ข้อ ๑๘ เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยงาช้าง
หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตให้ค้างาช้าง
หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งสั่งตามกฎหมายว่าด้วยงาช้าง
ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้ค้างาช้างนั้นได้
โดยมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินครั้งละเก้าสิบวัน
ข้อ ๑๙ ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตจะทำการค้างาช้างในระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่ได้
ข้อ ๒๐ ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้างาช้างได้
ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑)
ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างทำการค้างาช้างในระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต
(๒) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตมาแล้วสองครั้ง
และมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยงาช้างซ้ำในเรื่องเดียวกับที่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตอีก
(๓)
ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างนำงาช้างอื่นใดที่ไม่ใช่งาช้างที่ได้มาจากช้างตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะมาทำการค้า
(๔) ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยงาช้าง
กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยศุลกากร
หรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า
เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการนำเข้าหรือส่งออกซึ่งงาช้างหรือสัตว์ป่าและศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดดังกล่าว
(๕)
ผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่เริ่มทำการค้างาช้างภายในเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต
(๖)
ปรากฏข้อเท็จจริงภายหลังว่าผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างหรือผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักร
หรือสถานที่ที่ใช้ค้างาช้างของผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่ได้อยู่ในราชอาณาจักร
หรือผู้ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างไม่มีสิทธิในการใช้สถานที่ที่ใช้ค้างาช้าง
เบ็ดเตล็ด