法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2540

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง

พ.ศ. ๒๕๔๐

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๐

เป็นปีที่ ๕๒ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ

และยินยอมของรัฐสภาดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคณะกรรมการการเลือก

ตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๐”

มาตรา ๒

มาตรา ๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก.๒๕๔๐/๔๘ก/๙/๑๘ กันยายน ๒๕๔๐]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ บรรดาบทกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอื่นในส่วนที่ได้

บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้พระราช

บัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“ประธานรัฐสภา” หมายความว่า ประธานรัฐสภาตามบทบัญญัติแห่ง

รัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้มีสภานิติบัญญัติสภาเดียว ให้หมายความถึงประธาน

แห่งสภานั้น และในกรณีที่ไม่มีประธานรัฐสภา ประธานรัฐสภาไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้หมายความถึงผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติราชการแทนประธานรัฐสภา

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

“รองประธานกรรมการ” หมายความว่า รองประธานกรรมการการเลือกตั้ง

“เลือกตั้ง” หมายความว่า เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น

คณะผู้บริหารท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี

“สมาชิกสภาท้องถิ่น” หมายความว่า สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล

สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเขตของกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา

กรรมการสุขาภิบาล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นอื่นใดตามที่จะ

ได้มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น

“อนุบัญญัติ” หมายความว่า กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ

ข้อบัญญัติ หรือบทบัญญัติอื่นใดที่มีศักดิ์ต่ำกว่าพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกา

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

“รองเลขาธิการ” หมายความว่า รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

“ผู้ช่วยเลขาธิการ” หมายความว่า ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ

ตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ประธานรัฐสภารักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

คณะกรรมการการเลือกตั้ง

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้มีคณะกรรมการการเลือกตั้งคณะหนึ่งประกอบด้วยกรรมการการ

เลือกตั้งจำนวนเก้าคนซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขึ้นตามคำแนะนำของสภาผู้แทน

ราษฎรจากผู้ซึ่งได้รับการคัดเลือกตามมาตรา ๗

มติของสภาผู้แทนราษฎรในการถวายคำแนะนำให้แต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้ง

ตามวรรคหนึ่งต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด

ให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคับทูลเพื่อทรง

พระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้ง

ให้เลขาธิการเป็นเลขานุการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี และผู้

นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๘ ซึ่งเหมาะสมได้รับการแต่งตั้ง

เป็นกรรมการการเลือกตั้ง โดยคำนึงถึงการได้มาซึ่งผู้มีความเป็นธรรมและมีความรู้ในการดำเนิน

การเลือกตั้ง

เมื่อพิจารณาคัดเลือกกรรมการการเลือกตั้งได้ตามจำนวนที่จะมีการแต่งตั้ง

แล้ว ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทน

ราษฎรร่วมกันเสนอรายชื่อต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา

มาตรา ๘

มาตรา ๘ กรรมการการเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์

(๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

(๔) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

(๕) ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจหรือของ

ราชการส่วนท้องถิ่น

(๖) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา

(๗) ไม่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะผู้บริหารท้องถิ่น

(๘) ไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่

ของพรรคการเมือง หรือที่ปรึกษาของพรรคการเมือง ในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนได้รับการคัดเลือกตาม

มาตรา ๗

มาตรา ๗

(๙) ไม่ติดยาเสพย์ติดให้โทษ

(๑๐) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี

(๑๑) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๑๒) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช

(๑๓) ไม่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโดยคำพิพากษา

(๑๔) ไม่เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้

กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๑๕) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐหรือ

รัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

(๑๖) ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

เพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๑๗) ไม่เคยถูกวุฒิสภา หรือสภาผู้แทนราษฎร มีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ

มาตรา ๙

มาตรา ๙ กรรมการการเลือกตั้งต้อง

(๑) ไม่รับสัมปทานจากรัฐหรือหน่วยราชการหรือหน่วยงานของรัฐหรือ

รัฐวิสาหกิจ หรือคงถือไว้ซึ่งสัมปทานนั้น หรือเป็นคู่สัญญากับรัฐหรือหน่วยราชการ หรือหน่วยงาน

ของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

(๒) ไม่รับเงินหรือประโยชน์ใด ๆ จากหน่วยราชการหรือหน่วยงานของรัฐหรือ

รัฐวิสาหกิจเป็นพิเศษ นอกเหนือไปจากที่หน่วยราชการ หรือหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจปฏิบัติ

กับบุคคลอื่น ๆ ในธุรกิจการงานตามปกติ

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ กรรมการการเลือกตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละหกปี นับแต่

วันที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

กรรมการการเลือกตั้งซึ่งพ้นจากตำแหน่งแล้วจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ

การเลือกตั้งอีกไม่ได้

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๐ กรรมการ

การเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำ

โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๔) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๘

(๕) กระทำการอันต้องห้ามตามมาตรา ๙

(๖) สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้พ้นจากตำแหน่งเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย

อย่างร้ายแรงบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรง หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวน

สมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาว่า

กรรมการการเลือกตั้งผู้ใดมีกรณีตามมาตรา ๑๑(๕) หรือ (๖) และต้องพ้นจากตำแหน่ง

ในการพิจารณาดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมา

ธิการวิสามัญประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจำนวนเจ็ดคน ซึ่งอย่างน้อยให้พิจารณา

แต่งตั้งจากกรรมการร่างกฎหมายหนึ่งคน ผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการตุลาการตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้

พิพากษาศาลฎีกาหนึ่งคนผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชการอัยการตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอัยการพิเศษฝ่ายหนึ่งคน เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นว่ากรรมการเลือกตั้งมีกรณีต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่

ในการพิจารณาสอบสวนกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญและ

สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ หรือสั่งให้บุคคลใด ๆ มีหนังสือชี้แจงข้อ

เท็จจริงหรือความคิดเห็นหรือสั่งให้บุคคลใด ๆ ส่งวัตถุ เอกสาร หรือพยานหลักฐานอื่นเพื่อประกอบ

การพิจารณาได้

มติของสภาผู้แทนราษฎรว่ากรรมการการเลือกตั้งมีกรณีต้องพ้นจากตำแหน่ง

ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร และให้มี

ผลให้กรรมการการเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎรมีมติ

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ในกรณีที่กรรมการการเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้มี

การแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างอย่างช้าไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่

ตำแหน่งว่างลง และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่

ของผู้ซึ่งตนแทน

กำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงวันในสมัยประชุม

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ในกรณีที่กรรมการการเลือกตั้งดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว แต่ยังมิ

ได้มีการแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้งขึ้นใหม่ ให้กรรมการการเลือกตั้งซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้งขึ้นใหม่ แต่ต้องแต่งตั้ง

กรรมการการเลือกตั้งขึ้นใหม่อย่างช้าไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันครบวาระ และให้นำบทบัญญัติ

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้กรรมการการเลือกตั้งเลือกกรรมการการเลือกตั้งคนใดคนหนึ่ง

เป็นประธานกรรมการและรองประธานกรรมการทุกครั้งที่มีการแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้งทั้งคณะ หรือเมื่อตำแหน่งประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการว่างลง แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการการเลือกตั้งมา

ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการการเลือกตั้งทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุม

หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม และถ้ารองประธาน

กรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการการเลือกตั้งคนหนึ่ง

เป็นประธานในที่ประชุม

ในการวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการการเลือกตั้งคนหนึ่งให้มีเสียง

หนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงเพิ่มขึ้นอีก

เสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ในการประชุม ถ้ามีการพิจารณาเรื่องที่กรรมการการเลือกตั้งผู้ใดมีส่วนได้เสีย

กรรมการการเลือกตั้งผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุมในเรื่องนั้น

การประชุมคณะกรรมการ นอกจากที่กำหนดไว้ในมาตรานี้ให้เป็นไปตาม

ระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดวันเลือกตั้งและวันสมัครรับเลือกตั้ง

(๒) กำหนดการแบ่งเขตเลือกตั้งหรือกำหนดจำนวนผู้มีสิทธิได้รับเลือกตั้ง

ของเขตเลือกตั้งในกรณีที่การเลือกตั้งนั้นมีกฎหมายกำหนดให้มีการแบ่งเขตเลือกตั้งหรือกำหนด

จำนวนผู้มีสิทธิได้รับเลือกตั้งของเขตเลือกตั้ง

(๓) ออกข้อกำหนดเป็นแนวทางให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการ

เลือกตั้งหรือที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งไปดำเนินการเสนอเพื่อตราพระราชกฤษฎีกาหรือออก

อนุบัญญัติหรือปฏิบัติต่อไปและคณะกรรมการจะกำหนดให้การเสนอเพื่อตราพระราชกฤษฎีกาหรือ

การออกอนุบัญญัติหรือการปฏิบัติในเรื่องใดจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะ

กรรมการก่อนก็ได้

(๔) ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับบริการที่รัฐจะจัดให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งในการหา

เสียงเลือกตั้งที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกพรรคการ

เมือง และส่งเสริมให้มีการเลือกตั้งที่ชอบด้วยกฎหมายและระบอบประชาธิปไตย ข้อกำหนด

ดังกล่าวให้คำนึงถึงความประหยัดและความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติประกอบด้วย

(๕) กำกับดูแลการปฏิบัติงานของผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและผู้มี

อำนาจหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ในการนี้ให้มีอำนาจเรียกให้ผู้มีอำนาจ

หน้าที่ดังกล่าวชี้แจงข้อเท็จจริง หรือยับยั้งการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนมีอำนาจที่

จะสั่งให้ปฏิบัติตามกฎหมาย

(๖) ตรวจสอบการลงคะแนน การนับคะแนนและการรวมคะแนนเลือกตั้งก่อน

ประกาศผลการเลือกตั้ง ในการนี้ให้มีอำนาจสั่งให้เปิดหีบบัตรเลือกตั้งเพื่อตรวจสอบหรือนับคะแนน

ใหม่ได้

(๗) อนุมัติการประกาศผลการเลือกตั้ง

(๘) ดูแลและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง

หรือบุคคลอื่นใดให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

(๙) พิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้มีอำนาจหน้าที่

เกี่ยวกับการเลือกตั้งและมีอำนาจหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และเกี่ยวกับ

การกระทำของบุคคลใดที่เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือเป็นการทุจริตหรือการประพฤติมิชอบใน

การเลือกตั้ง

(๑๐) ศึกษาและเสนอแนะแนวทางและวิธีการปรับปรุงการดำเนินการเลือกตั้ง

อย่างต่อเนื่องตลอดจนเสนอแนะมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตและการประพฤติมิชอบใน

การเลือกตั้ง รวมทั้งแนวทางในการรณรงค์ ส่งเสริมและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ และยุติธรรม

(๑๑) จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีและข้อสังเกตเสนอต่อสภาผู้แทน

ราษฎร และวุฒิสภา

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการและพนักงาน

เจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งแทนคณะกรรมการได้

ให้อนุกรรมการได้รับค่าตอบแทนตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ เมื่อมีกรณีที่ต้องเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกสภา

ท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้นายกรัฐมนตรีสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ

กระทรวงมหาดไทยสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เป็นผู้แจ้งถึงความ

จำเป็นที่ต้องกำหนดให้มีการเลือกตั้งให้คณะกรรมการทราบโดยเร็ว และให้คณะกรรมการกำหนด

วันเลือกตั้งและวันสมัครรับเลือกตั้งโดยคำนึงถึงระยะเวลาที่กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งกำหนด

ด้วย

เมื่อมีการกำหนดวันเลือกตั้งและวันสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๑๗(๑) แล้ว ให้

ดำเนินการเสนอเพื่อตราพระราชกฤษฎีกาหรืออกอนุบัญญัติหรือประกาศตามบทกฎหมายที่

เกี่ยวข้องต่อไป

ในกรณีที่มีเหตุอันควรทำให้ไม่อาจดำเนินการให้มีการเลือกตั้งในวันที่คณะ

กรรมการกำหนดตามวรรคหนึ่งได้ ให้คณะกรรมการเปลี่ยนแปลงกำหนดวันเลือกตั้งและวันสมัคร

รับเลือกตั้งได้

เมื่อมีการกำหนดให้วันใดเป็นวันเลือกตั้งหรือวันสมัครรับเลือกตั้งแล้ว ให้ผู้มี

อำนาจดำเนินการเลือกตั้งดำเนินการให้เป็นไปตามนั้น

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ เพื่อประโยชน์ในการแบ่งเขตเลือกตั้งให้เกิดความเป็นธรรม คณะ

กรรมการอาจขอให้กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และองค์การบริหารส่วน

ท้องถิ่น ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนประชากร กิจกรรมในพื้นที่และลักษณะทางภูมิศาสตร์ในพื้นที่แก่

คณะกรรมการได้

ทุกปี ให้คณะกรรมการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งและกำหนดจำนวนผู้มีสิทธิได้

รับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง และให้เขตเลือกตั้งและจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งเป็นไปตาม

ประกาศนั้นจนกว่าจะมีการประกาศใหม่

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ในกรณีที่คณะกรรมการออกข้อกำหนดตามมาตรา ๑๗(๓) และ

(๔) ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งหรือที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งดำเนินการ

เสนอเพื่อตราพระราชกฤษฎีกา หรือออกอนุบัญญัติหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดนั้น

ในกรณีมีข้อกำหนดให้ออกอนุบัญญัติในเรื่องใด ถ้าผู้มีอำนาจหน้าที่ตาม

กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งหรือที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งไม่ดำเนินการออกอนุบัญญัติให้เป็นไป

ตามข้อกำหนดดังกล่าวให้คณะกรรมการมีอำนาจออกข้อกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ข้อกำหนดนี้ให้มีผลใช้บังคับได้เสมือนหนึ่งเป็นอนุบัญญัติที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง

หรือที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ การประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิก

สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ในการควบคุมและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินตามเงื่อนไขที่กฎหมาย

ว่าด้วยการเลือกตั้งกำหนดตามมาตรา ๑๗(๘) ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอย่างน้อย

คณะหนึ่งเพื่อช่วยดำเนินการ และคณะอนุกรรมการดังกล่าวต้องประกอบด้วยผู้มีความรู้ทางด้าน

กฎหมาย การเงินและการบัญชี

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๗ ให้คณะกรรมการมีสิทธิขอให้

หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการในเรื่องหนึ่งเรื่องใดตามอำนาจหน้าที่หรือถ้าเห็นว่า

กรณีนั้นเป็นการกระทำผิดทางวินัยให้ส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจดำเนินการทางวินัยของผู้นั้นดำเนินการ

ต่อไป หรือถ้าเห็นว่าเป็นการกระทำความผิดทางอาญาให้แจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการสอบ

สวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือมีสิทธิร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัย

ร้องทุกข์ หรือฟ้องคดีต่อศาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในทางแพ่ง ทางอาญา ทางปกครองหรือลักษณะอื่น

ใดเกี่ยวกับการกระทำใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งได้ ในการดำเนินคดีให้คณะกรรมการมี

อำนาจร้องขอให้พนักงานอัยการหรือมอบหมายให้บุคคลใดดำเนินการแทนได้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการมี

อำนาจดังต่อไปนี้

(๑) เรียกให้หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องมีหนังสือชี้แจงข้อ

เท็จจริงหรือความเห็นในการปฏิบัติงาน หรือส่งผู้แทนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐมาชี้แจงหรือให้ถ้อยคำ

ประกอบการพิจารณา หรือส่งวัตถุ เอกสาร หรือพยานหลักฐานอื่นมาประกอบการพิจารณา

(๒) เรียกให้ผู้ร้องเรียนมาชี้แจงประกอบคำร้องเรียนหรือนำพยานหลักฐานมา

ประกอบการพิจารณา

(๓) เรียกให้บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ หรือมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง

หรือให้ส่งวัตถุเอกสาร หรือพยานหลักฐานอื่นเพื่อประกอบการพิจารณา

(๔) เข้าไปตรวจสถานที่ที่เกี่ยวกับเรื่องที่มีการร้องเรียนโดยแจ้งให้เจ้าของหรือผู้

ครอบครองสถานที่ทราบล่วงหน้าในเวลาอันสมควร

(๕) เข้าไปตรวจตราในที่เลือกตั้งหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งได้

(๖) ขอให้ข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของราชการส่วนกลาง ราชการส่วน

ภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐมาช่วยปฏิบัติงานในสำนักงาน

คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวได้ตามที่เห็นเป็นการเหมาะสม ทั้งนี้ เมื่อได้รับความเห็น

ชอบจากผู้บังคับบัญชาของผู้นั้นแล้ว

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ในการเลือกตั้งแต่ละครั้งคณะกรรมการอาจแต่งตั้งบุคคลหรือคณะ

บุคคลซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้ทำหน้าที่ช่วยสอดส่องดูแลและ

สนับสนุนให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรม

การแต่งตั้ง การดำเนินการ การยุบเลิก ค่าใช้จ่าย และค่าตอบแทนของบุคคล

หรือคณะบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการเลือกตั้ง

อนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ได้รับมอบหมายตามมาตรา ๒๔ และผู้ได้

รับแต่งตั้งตามมาตรา ๒๖ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ให้มีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีฐานะเป็นกรมตาม

กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่สังกัดหน่วยงานใด และอยู่ในบังคับบัญชาของ

คณะกรรมการ

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับ

ราชการประจำทั่วไปของคณะกรรมการ และให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) รับผิดชอบในงานธุรการของคณะกรรมการ ศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ

ที่เกี่ยวกับงานของคณะกรรมการ

(๒) ศึกษาและสนับสนุนให้มีการศึกษาปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

(๓) เผยแพร่วิชาการและให้ความรู้และการศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการ

ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๔) รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการ

เลือกตั้ง ผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งหรือเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่ชอบ

ด้วยกฎหมายเลือกตั้งการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้เลือกตั้ง

พรรคการเมือง หรือบุคคลอื่นใด เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ

(๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ให้มีเลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการ

ปฏิบัติราชการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขึ้นตรงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ

จะให้มีรองเลขาธิการหรือผู้ช่วยเลขาธิการ หรือมีทั้งรองเลขาธิการและผู้ช่วยเลขาธิการ เป็นผู้บังคับ

บัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรองจากเลขาธิการก็ได้

รองเลขาธิการหรือผู้ช่วยเลขาธิการมีอำนาจหน้าที่ตามที่เลขาธิการกำหนดหรือ

มอบหมาย

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการในสำนักงาน

คณะกรรมการการเลือกตั้งให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการข้าราชการการเลือกตั้ง”

ประกอบด้วยประธานกรรมการเป็นประธาน กรรมการการเลือกตั้งสองคน ซึ่งคณะกรรมการมอบ

หมาย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสาขาการบริหารงานบุคคล สาขาการจัดการองค์การและสาขา

กฎหมาย ซึ่งคณะกรรมการเลือกขึ้นสาขาละหนึ่งคน และเลขาธิการเป็นกรรมการ

ให้เลขาธิการเป็นเลขานุการคณะกรรมการข้าราชการการเลือกตั้งและให้แต่งตั้ง

ข้าราชการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี และให้นำมาตรา ๑๑

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ให้นำมาตรา ๑๖ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งด้วย

โดยอนุโลม

ให้คณะกรรมการข้าราชการการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการตามกฎหมาย

ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการพลเรือนแทน ก.พ. และ

ให้มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับ ก.พ. ตลอดจนมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำการใด ๆ

แทน ยกเว้นการออกกฎ ก.พ. และการตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากการใช้บังคับ

กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ในการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวให้อำนาจหน้าที่

ของคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเจ้าสังกัด เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ และ

อำนาจหน้าที่ของ อ.ก.พ. กระทรวงหรือ อ.ก.พ. กรม เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการ

การเลือกตั้ง

ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย การที่นายกรัฐมนตรีจะสั่งหรือแต่งตั้งข้าราชการซึ่ง

สังกัดงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้ไปปฏิบัติราชการในกระทรวง ทบวง กรมอื่น ต้องได้รับ

ความเห็นชอบของคณะกรรมการ และต้องได้รับความยินยอมจากข้าราชการผู้นั้นด้วย

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ การแต่งตั้งเลขาธิการต้องได้รับความเห็นชอบของสภาผู้แทน

ราษฎรและวุฒิสภาตามลำดับ

การบรรจุให้บุคคลดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ขึ้นไป ในสำนักงานคณะกรรมการการ

เลือกตั้ง ให้เลขาธิการเป็นผู้สั่งบรรจุเมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการแล้ว

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ นอกจากการมอบอำนาจให้แก่อนุกรรมการแล้ว คณะกรรมการ

อาจมอบอำนาจในการบังคับบัญชาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และการดำเนินการทาง

วินัยบางกรณีให้แก่ประธานกรรมการก็ได้

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเกี่ยวกับการ

รักษาทะเบียนประวัติและการควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการการ

เลือกตั้ง

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของสำนักงานคณะกรรมการ

การเลือกตั้งอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติ อนุญาต หรือให้ความเห็นชอบของปลัดกระทรวงหรือ

รัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือคณะรัฐมนตรี ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ ให้คณะกรรมการเสนองบประมาณรายจ่ายของสำนักงานคณะ

กรรมการการเลือกตั้งต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาในการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ

รายจ่ายประจำปี หรือร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่คณะกรรมการไม่เห็นด้วยกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี

หรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของสำนักงบประมาณ คณะกรรมการมีสิทธิทักทวงโดยรายงานไป

ยังคณะรัฐมนตรีเพื่อวินิจฉัย

ผลการวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรีตามวรรคสองให้บันทึกไว้ในรายงานการเสนอ

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่ม

เติมต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และให้ประธานกรรมการหรือกรรมการการเลือกตั้งที่ประธาน

กรรมการมอบหมายและเลขาธิการมีสิทธิเข้าชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรืองบประมาณ

รายจ่ายเพิ่มเติมของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณารายงานประจำปีของคณะกรรมการ

การเลือกตั้งหรือในการติดตามดูแลโดยทั่วไป สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาอาจมีมติให้สำนักงาน

คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือคณะกรรมการชี้แจงเป็นหนังสือหรือมาชี้แจงด้วยวาจาหรือส่ง

เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการพิจารณารายงานประจำปีของคณะกรรมการหรือการปฏิบัติงานใด ๆ

ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือคณะกรรมการได้ และในกรณีมีเหตุอันควรจะมีข้อ

สังเกตเกี่ยวกับการปฏิบัติงานก็ได้

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งวัตถุ เอกสาร หรือพยานหลักฐานอื่น

ใดที่เรียกหรือสั่งให้ส่งตามมาตรา ๑๒ วรรคสามหรือมาตรา ๒๕ (๑) (๒) หรือ (๓) หรือไม่อำนวย

ความสะดวกในการเข้าไปตรวจในสถานที่ตามมาตรา ๒๕(๔) และ (๕) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน

หกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี และ

ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คัดเลือกผู้ซึ่งเหมาะสมได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง

ตามจำนวนที่กำหนดในมาตรา ๖ และเสนอรายชื่อต่อสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่ชักช้า แต่ทั้งนี้ต้องไม่

เกินสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ในกรณีที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระราชกฤษฎีกา

ยุบสภาผู้แทนราษฎรต้องกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ไว้ด้วยนั้น มิให้นำบท

บัญญัติมาตรา ๑๗ (๑) มาใช้บังคับ

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้ง

แล้ว ให้ประธานรัฐสภากำหนดวันเพื่อให้กรรมการการเลือกตั้งมาประชุมเป็นครั้งแรก การดำเนิน

การใด ๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่กระทำไปแล้วก่อนวันประชุมดังกล่าวให้เป็นอันใช้ได้ แต่การดำเนิน

การต่อไปให้อยู่ในการควบคุมดูแลของคณะกรรมการตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้

ในระยะเริ่มแรก ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีสถานที่และข้าราชการสังกัดสำนัก

งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจำนวนหนึ่ง เพื่อช่วยปฏิบัติหน้าที่

ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการเป็นการชั่วคราวได้ ตามความเหมาะสม

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ในกรณีที่มีการเลือกตั้งก่อนที่จะมีประกาศกำหนดเขตเลือกตั้งตาม

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ให้คณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดการแบ่งเขตการเลือกตั้งและจำนวนผู้มีสิทธิ

ได้รับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งตั้งคราวนั้นเป็นการเฉพาะได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรให้มีคณะกรรมการ

การเลือกตั้ง เพื่อดูแลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้บริสุทธิ์และยุติธรรม และเพื่อเป็นการ

ส่งเสริมและพัฒนาระบบการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรมเช่น

เดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมควรให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดูแลการเลือก

ตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราช

บัญญัตินี้

ภคินี/แก้ไข

๑๕/๓/๒๕๔๕

A+B (C)

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2540 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2485689b00bdd028

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com