุ สถานที่และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย

(๓) พัฒนามหาวิทยาลัย

(๔) เสนอแผนดำเนินงานและงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตลอดจนรายงาน

เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย

(๕) ดำเนินการตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย หรือตามที่สภา

มหาวิทยาลัยมอบหมาย

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ อธิการบดีนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งโดย

คำแนะนำของสภามหาวิทยาลัยจากผู้ซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) ได้รับปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษา

ชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง หรือ

(๒) ได้รับปริญญาระดับหนึ่งระดับใด หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือ

สถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้สอนในมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษา

ชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี หรือ

(๓) เคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยรวมเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี

หรือ

(๔) เคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ หรือศาสตราจารย์พิเศษ ของมหาวิทยาลัย

อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี และอาจทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

แต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ให้มหาวิทยาลัยมีรองอธิการบดี และอาจมีผู้ช่วยอธิการบดี

เพื่อปฏิบัติราชการตามที่อธิการบดีจะมอบหมาย

รองอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง และต้องเป็น

ข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัย โดยอธิการบดีเป็นผู้เสนอการแต่งตั้งและถอดถอนต่อสภา

มหาวิทยาลัย

ผู้ช่วยอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติได้ปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่า

จากมหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาชั้นสูงที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และเป็นข้าราชการพลเรือน

ของมหาวิทยาลัย โดยให้อธิการบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอน

เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจาก

ตำแหน่งด้วย

อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่อธิการบดี

จะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่ง หรือมติของคณะ

รัฐมนตรี อธิการบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองอธิการบดีปฏิบัติราชการแทนก็ได้

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ในกรณีที่อธิการบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองอธิการบดีเป็น

ผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน ให้รองอธิการบดีผู้ซึ่งได้รับมอบหมายเป็น

หนังสือจากอธิการบดีไว้ล่วงหน้าเป็นผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่อธิการบดีไม่ได้มอบหมาย

ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรง

ตำแหน่งรองอธิการบดี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ซึ่งมี

คุณสมบัติตามมาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง เป็นผู้รักษาราชการแทน

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ให้มีสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยประกอบด้วยสมาชิกซึ่ง

คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเลือกตั้งจากคณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย

สภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่อธิการบดี

และหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีจะมอบหมาย

จำนวนสมาชิก หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง และการดำเนินงานของสภา

คณาจารย์มหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ในบัณฑิตวิทยาลัย ให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและ

รับผิดชอบในการบริหารงานของบัณฑิตวิทยาลัย โดยให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณา

แต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนของมหาวิทยาลัยผู้ซึ่งได้รับปริญญาระดับหนึ่งระดับใด หรือ

เทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาชั้นสูงอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

คณบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรง

ตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้บัณฑิตวิทยาลัยมีรองคณบดีเพื่อปฏิบัติราชการแทนคณบดี

ตามที่คณบดีจะมอบหมาย

รองคณบดีต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง โดยคณบดีเป็นผู้เสนอ

การแต่งตั้งและถอดถอนต่อสภามหาวิทยาลัย

เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองคณบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย

อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่คณบดีจะ

พึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่ง หรือมติของคณะ

รัฐมนตรี คณบดีจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองคณบดีปฏิบัติราชการแทนก็ได้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ในกรณีที่คณบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองคณบดีเป็นผู้รักษา

ราชการแทน ถ้ามีรองคณบดีหลายคน ให้รองคณบดีผู้ซึ่งได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจาก

คณบดีไว้ล่วงหน้าเป็นผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่คณบดีไม่ได้มอบหมายให้อธิการบดีแต่งตั้ง

รองคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองคณบดี หรือมีแต่

ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง คนหนึ่ง

เป็นผู้รักษาราชการแทน

ในกรณีที่คณบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติตาม

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง คนหนึ่งรักษาราชการแทนคณบดี จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งคณบดีใหม่

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ในบัณฑิตวิทยาลัย ให้มีคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย

ดังนี้

(๑) คณะกรรมการนโยบาย ประกอบด้วย อธิการบดีเป็นประธานกรรมการ

คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเป็นรองประธานกรรมการ คณบดี ผู้อำนวยการ และหัวหน้าส่วนราชการ

ที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ซึ่งดำเนินการบัณฑิตศึกษา เป็นกรรมการ

คณะกรรมการนโยบาย มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(ก) วางนโยบายและแผนงานบัณฑิตวิทยาลัยให้สอดคล้องกับนโยบาย

ของมหาวิทยาลัย

(ข) ประสานงานระหว่างส่วนราชการ ที่ดำเนินการบัณฑิตศึกษา

(๒) คณะกรรมการดำเนินการ ประกอบด้วย คณบดี บัณฑิตวิทยาลัย

เป็นประธานกรรมการ รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย และคณาจารย์หรือข้าราชการประจำของ

ส่วนราชการที่ดำเนินการบัณฑิตศึกษาเป็นกรรมการ

จำนวนและการได้มาซึ่งกรรมการจากคณาจารย์หรือข้าราชการประจำ วาระ

การดำรงตำแหน่ง รวมทั้งการดำเนินงานของคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ให้เป็นไป

ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

คณะกรรมการดำเนินการ มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินงานตามนโยบายและแผนงานตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด

(ข) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่คณบดี

(ค) วางระเบียบปฏิบัติและออกข้อบังคับของบัณฑิตวิทยาลัย เกี่ยวกับงาน

บัณฑิตศึกษาโดยไม่ขัดต่อระเบียบ ข้อบังคับและนโยบายของมหาวิทยาลัย

(ง) พิจารณาเสนอเปิด หรือยุบโครงการบัณฑิตศึกษา หลักสูตรและราย

ละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรของบัณฑิตวิทยาลัย ต่อสภามหาวิทยาลัย

(จ) พิจารณาดำเนินการวัดผล และประเมินผลบัณฑิตศึกษา

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ในคณะ ให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบ

ในการบริหารงานของคณะ

คณะอาจมีรองคณบดีเพื่อปฏิบัติราชการแทนคณบดีตามที่คณบดีจะมอบหมาย

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งของคณบดีและ

รองคณบดีตามมาตรา ๒๗ ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทนการรักษาราชการแทนและการ

แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน ให้นำมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดย

อนุโลม

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ในคณะ ให้มีคณะกรรมการประจำคณะ ประกอบด้วย

(๑) คณบดีเป็นประธานกรรมการ

(๒) รองคณบดีเป็นกรรมการ

(๓) หัวหน้าภาควิชา และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ

เทียบเท่าภาควิชา ถ้ามี เป็นกรรมการ

ในกรณีที่ไม่มีการแบ่งภาควิชาหรือมีไม่ถึงสี่ภาควิชา ให้สภามหาวิทยาลัย

แต่งตั้งคณาจารย์ประจำในคณะนั้นเป็นกรรมการเพิ่มขึ้นให้ได้จำนวนสี่คน

(๔) กรรมการประเภทคณาจารย์ประจำจำนวนไม่เกินสี่คน

วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งตาม (๓)

จำนวนการได้มาซึ่งกรรมการประเภทคณาจารย์ประจำ และวาระการดำรงตำแหน่งของ

กรรมการดังกล่าวตาม (๔) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

ให้คณะกรรมการประจำคณะแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ คณะกรรมการประจำคณะมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(๑) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่คณบดี

(๒) วางนโยบายและแผนงานของคณะให้สอดคล้องกับนโยบายของ

มหาวิทยาลัย

(๓) วางระเบียบปฏิบัติและออกข้อบังคับของคณะเกี่ยวกับงานของ

คณะโดยไม่ขัดต่อระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

(๔) พิจารณาเสนอเปิดหรือยุบโครงการศึกษาหลักสูตรและรายละเอียด

เกี่ยวกับหลักสูตรของคณะต่อสภามหาวิทยาลัย

(๕) พิจารณาดำเนินการวัดผลและประเมินผลการศึกษาของคณะ

การดำเนินงานของคณะกรรมการประจำคณะ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ

ของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ในวิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก หรือส่วนราชการที่เรียกชื่อ

อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้มีผู้อำนวยการหรือหัวหน้าส่วนราชการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับ

บัญชาและรับผิดชอบในการบริหารงานของวิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก หรือส่วนราชการ

ที่เรียกชื่ออย่างอื่นนั้น

วิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ

เทียบเท่าคณะอาจมีรองผู้อำนวยการหรือรองหัวหน้าส่วนราชการเพื่อปฏิบัติราชการแทน

ผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าส่วนราชการตามที่ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าส่วนราชการจะมอบหมาย

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งของผู้อำนวยการ

รองผู้อำนวยการ หัวหน้าส่วนราชการ และรองหัวหน้าส่วนราชตามมาตรา ๓๑ ตลอดจน การปฏิบัติราชการแทน การรักษาราชการแทน และการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนให้นำ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ การดำเนินงานในวิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก หรือส่วนราชการ

ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ที่มิได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตาม

ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ในโรงพยาบาล ให้มีผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนหนึ่งซึ่งสภา

มหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณบดีเป็นผู้บังคับบัญชา และรับผิดชอบในการบริหาร

งานของโรงพยาบาล และอาจมีรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่อปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวย

การโรงพยาบาลตามที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะมอบหมาย

การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งของผู้อำนวยการโรงพยาบาล

และรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามวรรคหนึ่ง ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทน การรักษา

ราชการแทน และการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน ให้นำมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นรองคณบดีโดยตำแหน่ง

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ในภาควิชา ให้มีหัวหน้าภาควิชาคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและ

รับผิดชอบในการบริหารงานของภาควิชา และอาจมีรองหัวหน้าภาควิชาคนหนึ่ง เพื่อปฏิบัติ

ราชการแทนหัวหน้าภาควิชาตามที่หัวหน้าภาควิชาจะมอบหมาย

การแต่งตั้ง คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งของหัวหน้าภาควิชาและรอง

หัวหน้าภาควิชาตามวรรคหนึ่ง ตลอดจนการปฏิบัติราชการแทน การรักษาราชการแทน และ

การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน ให้นำมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดย

อนุโลม

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในบัณฑิตวิทยาลัยคณะ

วิทยาลัย สถาบัน ศูนย์ สำนัก โรงพยาบาล ภาควิชา และส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่

มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือภาควิชา อำนาจในการสั่งการอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติ

ราชการที่อธิการบดีจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งใด

หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้นหรือมติของ

คณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น มิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น อธิการบดีจะมอบ

อำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้ผู้ดำรงตำแหน่งคณบดี ผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล

หัวหน้าภาควิชา และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือภาค

วิชาปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีเฉพาะในส่วนราชการนั้นก็ได้

ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนตามวรรคหนึ่งมีอำนาจและหน้าที่ตามที่อธิการบดี

กำหนด

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนและผู้รักษาราชการแทนตามมาตรา ๒๐

วรรคห้า มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๔ วรรคสี่ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๗ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔

วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติของคณะรัฐมนตรี

แต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการ หรือให้มีอำนาจและหน้าที่อย่างใด ให้ผู้ปฏิบัติ

ราชการแทน หรือผู้รักษาราชการแทนทำหน้าที่กรรมการ หรือมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับ

ผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ในระหว่างที่ปฏิบัติราชการแทนหรือรักษาราชการแทนด้วยแล้วแต่กรณี

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี

รองคณบดี ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล รองผู้อำนวยการ

โรงพยาบาล หัวหน้าภาควิชา รองหัวหน้าภาควิชา หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วน

ราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชาต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็ม

เวลา และจะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกินกว่าหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันมิได้ เว้นแต่กรณีตาม

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔

ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งอยู่หนึ่งตำแหน่งแล้ว จะรักษาราชการแทนใน

ตำแหน่งดังกล่าวอีกตำแหน่งหนึ่งก็ได้ แต่ต้องไม่เกินหกเดือน

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ วิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกสภา

มหาวิทยาลัยกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ อธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ หัวหน้า

ภาควิชา และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือภาควิชา ให้

เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ การพ้นจากตำแหน่งของอธิการบดี รองอธิการบดีผู้ช่วยอธิการ

บดี คณบดี รองคณบดี ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้าภาควิชา รองหัวหน้าภาควิชา

หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือ

ภาควิชา นอกจากที่ได้บัญญัติไว้แล้ว ให้นำมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ตำแหน่งทางวิชาการ

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยมีตำแหน่งทางวิชาการ ดังนี้

(๑) ศาสตราจารย์

(๒) รองศาสตราจารย์

(๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์

(๔) อาจารย์

คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้ง และการเข้าดำรงตำแหน่งคณาจารย์

ประจำของมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนใน

มหาวิทยาลัย

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ สภามหาวิทยาลัยอาจพิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณา

โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งผู้ซึ่งมีความสามารถและชำนาญพิเศษและมิได้เป็นคณาจารย์ประจำของ

มหาวิทยาลัยเป็นศาสตราจารย์พิเศษในสาขาวิชาที่ผู้นั้นมีความสามารถและชำนาญพิเศษได้

หลักเกณฑ์ในการเสนอเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็น

ศาสตราจารย์พิเศษ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ ศาสตราจารย์ซึ่งมีความรู้ ความสามารถ และความชำนาญ

เป็นพิเศษและพ้นจากตำแหน่งไปโดยไม่มีความผิด สภามหาวิทยาลัยอาจแต่งตั้งให้เป็น

ศาสตราจารย์เกียรติคุณในสาขาวิชาที่ศาสตราจารย์ผู้นั้นมีความเชี่ยวชาญเพื่อเป็นเกียรติยศ

ก็ได้

คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณ ให้กำหนด

เป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ อธิการบดีอาจแต่งตั้งผู้ซึ่งมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและมิได้เป็น

คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยเป็นรองศาสตราจารย์พิเศษผู้ช่วยศาสตรจารย์พิเศษ

และอาจารย์พิเศษได้ตามคำแนะนำของคณบดี ผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่อ

อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

หลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งรองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ

และอาจารย์พิเศษตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

ปริญญา วุฒิบัตร และเครื่องหมายวิทยฐานะ

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ ปริญญามีสามระดับ คือ

เอก เรียกว่า ดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ด.

โท เรียกว่า มหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ม.

ตรี เรียกว่า บัณฑิต ใช้อักษรย่อ บ.

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ มหาวิทยาลัยมีอำนาจให้ปริญญาในสาขาวิชาที่มีการสอนใน

มหาวิทยาลัย

การกำหนดระดับปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาให้ตรา

เป็นพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ สภามหาวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับของมหาวิทยาลัยกำหนดให้

ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตได้รับปริญญาเกียรตินิยมได้

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2530 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_23b169776bc57189

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com