我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2530 หมวด ๕

มาตรา ๕๒–มาตรา ๖๐共 9 條

มาตรา ๕๒附則

มาตรา ๕๒ ผู้ใดใช้ครุยประจำตำแหน่ง ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ เข็มเครื่องหมาย เครื่องแบบ เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกายนักศึกษาของมหาวิทยาลัยโดยที่ ตนไม่มีสิทธิที่จะใช้หรือแสดงด้วยประการใด ๆ ว่าตนมีปริญญาหรือวุฒิบัตรของมหาวิทยาลัย โดยที่ตนไม่มี ถ้าได้กระทำเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิที่จะใช้หรือมีวิทยฐานะเช่นนั้น ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ บทเฉพาะกาล

มาตรา ๕๓附則

มาตรา ๕๓ ให้ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยอยู่ในวันที่พระราช บัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีสถานภาพดังต่อไปนี้ (๑) อธิการบดีและคณบดีดำรงตำแหน่งต่อไปให้ครบวาระการดำรงตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๑๒ (๒) รองอธิการบดีและรองคณบดีดำรงตำแหน่งต่อไปชั่วระยะเวลาที่อธิการ บดีหรือคณบดียังดำรงตำแหน่งอยู่ตาม(๑) (๓) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่ามีการแต่งตั้ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตามพระราชบัญญัตินี้ (๔) ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนักและหัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้า ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ครบสี่ปี ดำรง ตำแหน่งต่อไปจนครบสี่ปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง (๕) ผู้อำนวยการสถาบันและหัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียก ชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ซึ่งดำรงตำแหน่งครบสี่ปีแล้ว ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่า จะได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการสถาบันและหัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่อ อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา แล้วแต่กรณีตามพระราชบัญญัตินี้ (๖) ผู้อำนวยการสถาบันซึ่งขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ดำรง ตำแหน่งต่อไปจนครบสองปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง (๗) ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์ เป็น ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์ต่อไป ตามพระราชบัญญัตินี้ (๘) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์พิเศษเป็น ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารย์พิเศษต่อไป ตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕๔附則

มาตรา ๕๔ ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี รองคณบดี ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และหัวหน้าภาควิชาผู้ใดดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกินกว่าหนึ่ง ตำแหน่งในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเลือกดำรงตำแหน่งได้ เพียงตำแหน่งเดียวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๕๕附則

มาตรา ๕๕ การแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๕๓ (๔) และผู้ดำรง ตำแหน่งที่ว่างเนื่องจากมาตรา ๕๔ ให้กระทำให้เสร็จสิ้นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราช บัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๕๖附則

มาตรา ๕๖ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการ สภามหาวิทยาลัยอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คงทำหน้าที่นายก สภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยต่อไปจนกว่าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ และมีการเลือกตั้ง กรรมการสภามหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๕๗附則

มาตรา ๕๗ ให้คณะกรรมการประจำคณะที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนครบวาระการดำรงตำแหน่ง และให้ดำเนิน การให้ได้มาซึ่งกรรมการประเภทคณาจารย์ประจำตามมาตรา ๒๙ (๔) ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๕๘附則

มาตรา ๕๘ ให้คณะกรรมการประจำสถาบันที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าสภามหาวิทยาลัยจะได้ออกข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการดำเนินงานในสถาบัน ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๕๙附則

มาตรา ๕๙ การนับวาระการดำรงตำแหน่งของอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการและหัวหน้าภาควิชา ให้นับวันที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัตินี้เป็นวาระแรก

มาตรา ๖๐附則

มาตรา ๖๐ ในระหว่างที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกา ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย ระเบียบหรือข้อบังคับของมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ออกใช้บังคับ ให้นำพระราช กฤษฎีกา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศทบวงมหาวิทยาลัย ระเบียบ หรือข้อบังคับของ มหาวิทยาลัย แล้วแต่กรณี ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาใช้บังคับโดยอนุโลม ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พิชัย รัตตกุล รองนายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. ๒๕๑๒ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลาเกินสิบปีแล้ว และในขณะนี้ การบริหารงานของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปมาก สมควรปรับปรุงโครงสร้าง และระบบการบริหารมหาวิทยาลัยเพื่อให้การบริหารการศึกษามีความคล่องตัวและเหมาะสม กับสภาพการณ์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ อัมพิกา/แก้ไข ๙/๑/๔๕ A+B(C)

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).