法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
65
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม

พ.ศ. ๒๕๔๕

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

เป็นปีที่ ๕๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

(๑) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๓๔

(๒) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔

(๓) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕

(๔) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕

(๕) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕

(๖) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๕

(๗) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๕

(๘) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๖

(๙) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๖

(๑๐) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๓๗

(๑๑) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๓๗

(๑๒) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๓๘

(๑๓) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๓๘

(๑๔) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๓๙

(๑๕) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๔๑

(๑๖) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๔๑

(๑๗) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๔๒

(๑๘) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๔๒

(๑๙) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๔๒

(๒๐) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๔๒

(๒๑) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๔๒

(๒๒) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๔๓

(๒๓) พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๒๓) พ.ศ. ๒๕๔๔

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้มีกระทรวง และส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกระทรวง ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักนายกรัฐมนตรี

(๒) กระทรวงกลาโหม

(๓) กระทรวงการคลัง

(๔) กระทรวงการต่างประเทศ

(๕) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

(๖) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

(๖/๑) กระทวงกาอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

(๗) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

(๘) กระทรวงคมนาคม

(๘/๑) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

(๙) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(๑๐) (ยกเลิก)

(๑๑) กระทรวงพลังงาน

(๑๒) กระทรวงพาณิชย์

(๑๓) กระทรวงมหาดไทย

(๑๔) กระทรวงยุติธรรม

(๑๕) กระทรวงแรงงาน

(๑๖) กระทรวงวัฒนธรรม

(๑๗) (ยกเลิก)

(๑๘) กระทรวงศึกษาธิการ

(๑๙) กระทรวงสาธารณสุข

(๒๐) กระทรวงอุตสาหกรรม

มาตรา ๖

มาตรา ๖ สํานักนายกรัฐมนตรี มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี รับผิดชอบการบริหารราชการทั่วไป เสนอแนะนโยบายและวางแผนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคง และราชการเกี่ยวกับการงบประมาณ ระบบราชการ การบริหารงานบุคคล กฎหมายและการพัฒนากฎหมาย การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการ การส่งเสริมการลงทุน การบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ การปฏิบัติภารกิจพิเศษ และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของสํานักนายกรัฐมนตรีหรือส่วนราชการที่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี หรือที่มิได้อยู่ภายในอํานาจหน้าที่ของกระทรวงใดโดยเฉพาะ

มาตรา ๗

มาตรา ๗ สํานักนายกรัฐมนตรี มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี

(๒) กรมประชาสัมพันธ์

(๓) สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายรัฐมนตรี

(๔) สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

(๕) สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

(๖) สํานักข่าวกรองแห่งชาติ

(๗) สํานักงบประมาณ

(๘) สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

(๙) สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๑๐) สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

(๑๑) สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ\*

(๑๒) สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

(๑๓) สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

(๑๔) สํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ

(๑๕) สํานักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง

(๑๖) สํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ

มาตรา ๘

มาตรา ๘ กระทรวงกลาโหม มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันและรักษาความมั่นคงของราชอาณาจักรจากภัยคุกคามทั้งภายนอกและภายในประเทศ การรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ สนับสนุนการพัฒนาประเทศ และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงกลาโหม

มาตรา ๙

มาตรา ๙ การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบแบบแผนว่าด้วยการนั้น

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ระทรวงการคลัง มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับกาเงินการคลังแผ่นดิน การประเมินราคาทรัพย์สิน การบริหารพัสดุภาครัฐ กิจการเกี่ยวกับที่ราชพัสดุ ทรัพย์สินของแผ่นดิน ภาษีอากร การรัษฎากร กิจการหารายได้ที่รัฐมีอํานาจดําเนินการได้แต่ผู้เดียวตามกฎหมายและไม่อยู่ในอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการอื่น การบริหารหนี้สาธารณะ การบริหารและการพัฒนารัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงการคลังหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงการคลัง

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ กระทรวงการคลัง มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

1. สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมธนารักษ์

(๔) กรมบัญชีกลาง

(๕) กรมศุลกากร

(๖) กรมสรรพสามิต

(๗) กรมสรรพากร

(๘) สํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

(๙) สํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ

(๑๐) สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ กระทรวงการต่างประเทศ มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการต่างประเทศ และราชการอื่นตามที่ได้มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ กระทรวงการต่างประเทศ มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมการงสุล

(๓/๑) กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ

(๔) กรมพิธีการทูต

(๕) กรมยุโรป

(๖) (ยกเลิก)

(๗) กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

(๘) กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย

(๙) กรมสารนิเทศ

(๑๐) กรมองค์การระหว่างประเทศ

(๑๑) กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้

(๑๒) กรมอาเซียน

(๑๓) กรมเอเชียตะวันออก

(๑๔) กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การกีฬา การศึกษาด้านกีฬา นันทนาการ และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมพลศึกษา

(๔) กรมการท่องเที่ยว

[คําว่า “กรมพลศึกษา” ได้เปลี่ยนชื่อจากเดิมโดยผลของพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อสํานักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ เป็นกรมพลศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๓]

[คําว่า “กรมการท่องเที่ยว” ได้เปลี่ยนชื่อจากเดิมโดยผลของพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อสํานักงานพัฒนาการท่องเที่ยว เป็นกรมการท่องเที่ยว พ.ศ. ๒๕๕๓]

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนาสังคม การสร้างความเป็นธรรมและความเสมอภาคในสังคม การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพและความมั่นคงในชีวิต สถาบันครอบครัว และชุมชน และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมกิจการเด็กและเยาวชน

(๔) กรมกิจการผู้สูงอายุ

(๕) กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว

(๖) กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

(๗) กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

มาตรา ๖/๑

มาตรา ๖/๑ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม๑๖

มาตรา ๑๗/๑

มาตรา ๑๗/๑ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และกํากับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัยและการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อให้การพัฒนาประเทศเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

มาตรา ๑๗/๒

มาตรา ๑๗/๒ การจัดระเบียบราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการเกษตรกรรม การจัดหาแหล่งน้ําและพัฒนาระบบชลประทาน ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ส่งเสริมและพัฒนาระบบสหกรณ์ รวมตลอดทั้งกระบวนการผลิตและสินค้าเกษตรกรรม และราชการอื่นที่กฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๒/๑) กรมการข้าว

๒๐ มาตรา ๑๙

(๓) กรมชลประทาน

(๔) กรมตรวจบัญชีสหกรณ์

(๕) กรมประมง

(๖) กรมปศุสัตว์

(๖/๑) กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

(๗) (ยกเลิก)

(๘) กรมพัฒนาที่ดิน

(๙) กรมวิชาการเกษตร

(๑๐) กรมส่งเสริมการเกษตร

(๑๑) กรมส่งเสริมสหกรณ์

(๑๑/๑) กรมหม่อนไหม

(๑๒) สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

(๑๓) สํานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

(๑๔) สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ กระทรวงคมนาคม มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการขนส่ง ธุรกิจการขนส่ง การวางแผนจราจร และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงคมนาคม

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ กระทรวงคมนาคม มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมเจ้าท่า

(๔) กรมการขนส่งทางบก

(๔/๑) กรมการขนส่งทางราง

(๕)๒๕ กรมท่าอากาศยาน

(๖) กรมทางหลวง

(๗) กรมทางหลวงชนบท

(๘) สํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

[คําว่า “กรมเจ้าท่า” ได้เปลี่ยนชื่อจากเดิมโดยผลของพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อกรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี เป็นกรมเจ้าท่า พ.ศ. ๒๕๕๒]

มาตรา ๒๑/๑

มาตรา ๒๑/๑ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน ส่งเสริม พัฒนา และดําเนินกิจการเกี่ยวกับดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การอุตุนิยมวิทยา การสถิติ และราชการอื่น ตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

มาตรา ๒๑/๒

มาตรา ๒๑/๒ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมอุตุนิยมวิทยา

(๔) สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

(๕) สํานักงานสถิติแห่งชาติ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวน อนุรักษ์ และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และราชการอื่นตามที่กฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมควบคุมมลพิษ

(๔) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

(๕) กรมทรัพยากรธรณี

(๖) กรมทรัพยากรน้ํา

(๗) กรมทรัพยากรน้ําบาดาล

(๗/๑) กรมป่าไม้

(๘) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

(๙) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

(๑๐) สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ (ยกเลิก)

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ (ยกเลิก)

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ กระทรวงพลังงาน มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการจัดหา พัฒนาและบริหารจัดการพลังงาน และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจและหน้าที่ของกระทรวงพลังงานหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงพลังงาน

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ กระทรวงพลังงาน มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

(๔) กรมธุรกิจพลังงาน

(๕) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

(๖) สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ กระทรวงพาณิชย์ มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการค้า ธุรกิจบริการ ทรัพย์สินทางปัญญา และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์หรือส่วนราชการที่สังกัดกระทวงพาณิชย์

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ กระทรวงพาณิชย์ มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมการค้าต่างประเทศ

(๔) กรมการค้าภายใน

(๕) (ยกเลิก)

(๖) กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

(๗) กรมทรัพย์สินทางปัญญา

(๘) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

(๙) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

(๑๐) สํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า

[คําว่า “กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” ได้เปลี่ยนชื่อจากเดิมโดยผลของพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อกรมส่งเสริมการส่งออก เป็นกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕]

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ กระทรวงมหาดไทย มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการบําบัดทุกข์บํารุงสุข การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน การอํานวยความเป็นธรรมของสังคม การส่งเสริมและพัฒนาการเมืองการปกครอง การพัฒนาการบริหารราชการส่วนภูมิภาค การปกครองท้องที่ การส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและพัฒนาชุมชน การทะเบียนราษฎร ความมั่นคงภายใน กิจการสาธารณภัย และการพัฒนาเมืองและราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงมหาดไทย

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ กระทรวงมหาดไทย มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมการปกครอง

(๔) กรมการพัฒนาชุมชน

(๕) กรมที่ดิน

(๖) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

(๗) กรมโยธาธิการและผังเมือง

(๘) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ กระทรวงยุติธรรม มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการกระบวนการยุติธรรม เสริมสร้างและอํานวยความยุติธรรมในสังคม และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงยุติธรรม

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ กระทรวงยุติธรรม มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมคุมประพฤติ

(๔) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

(๕) กรมบังคับคดี

(๖) กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

(๗) กรมราชทัณฑ์

(๘) กรมสอบสวนคดีพิเศษ

(๙) สํานักงานกิจการยุติธรรม

(๑๐) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

ส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อรัฐมนตรี

(๑๑) สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ กระทรวงแรงงาน มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารและคุ้มครองแรงงาน พัฒนาฝีมือแรงงาน ส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทํา และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงแรงงานหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงแรงงาน

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ กระทรวงแรงงาน มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมการจัดหางาน

(๔) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

(๕) กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

(๖) สํานักงานประกันสังคม

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ กระทรวงวัฒนธรรม มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรม และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงวัฒนธรรมหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ กระทรวงวัฒนธรรม มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมการศาสนา

(๔) กรมศิลปากร

(๕) กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

(๖) สํานักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ (ยกเลิก)

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ (ยกเลิก)

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ กระทรวงศึกษาธิการ มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและกํากับดูแลการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท และการอาชีวศึกษา แต่ไม่รวมถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่อยู่ในอํานาจหน้าที่ของกระทรวงอื่นที่มีกฎหมายกําหนดไว้เป็นการเฉพาะ กําหนดนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษา สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา ส่งเสริมและประสานงานการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการกีฬา เพื่อการศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ การจัดระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ กระทรวงสาธารณสุข มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพอนามัย กาป้องกัน ควบคุม และรักษาโรคภัย การฟื้นฟูสมรรถภาพของประชาชน และราชกาอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ กระทรวงสาธารณสุข มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้

(๑) สํานักงานรัฐมนตรี

(๒) สํานักงานปลัดกระทรวง

(๓) กรมการแพทย์

(๔) กรมควบคุมโรค

(๕) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

(๖) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

(๗) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

(๘) กรมสุขภาพจิต

(๙) กรมอนามัย

(๑๐) สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา

[คําว่า “กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก” ได้เปลี่ยนชื่อจากเดิมโดยผลของพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ. ๒๕๖๐]

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ กระทรวงอุตสาหกรรม มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม การพัฒนาผู้ประกอบการ และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมหรือส่วนราชการที่สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม

65 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_246f987d9e5c1256

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com