我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติจัดระเบียบปฏิบัติราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. 2518 หมวด ๒

มาตรา ๑๑–มาตรา ๒๕共 15 條

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ การสั่งและการปฏิบัติราชการของรองประธานรัฐสภาในส่วนที่เกี่ยวกับราชการของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาให้เป็นไปตามที่ประธานรัฐสภามอบหมาย อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่ประธานรัฐสภาจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้น มิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น ประธานรัฐสภาจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองประธานรัฐสภาปฏิบัติราชการแทนประธานรัฐสภาก็ได้

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ในกรณีที่ประธานรัฐสภาไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองประธานรัฐสภาคนที่หนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ารองประธานรัฐสภาคนที่หนึ่งไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ให้รองประธานรัฐสภาคนต่อไปเป็นผู้รักษาราชการแทน ผู้รักษาราชการแทนตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ในกรณีที่รัฐสภาสิ้นอายุหรือถูกยุบ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาอยู่ในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานรัฐสภาและรองประธานรัฐสภาใหม่แล้ว จึงให้พ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ รองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ มีอำนาจหน้าที่ตามที่เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี กำหนด เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ จะมอบหมายให้รองเลขาธิการรัฐสภาหรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี ปฏิบัติราชการแทนก็ได้ อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ จะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด ถ้ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งนั้นมิได้กำหนดเรื่องการมอบอำนาจไว้เป็นอย่างอื่น เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี จะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี ปฏิบัติราชการแทนก็ได้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่อตามมาตรา ๖ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ให้รองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี เป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี หลายคน ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งรองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี คนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการรัฐสภาหรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าส่วนราชการระดับกองคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทนเลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการรัฐสภา หรือรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี จะแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญในส่วนราชการนั้นซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าส่วนราชการระดับกองคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ในกรณีที่ไม่มีหัวหน้าส่วนราชการตามมาตรา ๗ วรรคสาม วรรคสี่ หรือวรรคห้า หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ถ้ามีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการดังกล่าว ก็ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรอง หรือผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการนั้นเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรอง หรือผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการดังกล่าว เลขาธิการรัฐสภา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๖ แล้วแต่กรณี จะแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญที่เห็นสมควรเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ให้ผู้รักษาราชการแทนตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งใดหรือผู้รักษาราชการแทนผู้ดำรงตำแหน่งนั้น มอบหมายหรือมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทน ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งมอบหมายหรือมอบอำนาจ ในกรณีที่มีกฎหมายอื่นแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการหรือให้มีอำนาจหน้าที่อย่างใด ให้ผู้ปฏิบัติราชการแทนหรือผู้รักษาราชการแทน ทำหน้าที่กรรมการหรือมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างที่ปฏิบัติราชการแทน หรือรักษาราชการแทนด้วย แล้วแต่กรณี

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ เลขาธิการรัฐสภามีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการรัฐสภาสามัญเป็นสารวัตรรัฐสภา รองสารวัตรรัฐสภา และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณของรัฐสภา ให้สารวัตรรัฐสภาและรองสารวัตรรัฐสภาเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาและให้มีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาภายในบริเวณของรัฐสภา ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และให้มีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภายในบริเวณของรัฐสภา บทเฉพาะกาล

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ บรรดากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใดที่ใช้บังคับแก่ข้าราชการพลเรือนหรือลูกจ้าง ให้นำมาใช้บังคับแก่ข้าราชการฝ่ายรัฐสภาหรือลูกจ้างด้วยโดยอนุโลม เว้นแต่จะมีกฎหมายหรือระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ บรรดาอำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการตามที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด กำหนดว่าเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาเฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของส่วนราชการฝ่ายรัฐสภา

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ บรรดาอำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการตามที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด กำหนดว่าเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือปลัดกระทรวง ให้เป็นอำนาจของประธานรัฐสภาเฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของส่วนราชการสังกัดรัฐสภา

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาและบรรดาอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา ตามข้อ ๓๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ มาเป็นของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา หรือของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา ตามพระราชบัญญัตินี้ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้างและเงินงบประมาณของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ มาเป็นของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงใช้บังคับเป็นการแบ่งส่วนราชการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาได้ต่อไปจนกว่าจะได้มีกฎหมายแบ่งส่วนราชการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ สัญญา ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ตามกฎหมายปัจจุบัน ฝ่ายบริหารเป็นผู้จัดแบ่งส่วนราชการ และจัดงานธุรการให้แก่ฝ่ายนิติบัญญัติ แต่โดยสภาพของการปฏิบัติราชการสมควรจะให้ฝ่ายนิติบัญญัติดำเนินการดังกล่าวเองเพราะจะทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถปรับปรุงส่วนราชการและระเบียบปฏิบัติราชการของฝ่ายนิติบัญญัติให้เหมาะสมและอำนวยความสะดวกให้แก่ราชการของฝ่ายนิติบัญญัติได้มากยิ่งขึ้น จึงสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการฝ่ายนิติบัญญัติโดยเฉพาะ และเพื่อการนี้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น สุกัญญา/ผู้จัดทำ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ สุนันทา/ตรวจ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๒/ตอนที่ ๒๗/ฉบับพิเศษ หน้า ๔๘/๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).