มาตรา ๓๘ ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งวัตถุ เอกสาร หรือพยานหลักฐานอื่น
ใดที่เรียกหรือสั่งให้ส่งตามมาตรา ๑๒ วรรคสามหรือมาตรา ๒๕ (๑) (๒) หรือ (๓) หรือไม่อำนวย
ความสะดวกในการเข้าไปตรวจในสถานที่ตามมาตรา ๒๕(๔) และ (๕) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
หกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๓๙ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี และ
ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คัดเลือกผู้ซึ่งเหมาะสมได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง
ตามจำนวนที่กำหนดในมาตรา ๖ และเสนอรายชื่อต่อสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่ชักช้า แต่ทั้งนี้ต้องไม่
เกินสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๔๐ ในกรณีที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระราชกฤษฎีกา
ยุบสภาผู้แทนราษฎรต้องกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ไว้ด้วยนั้น มิให้นำบท
บัญญัติมาตรา ๑๗ (๑) มาใช้บังคับ
มาตรา ๔๑ เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้ง
แล้ว ให้ประธานรัฐสภากำหนดวันเพื่อให้กรรมการการเลือกตั้งมาประชุมเป็นครั้งแรก การดำเนิน
การใด ๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่กระทำไปแล้วก่อนวันประชุมดังกล่าวให้เป็นอันใช้ได้ แต่การดำเนิน
การต่อไปให้อยู่ในการควบคุมดูแลของคณะกรรมการตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
ในระยะเริ่มแรก ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีสถานที่และข้าราชการสังกัดสำนัก
งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจำนวนหนึ่ง เพื่อช่วยปฏิบัติหน้าที่
ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการเป็นการชั่วคราวได้ ตามความเหมาะสม
มาตรา ๔๒ ในกรณีที่มีการเลือกตั้งก่อนที่จะมีประกาศกำหนดเขตเลือกตั้งตาม
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).