我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. 2518

法律・公布 1975-02-06・全 26 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ จัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นปีที่ ๓๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “รัฐสภา” หมายความว่า สภาซึ่งทำหน้าที่นิติบัญญัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้มีสภานิติบัญญัติสภาเดียว ให้หมายถึงสภานั้น “ประธานรัฐสภา” หมายความว่า ประธานรัฐสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้มีสภานิติบัญญัติสภาเดียว ให้หมายความถึงประธานแห่งสภานั้น “รองประธานรัฐสภา” หมายความว่า รองประธานรัฐสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้มีสภานิติบัญญัติสภาเดียว ให้หมายความถึงรองประธานแห่งสภานั้น

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ประธานรัฐสภารักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ การจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา

หมวด ๑

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้มีส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ดังนี้ (๑) สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา (๒) ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ส่วนราชการตาม (๑) และ (๒) มีฐานะเทียบกรมและเป็นนิติบุคคล

มาตรา ๗

มาตรา ๗ การจัดตั้ง การยุบ และการแบ่งส่วนราชการภายในของส่วนราชการตามมาตรา ๖ ให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น จะแบ่งเป็นฝ่าย กอง แผนก หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเทียบฝ่าย กอง หรือแผนก ตามที่คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภาจะพิจารณาเห็นสมควรก็ได้ ฝ่ายและส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเทียบฝ่ายจะมีกองหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบกองอยู่ในสังกัดก็ได้ และมีหัวหน้าส่วนราชการแล้วแต่จะเรียกชื่อเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการตามที่ได้กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้น ๆ กองและส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเทียบกองจะมีแผนกอยู่ในสังกัดหรือไม่ก็ได้ และมีหัวหน้าส่วนราชการแล้วแต่จะเรียกชื่อเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการตามที่กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้น ๆ แผนกและส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเทียบแผนก มีหัวหน้าส่วนราชการแล้วแต่จะเรียกชื่อเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการตามที่กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้น ๆ

มาตรา ๘

มาตรา ๘ สำนักงานเลขาธิการรัฐสภามีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจำทั่วไปของรัฐสภา และรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณของรัฐสภา มีเลขาธิการรัฐสภาเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ ขึ้นตรงต่อประธานรัฐสภา และจะให้มีรองเลขาธิการรัฐสภาเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและช่วยเลขาธิการรัฐสภาปฏิบัติราชการด้วยก็ได้

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ จะมีเลขาธิการ ผู้อำนวยการ หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งเทียบเท่าเลขาธิการ เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการนั้น ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะให้มีรองเลขาธิการ รองผู้อำนวยการ หรือตำแหน่งรองของตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและช่วยปฏิบัติราชการด้วยก็ได้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ อำนาจบังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายรัฐสภาของข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองให้เป็นไปตามระเบียบที่ประธานรัฐสภากำหนด ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา การปฏิบัติราชการแทนและการรักษาราชการแทน

หมวด ๒

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ การสั่งและการปฏิบัติราชการของรองประธานรัฐสภาในส่วนที่เกี่ยวกับราชการของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาให้เป็นไปตามที่ประธานรัฐสภามอบหมาย อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่ประธานรัฐสภาจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้น มิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น ประธานรัฐสภาจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองประธานรัฐสภาปฏิบัติราชการแทนประธานรัฐสภาก็ได้

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ในกรณีที่ประธานรัฐสภาไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองประธานรัฐสภาคนที่หนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ารองประธานรัฐสภาคนที่หนึ่งไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ให้รองประธานรัฐสภาคนต่อไปเป็นผู้รักษาราชการแทน ผู้รักษาราชการแทนตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ในกรณีที่รัฐสภาสิ้นอายุหรือถูกยุบ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาอยู่ในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาใหม่แล้ว จึงให้พ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ รองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ มีอำนาจหน้าที่ตามที่เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี กำหนด เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ จะมอบหมายให้รองเลขาธิการรัฐสภาหรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี ปฏิบัติราชการแทนก็ได้ อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ จะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้นมิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี จะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี ปฏิบัติราชการแทนก็ได้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่อตามมาตรา ๖ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้รองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี เป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี หลายคน ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งรองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี คนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการรัฐสภาหรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าส่วนราชการระดับกองคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทนเลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี จะแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญในส่วนราชการนั้นซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าส่วนราชการระดับกองคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ในกรณีที่ไม่มีหัวหน้าส่วนราชการตามมาตรา ๗ วรรคสาม วรรคสี่ หรือวรรคห้า หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ถ้ามีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการดังกล่าว ก็ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรอง หรือผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการนั้นเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรอง หรือผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการดังกล่าว เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี จะแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญที่เห็นสมควรเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ให้ผู้รักษาราชการแทนตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งใดหรือผู้รักษาราชการแทนผู้ดำรงตำแหน่งนั้น มอบหมายหรือมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทน ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งมอบหมายหรือมอบอำนาจ ในกรณีที่มีกฎหมายอื่นแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการหรือให้มีอำนาจหน้าที่อย่างใด ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนหรือผู้รักษาราชการแทน ทำหน้าที่กรรมการหรือมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างที่ปฏิบัติราชการแทน หรือรักษาราชการแทนด้วย แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ เลขาธิการรัฐสภามีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญเป็นสารวัตรรัฐสภา รองสารวัตรรัฐสภา และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณของรัฐสภา ให้สารวัตรรัฐสภาและรองสารวัตรรัฐสภาเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาและให้มีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาภายในบริเวณของรัฐสภา ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และให้มีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภายในบริเวณของรัฐสภา บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ บรรดากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใดที่ใช้บังคับแก่ข้าราชการพลเรือนหรือลูกจ้าง ให้นำมาใช้บังคับแก่ข้าราชการฝ่ายรัฐสภาหรือลูกจ้างด้วยโดยอนุโลม เว้นแต่จะมีกฎหมายหรือระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ บรรดาอำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการตามที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด กำหนดว่าเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาเฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของส่วนราชการฝ่ายรัฐสภา

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ บรรดาอำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการตามที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด กำหนดว่าเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือปลัดกระทรวง ให้เป็นอำนาจของประธานรัฐสภาเฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาและบรรดาอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา ตามข้อ ๓๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ มาเป็นของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา หรือของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา ตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้างและเงินงบประมาณของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ มาเป็นของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงใช้บังคับเป็นการแบ่งส่วนราชการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาได้ต่อไปจนกว่าจะได้มีกฎหมายแบ่งส่วนราชการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ สัญญา ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ตามกฎหมายปัจจุบัน ฝ่ายบริหารเป็นผู้จัดแบ่งส่วนราชการ และจัดงานธุรการให้แก่ฝ่ายนิติบัญญัติ แต่โดยสภาพของการปฏิบัติราชการสมควรจะให้ฝ่ายนิติบัญญัติดำเนินการดังกล่าวเองเพราะจะทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถปรับปรุงส่วนราชการและระเบียบปฏิบัติราชการของฝ่ายนิติบัญญัติให้เหมาะสมและอำนวยความสะดวกให้แก่ราชการของฝ่ายนิติบัญญัติได้มากยิ่งขึ้น จึงสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการฝ่ายนิติบัญญัติโดยเฉพาะ และเพื่อการนี้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น สุกัญญา/ผู้จัดทำ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ สุนันทา/ตรวจ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๒/ตอนที่ ๒๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๔๘/๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查