法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. 2518

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

จัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา

พ.ศ. ๒๕๑๘

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ มกราคม

พ.ศ. ๒๕๑๘

เป็นปีที่ ๓๐

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา

พ.ศ. ๒๕๑๘”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

บรรดาบทกฎหมาย กฎ

และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ในพระราชบัญญัตินี้

“รัฐสภา” หมายความว่า

สภาซึ่งทำหน้าที่นิติบัญญัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

ในกรณีที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้มีสภานิติบัญญัติสภาเดียว ให้หมายถึงสภานั้น

“ประธานรัฐสภา” หมายความว่า

ประธานรัฐสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้มีสภานิติบัญญัติสภาเดียว

ให้หมายความถึงประธานแห่งสภานั้น

“รองประธานรัฐสภา” หมายความว่า

รองประธานรัฐสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

ในกรณีที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้มีสภานิติบัญญัติสภาเดียว

ให้หมายความถึงรองประธานแห่งสภานั้น

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้ประธานรัฐสภารักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

การจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้มีส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ดังนี้

(๑)

สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา

(๒)

ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

ส่วนราชการตาม

(๑) และ (๒) มีฐานะเทียบกรมและเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๗

มาตรา ๗

การจัดตั้ง การยุบ และการแบ่งส่วนราชการภายในของส่วนราชการตามมาตรา ๖

ให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ

การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

จะแบ่งเป็นฝ่าย กอง แผนก หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเทียบฝ่าย

กอง หรือแผนก

ตามที่คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภาจะพิจารณาเห็นสมควรก็ได้

ฝ่ายและส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเทียบฝ่ายจะมีกองหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบกองอยู่ในสังกัดก็ได้

และมีหัวหน้าส่วนราชการแล้วแต่จะเรียกชื่อเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการตามที่ได้กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้น

กองและส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเทียบกองจะมีแผนกอยู่ในสังกัดหรือไม่ก็ได้

และมีหัวหน้าส่วนราชการแล้วแต่จะเรียกชื่อเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการตามที่กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้น

แผนกและส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเทียบแผนก

มีหัวหน้าส่วนราชการแล้วแต่จะเรียกชื่อเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการตามที่กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้น

มาตรา ๘

มาตรา ๘

สำนักงานเลขาธิการรัฐสภามีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจำทั่วไปของรัฐสภา

และรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณของรัฐสภา

มีเลขาธิการรัฐสภาเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ ขึ้นตรงต่อประธานรัฐสภา

และจะให้มีรองเลขาธิการรัฐสภาเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและช่วยเลขาธิการรัฐสภาปฏิบัติราชการด้วยก็ได้

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ จะมีเลขาธิการ ผู้อำนวยการ

หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งเทียบเท่าเลขาธิการ เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการนั้น

ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะให้มีรองเลขาธิการ รองผู้อำนวยการ

หรือตำแหน่งรองของตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและช่วยปฏิบัติราชการด้วยก็ได้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

อำนาจบังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายรัฐสภาของข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองให้เป็นไปตามระเบียบที่ประธานรัฐสภากำหนด

ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

การปฏิบัติราชการแทนและการรักษาราชการแทน

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

การสั่งและการปฏิบัติราชการของรองประธานรัฐสภาในส่วนที่เกี่ยวกับราชการของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาให้เป็นไปตามที่ประธานรัฐสภามอบหมาย

อำนาจในการสั่ง

การอนุญาต การอนุมัติ

หรือการปฏิบัติราชการที่ประธานรัฐสภาจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ

ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้น

มิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น

ประธานรัฐสภาจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองประธานรัฐสภาปฏิบัติราชการแทนประธานรัฐสภาก็ได้

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ในกรณีที่ประธานรัฐสภาไม่อาจปฏิบัติราชการได้

ให้รองประธานรัฐสภาคนที่หนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ารองประธานรัฐสภาคนที่หนึ่งไม่สามารถปฏิบัติราชการได้

ให้รองประธานรัฐสภาคนต่อไปเป็นผู้รักษาราชการแทน

ผู้รักษาราชการแทนตามวรรคหนึ่ง

มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ในกรณีที่รัฐสภาสิ้นอายุหรือถูกยุบ

ให้ผู้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาอยู่ในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาใหม่แล้ว

จึงให้พ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

รองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา

๖ มีอำนาจหน้าที่ตามที่เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา

๖ แล้วแต่กรณี กำหนด

เลขาธิการรัฐสภา

หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ จะมอบหมายให้รองเลขาธิการรัฐสภาหรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา

๖ แล้วแต่กรณี ปฏิบัติราชการแทนก็ได้

อำนาจในการสั่ง

การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่เลขาธิการรัฐสภา

หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖

จะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ

ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้นมิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น

เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖

แล้วแต่กรณี จะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองเลขาธิการรัฐสภา

หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี

ปฏิบัติราชการแทนก็ได้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการรัฐสภา

หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่อตามมาตรา ๖

หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้รองเลขาธิการรัฐสภา

หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี เป็นผู้รักษาราชการแทน

ถ้ามีรองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖

แล้วแต่กรณี หลายคน ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งรองเลขาธิการรัฐสภา

หรือรองหัวหน้าส่วนราชที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี

คนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน

ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการรัฐสภาหรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา

๖ แล้วแต่กรณี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้

ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าส่วนราชการระดับกองคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทนเลขาธิการรัฐสภา

หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการรัฐสภา

หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี

หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ เลขาธิการรัฐสภา

หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี จะแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญในส่วนราชการนั้นซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าส่วนราชการระดับกองคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ในกรณีที่ไม่มีหัวหน้าส่วนราชการตามมาตรา ๗ วรรคสาม วรรคสี่ หรือวรรคห้า

หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ถ้ามีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการดังกล่าว

ก็ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรอง หรือผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการนั้นเป็นผู้รักษาราชการแทน

ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรอง หรือผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการดังกล่าว เลขาธิการรัฐสภา

หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี

จะแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญที่เห็นสมควรเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

ให้ผู้รักษาราชการแทนตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗

มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งใดหรือผู้รักษาราชการแทนผู้ดำรงตำแหน่งนั้น

มอบหมายหรือมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทน

ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งมอบหมายหรือมอบอำนาจ

ในกรณีที่มีกฎหมายอื่นแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการหรือให้มีอำนาจหน้าที่อย่างใด

ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนหรือผู้รักษาราชการแทน

ทำหน้าที่กรรมการหรือมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างที่ปฏิบัติราชการแทน

หรือรักษาราชการแทนด้วย แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

เลขาธิการรัฐสภามีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญเป็นสารวัตรรัฐสภา

รองสารวัตรรัฐสภา และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณของรัฐสภา

ให้สารวัตรรัฐสภาและรองสารวัตรรัฐสภาเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาและให้มีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาภายในบริเวณของรัฐสภา

ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

และให้มีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ภายในบริเวณของรัฐสภา

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ บรรดากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งใดที่ใช้บังคับแก่ข้าราชการพลเรือนหรือลูกจ้าง

ให้นำมาใช้บังคับแก่ข้าราชการฝ่ายรัฐสภาหรือลูกจ้างด้วยโดยอนุโลม

เว้นแต่จะมีกฎหมายหรือระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งของคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

บรรดาอำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการตามที่กฎหมาย

ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด กำหนดว่าเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี

ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาเฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของส่วนราชการฝ่ายรัฐสภา

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

บรรดาอำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการตามที่กฎหมาย

ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด กำหนดว่าเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี

รัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือปลัดกระทรวง

ให้เป็นอำนาจของประธานรัฐสภาเฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาและบรรดาอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา

ตามข้อ ๓๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช

๒๕๑๕ มาเป็นของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา หรือของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา

ตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ

ลูกจ้างและเงินงบประมาณของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่

๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๕

มาเป็นของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ให้คงใช้บังคับเป็นการแบ่งส่วนราชการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาได้ต่อไปจนกว่าจะได้มีกฎหมายแบ่งส่วนราชการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

สัญญา ธรรมศักดิ์

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ตามกฎหมายปัจจุบัน

ฝ่ายบริหารเป็นผู้จัดแบ่งส่วนราชการ และจัดงานธุรการให้แก่ฝ่ายนิติบัญญัติ

แต่โดยสภาพของการปฏิบัติราชการสมควรจะให้ฝ่ายนิติบัญญัติดำเนินการดังกล่าวเองเพราะจะทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถปรับปรุงส่วนราชการและระเบียบปฏิบัติราชการของฝ่ายนิติบัญญัติให้เหมาะสมและอำนวยความสะดวกให้แก่ราชการของฝ่ายนิติบัญญัติได้มากยิ่งขึ้น

จึงสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการฝ่ายนิติบัญญัติโดยเฉพาะ และเพื่อการนี้

จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

สุกัญญา/ผู้จัดทำ

๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

สุนันทา/ตรวจ

๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๙๒/ตอนที่ ๒๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๔๘/๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. 2518 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_278134c07b172748

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com