กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
การขออนุญาต
การอนุญาต การค้า และการพักใช้
หรือเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้างาช้าง
พ.ศ. ๒๕๕๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
การขออนุญาตและการอนุญาตให้ค้างาช้าง
ข้อ ๑ ผู้ใดประสงค์จะค้างาช้าง
ให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขออนุญาต
ข้อ ๒ การยื่นคำขออนุญาตตามข้อ ๑ ให้ยื่น ณ
ท้องที่ที่ประสงค์จะค้างาช้างดังต่อไปนี้
(๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช
(๒) ในท้องที่จังหวัดอื่น
ให้ยื่นที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์แห่งท้องที่นั้น
(๓)
สถานที่และวิธีการอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
ข้อ ๓ เมื่อได้รับคำขออนุญาตแล้ว
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขออนุญาตและเอกสารและหลักฐานต่าง
ๆ หากไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
ให้แจ้งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตแก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาตหรือจัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด
ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขออนุญาตหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้ถือว่าคำขออนุญาตนั้นเป็นอันยกเลิกนับแต่วันที่พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว
และให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตทราบ
ข้อ ๔ ในกรณีที่คำขออนุญาตและเอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับคำขออนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขออนุญาต
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาของอธิบดีไปยังผู้ยื่นคำขออนุญาตภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขออนุญาตและเอกสารและหลักฐานถูกต้องและครบถ้วน
ข้อ ๕ การพิจารณาอนุญาตให้ค้างาช้าง
ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร
(๒) สถานที่ที่ใช้ค้างาช้างต้องอยู่ในราชอาณาจักร
และมีสภาพเหมาะสมในการทำการค้างาช้างและต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง
(๓) ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องมีสิทธิในการใช้สถานที่ที่ใช้ค้างาช้าง
(๔)
ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
(๕)
ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
ในกรณีที่ผู้ประสงค์จะขออนุญาตค้างาช้างเป็นนิติบุคคล
ให้นำหลักเกณฑ์ตาม (๑) (๔) และ (๕) มาใช้กับผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลนั้น ๆ
ด้วย
ข้อ ๖ ใบอนุญาตให้ค้างาช้างให้เป็นตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ใบอนุญาตให้ค้างาช้างให้ใช้ได้เฉพาะตัวผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้าง
และให้ถือว่าใบอนุญาตสิ้นสุดลงเมื่อผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างถึงแก่ความตาย
หรือสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องแสดงใบอนุญาตหรือใบแทนใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผย
ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตให้ค้างาช้างนั้น
ข้อ ๗ ในกรณีที่อธิบดีออกใบอนุญาตให้ค้างาช้างให้แก่ผู้ยื่นคำขออนุญาต
ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
แจ้งข้อมูลการออกใบอนุญาตให้ค้างาช้างต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำกับดูแลการรับจดทะเบียนพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ต่อไป
การค้างาช้าง
ข้อ ๘ งาช้างที่ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างจะทำการค้าได้
ต้องเป็นงาช้างที่มาจากช้างตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ
และได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยงาช้างแล้วเท่านั้น
ข้อ ๙ ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องจัดทำบัญชีการได้มาซึ่งงาช้างที่จะทำการค้า
พร้อมแสดงหลักฐานการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งงาช้าง ยื่นต่อกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ณ สถานที่ตามข้อ ๒ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของงาช้างดังกล่าวก่อนจึงจะดำเนินการค้างาช้างนั้นได้
ในกรณีที่ได้งาช้างในการค้ามาเพิ่มเติมจากที่แจ้งไว้ตามวรรคหนึ่ง
ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องจัดทำบัญชีการได้มาซึ่งงาช้าง
พร้อมแสดงหลักฐานการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งงาช้าง และจัดส่งสำเนาบัญชีพร้อมสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลงบัญชีต่อกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ณ สถานที่ตามข้อ ๒
เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของงาช้างดังกล่าวก่อนจึงจะดำเนินการค้างาช้างนั้นได้
ในกรณีที่มีการแปรสภาพหรือเปลี่ยนรูปร่างงาช้าง ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องจัดทำบัญชีการแปรสภาพหรือการเปลี่ยนรูปร่างงาช้าง
และจัดส่งสำเนาบัญชีพร้อมสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลงบัญชีให้กรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของการแปรสภาพหรือการเปลี่ยนรูปร่างงาช้างดังกล่าวก่อนจึงจะดำเนินการค้างาช้างนั้นได้
ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องจัดทำบัญชีการค้างาช้าง
โดยต้องลงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันจนถึงวันสิ้นเดือนนั้น ๆ
และให้จัดส่งสำเนาบัญชีดังกล่าวพร้อมสำเนาเอกสารประกอบการลงบัญชีให้กรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ณ สถานที่ตามข้อ ๒ ภายในวันที่สิบของเดือนถัดไป
เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องในการค้างาช้างของตน
แบบและวิธีการจัดทำบัญชีการได้มาซึ่งงาช้าง
บัญชีการแปรสภาพหรือการเปลี่ยนรูปร่างงาช้าง และบัญชีการค้างาช้าง ตามวรรคหนึ่ง
วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่างาช้างใดที่อยู่ในความครอบครองของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้าง
มิใช่งาช้างตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ ให้รายงานต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาออกคำสั่งให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างนำเอกสารหรือหลักฐานมาพิสูจน์ได้
ข้อ ๑๑ ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องเก็บรักษาบัญชีต่าง
ๆ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลงบัญชีไว้ ณ
สถานที่ค้างาช้างนั้นเป็นระยะเวลาอย่างน้อยสองปี
นับแต่วันที่ยื่นหรือจัดส่งสำเนาบัญชีดังกล่าวต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช และต้องสามารถนำมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อทำการตรวจสอบได้
ข้อ ๑๒ เมื่อผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างจำหน่ายงาช้างให้แก่ผู้ใด
ให้ออกหนังสือกำกับการค้างาช้างตามแบบและวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้แก่ผู้ซื้อเพื่อเป็นหลักฐานการได้มาซึ่งงาช้างและนำไปดำเนินการแจ้งการครอบครองตามกฎหมายว่าด้วยงาช้างต่อไป
ข้อ ๑๓ ในกรณีที่งาช้างที่จะทำการค้าชิ้นใดยังไม่มีเครื่องหมายประจำตัวงาช้าง
ให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างดำเนินการจัดทำเครื่องหมายประจำตัวงาช้างนั้นตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๔ โดยต้องแจ้งวิธีการ รูปแบบ
พร้อมจัดส่งตัวอย่างเครื่องหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ
ในกรณีที่เครื่องหมายประจำตัวงาช้างสูญหาย ถูกทำลาย
หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
และให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างจัดทำเครื่องหมายประจำตัวงาช้างใหม่แทนเครื่องหมายเดิมตามวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อ
๑๔
ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างประสงค์จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำเครื่องหมายประจำตัวงาช้างในความครอบครองของตน
ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการได้
โดยผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดังกล่าว
ข้อ ๑๔ การจัดทำเครื่องหมายประจำตัวงาช้าง
ให้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้
(๑) ติดสติกเกอร์ หรือตอกรหัสหมายเลข พร้อมจัดทำบันทึกแสดงรายละเอียดลักษณะ
ขนาด และน้ำหนักของงาช้าง
(๒) กรณีที่ไม่สามารถใช้วิธีทำเครื่องหมายตาม (๑) ได้
ให้ใช้วิธีถ่ายภาพ หรือวิธีการอื่นใดที่เหมาะสม
พร้อมจัดทำบันทึกแสดงรายละเอียดลักษณะ ขนาด และน้ำหนักของงาช้าง
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างประสงค์จะย้ายสถานที่ค้างาช้าง
ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี ณ สถานที่ตามข้อ ๒
ตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอย้ายสถานที่ค้างาช้าง
และเมื่ออธิบดีให้ความเห็นชอบจึงจะดำเนินการย้ายสถานที่ค้างาช้างได้
เมื่อได้รับคำขอแจ้งความประสงค์จะย้ายสถานที่ค้างาช้างตามวรรคหนึ่ง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจำนวนและความถูกต้องของงาช้าง
และตรวจสอบความเหมาะสมของสถานที่ที่ประสงค์จะย้ายไปค้างาช้างแห่งใหม่
แล้วรายงานต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการย้ายสถานที่ค้างาช้างนั้น และทำหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างตามวรรคหนึ่งทราบต่อไป
ในกรณีที่อธิบดีให้ความเห็นชอบการย้ายสถานที่ค้างาช้างตามวรรคสอง
ให้อธิบดีแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ค้างาช้างในใบอนุญาตให้ค้างาช้างหรือเอกสารสำคัญอื่นที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องตรงกับที่ได้ให้ความเห็นชอบด้วย
ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
แจ้งข้อมูลการย้ายสถานที่ค้างาช้างของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำกับดูแลการเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ต่อไป
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างประสงค์จะเลิกทำการค้างาช้าง
ให้แจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดี ณ สถานที่ตามข้อ ๒
ตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
โดยต้องดำเนินการสรุปปิดยอดบัญชีงาช้างในกิจการของตนแนบมาพร้อมกับหนังสือดังกล่าว
และให้นำใบอนุญาตให้ค้างาช้างส่งคืนต่ออธิบดีเพื่อประทับตรายกเลิกใบอนุญาตดังกล่าวต่อไป
เมื่อได้รับหนังสือแจ้งตามวรรคหนึ่ง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีและงาช้างที่ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างมีไว้เพื่อการค้า
เพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
เมื่อแจ้งเลิกทำการค้างาช้างต่ออธิบดีแล้ว
ผู้แจ้งเลิกทำการค้างาช้างสามารถครอบครองงาช้างนั้นต่อไปได้
แต่ไม่สามารถทำการค้างาช้างได้
และต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการครอบครองงาช้างให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยงาช้างต่อไป
ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แจ้งข้อมูลการเลิกทำการค้างาช้างของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำกับดูแลการเลิกประกอบพาณิชยกิจตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ต่อไป
ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ใบอนุญาตให้ค้างาช้างสูญหาย
ถูกทำลาย หรือชำรุดเสียหายในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างนั้นยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตต่ออธิบดี
ณ สถานที่ตามข้อ ๒ ตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอรับใบแทนใบอนุญาต
การออกใบแทนใบอนุญาต ให้ใช้แบบใบอนุญาตเดิม และระบุคำว่า ใบแทน หรือใช้ข้อความอื่นใดทำนองเดียวกันไว้ที่กึ่งกลางส่วนบนด้านหน้าของใบอนุญาต
การพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้างาช้าง
ข้อ ๑๘ เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยงาช้าง
หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตให้ค้างาช้าง
หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตามกฎหมายว่าด้วยงาช้าง
ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้ค้างาช้างนั้นได้
โดยมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินครั้งละเก้าสิบวัน
ข้อ ๑๙ ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะทำการค้างาช้างในระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่ได้
ข้อ ๒๐ ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้างาช้างได้
ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑)
ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างทำการค้างาช้างในระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(๒) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตมาแล้วสองครั้ง
และมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยงาช้างซ้ำในเรื่องเดียวกับที่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก
(๓)
ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างนำงาช้างอื่นใดที่ไม่ใช่งาช้างที่ได้มาจากช้างตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะมาทำการค้า
(๔) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยงาช้าง
กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยศุลกากร
หรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า
เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการนำเข้าหรือส่งออกซึ่งงาช้างหรือสัตว์ป่าและศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดดังกล่าว
(๕)
ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่เริ่มทำการค้างาช้างภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต
(๖)
ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังว่าผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างหรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร
หรือสถานที่ที่ใช้ค้างาช้างของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่ได้อยู่ในราชอาณาจักร
หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่มีสิทธิในการใช้สถานที่ที่ใช้ค้างาช้าง
เบ็ดเตล็ด
ข้อ ๒๑ การทำคำสั่งทางปกครองและการแจ้งคำสั่งทางปกครองตามกฎกระทรวงนี้
ให้ปฏิบัติตามบทบัญญัติหมวด ๒ คำสั่งทางปกครอง
ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๒ ผู้ค้างาช้างผู้ใดได้ยื่นคำขออนุญาตค้างาช้างตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการค้างาช้าง พ.ศ.
๒๕๕๘ และได้จัดทำบัญชีการได้มาซึ่งงาช้าง
และบัญชีการแปรสภาพหรือการเปลี่ยนรูปร่างงาช้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประกาศดังกล่าวยื่นต่อกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้ว ต่อมาได้รับใบอนุญาตให้ค้างาช้างตามกฎกระทรวงนี้
ผู้นั้นไม่ต้องจัดทำบัญชีการได้มาซึ่งงาช้าง
และบัญชีการแปรสภาพหรือการเปลี่ยนรูปร่างงาช้างยื่นต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้อีก
เว้นแต่ได้งาช้างที่จะทำการค้ามาเพิ่มเติม
หรือมีการแปรสภาพหรือเปลี่ยนรูปร่างงาช้างเพิ่มเติมจากที่ได้เคยยื่นต่อกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ข้อ ๒๓ ผู้ค้างาช้างผู้ใดได้ยื่นคำขออนุญาตค้างาช้างตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการค้างาช้าง พ.ศ.
๒๕๕๘ และต่อมาได้รับใบอนุญาตให้ค้างาช้างตามกฎกระทรวงนี้
ผู้ค้างาช้างผู้นั้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการค้างาช้างตามที่กำหนดไว้ในประกาศดังกล่าวอีกต่อไป
โดยให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการค้างาช้างตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้แทน
ให้ไว้
ณ วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘
พลเอก
ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔
แห่งพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติให้การขออนุญาต การอนุญาต การค้า
และการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้างาช้างเป็นไปตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๔ พฤษภาคม
๒๕๕๘
ปุณิกา/ผู้ตรวจ
๒๐ พฤษภาคม
๒๕๕๘
วิชพงษ์/ผู้ตรวจ
๒๑ พฤษภาคม
๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๓๙ ก/หน้า ๑๔/๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).