我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2521

法律・公布 1978-05-31・全 102 條

附則

อารัมภบท附則

พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นปีที่ ๓๓ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ ยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑附則

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑”

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.๒๕๒๑/๕๙/๑พ/๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๑]

มาตรา ๓附則

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๔๙๗ (๒) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๐ (๓) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ (๔) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ (๕) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๐๙ (๖) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๐ (๗) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๑๒ (๘) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๕๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ (๙) พระราชบัญญัติยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๙ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๑๕ (๑๐) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๗ (๑๑) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๑๙ (๑๒) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๒๐ บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราช บัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน บททั่วไป

ลักษณะ ๑

มาตรา ๔附則

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “ข้าราชการฝ่ายตุลาการ” หมายความว่า ข้าราชการซึ่งรับราชการโดยได้รับ เงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในกระทรวงยุติธรรม “ก.ต.” หมายความว่า คณะกรรมการตุลาการ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ ข้าราชการฝ่ายตุลาการได้แก่ (๑) ข้าราชการตุลาการ คือ ข้าราชการผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี รวมตลอดถึงผู้ช่วยผู้พิพากษาและข้าราชการผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๑๔ วรรคสอง (๒) ดะโต๊ะยุติธรรม คือ ข้าราชการซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจและหน้าที่ ในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลาม (๓) ข้าราชการธุรการ คือ ข้าราชการผู้มีหน้าที่ในทางธุรการ

มาตรา ๖附則

มาตรา ๖* อัตราเงินเดือน อัตราเงินประจำตำแหน่งและการรับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง สำหรับข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อเทียบกับ ตำแหน่งใดก็ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามตำแหน่งนั้น อัตราเงินเดือนและอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการธุรการ ให้เป็นไปตาม กฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งที่กำหนดไว้สำหรับข้าราชการพลเรือน เว้นแต่ ข้าราชการซึ่งโอนมาจากข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๒๓ ให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งตามอัตราตามชั้นที่ได้รับอยู่ก่อนโอน โดยให้เลื่อนขั้นเงินเดือนและได้รับเงินประจำตำแหน่งได้จนถึงชั้น ๗ สำหรับตำแหน่งปลัดกระทรวง ถึงชั้น ๖ สำหรับตำแหน่งรองปลัดกระทรวง อธิบดี หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า และถึงชั้น ๕ สำหรับตำแหน่งรองอธิบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า ทั้งนี้ ตามบัญชีอัตราเงินเดือนและบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งการปรับอัตราเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการธุรการซึ่งโอนมาจากข้าราชการตุลาการดังกล่าวนั้น ให้เป็นไปตามที่ ก.ต.กำหนด และให้นำความในมาตรา ๑๕ วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม *[มาตรา ๖ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๘]

มาตรา ๖附則

มาตรา ๖ ทวิ* ให้ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรม ให้เข้าชั้นและขั้นเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ หมายเลข ๑ และบัญชี อัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม หมายเลข ๑ ย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๕ โดยให้ เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดแต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของชั้นที่ข้าราชการตุลาการ และดะโต๊ะยุติธรรมผู้นั้นดำรงอยู่ การปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมให้มีผล เป็นการปรับขั้นเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมที่ได้รับอยู่ตามไปด้วย *[มาตรา ๖ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๖ และความในวรรคสองเดิมยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๘]

มาตรา ๗附則

มาตรา ๗ เพื่อประโยชน์ในการออมทรัพย์ของข้าราชการฝ่ายตุลาการ คณะรัฐมนตรีจะวางระเบียบและวิธีการให้กระทรวงการคลังหักเงินเดือนของข้าราชการฝ่าย ตุลาการไว้เป็นเงินสะสมก็ได้ โดยคิดดอกเบี้ยจากเงินสะสมนั้นให้ในอัตราไม่ต่ำกว่าอัตรา ดอกเบี้ยเงินฝากประเภทประจำของธนาคารพาณิชย์ เงินสะสมและดอกเบี้ยนี้ให้จ่ายคืนหรือให้กู้ยืมเพื่อดำเนินการตามโครงการ สวัสดิการสำหรับข้าราชการฝ่ายตุลาการตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๘附則

มาตรา ๘ ข้าราชการฝ่ายตุลาการอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะ เศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ในกรณีมีเหตุที่จะต้องจัดให้มีหรือปรับปรุงเงินเพิ่มค่าครองชีพตามวรรคหนึ่ง หรือปรับขั้นเงินเดือนตามมาตรา ๖ วรรคสี่ ให้รัฐมนตรีรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ดำเนินการต่อไป

มาตรา ๙附則

มาตรา ๙ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๔๔ การโอนข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง ข้าราชการวิสามัญ หรือข้าราชการซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือการโอนพนักงานเทศบาลที่ไม่ใช่พนักงานเทศบาลวิสามัญมาบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการหรือดะโต๊ะยุติธรรม อาจทำได้ถ้าเจ้าตัวสมัครใจโดยกระทรวงยุติธรรมทำความตกลงกับเจ้าสังกัด เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการ ให้ถือเวลาราชการหรือเวลาทำงานของ ผู้ที่โอนมาตามวรรคหนึ่ง ในขณะที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานเทศบาลนั้นเป็นเวลาราชการของ ข้าราชการตุลาการหรือดะโต๊ะยุติธรรมตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าการโอนนั้นจะได้ กระทำก่อนหรือหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๐附則

มาตรา ๑๐ บำเหน็จบำนาญของข้าราชการฝ่ายตุลาการให้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยการนั้น ข้าราชการฝ่ายตุลาการผู้ใดถึงแก่ความตายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาเลื่อนเงินเดือนให้ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณ บำเหน็จบำนาญก็ได้

มาตรา ๑๑附則

มาตรา ๑๑ เครื่องแบบของข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมและระเบียบ การแต่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๑๒附則

มาตรา ๑๒ วันเวลาทำงาน วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดประจำปี และ การลาหยุดราชการของข้าราชการฝ่ายตุลาการ ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๑๓附則

มาตรา ๑๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจกำหนดค่าธรรมเนียมการสอบเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการฝ่ายตุลาการ และออก กฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ ข้าราชการตุลาการ การบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนชั้นและขั้นเงินเดือน

ลักษณะ ๒
หมวด ๑

มาตรา ๑๔附則

มาตรา ๑๔* ตำแหน่งข้าราชการตุลาการมีดังนี้ ประธานศาลฎีกาอธิบดีผู้พิพากษา ศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาคผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองอธิบดี ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ผู้พิพากษาศาลแพ่งผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาศาลจังหวัด ผู้พิพากษา และผู้ช่วยผู้พิพากษา นอกจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่เรียกชื่อ อย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงได้ ตำแหน่งดังกล่าวจะเทียบกับตำแหน่งใดตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั้นด้วย กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน *[วรรคหนึ่งของมาตรา ๑๔ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๖]

มาตรา ๑๕附則

มาตรา ๑๕* ข้าราชการตุลาการให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ประธานศาลฎีกา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๙ (๒) อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกา และอธิบดีผู้พิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๘ (๓) ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค และอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๗ (๔) ผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค ให้ได้รับ เงินเดือนชั้น ๖ (๕) รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๕-๖ (๖) ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ผู้พิพากษาศาลแพ่ง และผู้พิพากษาศาลอาญา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๔-๕ (๗) ผู้พิพากษาศาลจังหวัดและผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๒-๓ (๘) ผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๑ สำหรับข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อเทียบกับ ตำแหน่งใดก็ให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งนั้น ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการได้เลื่อนขึ้นรับเงินเดือนในชั้นสูงขึ้น ให้ได้รับ เงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้น แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้น ก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นของชั้นที่เลื่อนขึ้นซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ ในกรณีที่ เงินเดือนในขั้นของชั้นที่เลื่อนขึ้นไม่มีจำนวนที่เท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ ก็ให้ได้รับเงินเดือน ในขั้นซึ่งมีจำนวนสูงกว่าเงินเดือนที่ได้รับอยู่น้อยที่สุด *[มาตรา ๑๕ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๖]

มาตรา ๑๖附則

มาตรา ๑๖ [ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๖]

มาตรา ๑๗附則

มาตรา ๑๗ การบรรจุข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย ผู้พิพากษา ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยวิธีการสอบคัดเลือกตามความในหมวด ๒ แห่งลักษณะนี้ แต่ถ้าผู้ใด (๑) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศโดยมี หลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่ง ก.ต. เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (๒) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ โดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปีหรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี ซึ่ง ก.ต. เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่ง เนติบัณฑิตยสภา และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๑) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (๓) เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิต และสอบไล่ได้ชั้นเกียรตินิยมตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๑) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือ (๔) สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางกฎหมายในประเทศไทยและ สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และได้ประกอบ วิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๑) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี เมื่อ ก.ต. พิจารณาเห็นว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๗ (๒) ถึง (๑๒) และได้ทำการทดสอบความรู้ในวิชากฎหมายแล้วเห็นสมควรที่จะให้เข้ารับราชการก็ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและอัตราส่วนของจำนวนผู้สอบคัดเลือกได้ ตามที่ ก.ต.กำหนด

มาตรา ๑๘附則

มาตรา ๑๘ ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาจะต้องเป็นผู้ดำรง ตำแหน่งผู้ช่วยพิพากษาและได้รับการอบรมจากกระทรวงยุติธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ผลของการอบรมเป็นที่พอใจของกระทรวงยุติธรรมว่าเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และความประพฤติเหมาะสมที่จะเป็นผู้พิพากษา ผู้ช่วยผู้พิพากษาผู้ใดเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษามาแล้วเป็นเวลาสองปี และผลของการ อบรมยังไม่เป็นที่พอใจของกระทรวงยุติธรรมดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ ออกจากราชการ ในปีแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา หากปรากฏว่าผู้ได้รับแต่งตั้ง ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งต่อไป ให้รัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของ ก.ต.มีอำนาจสั่งให้ออก จากราชการ

มาตรา ๑๙附則

มาตรา ๑๙ การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการนอกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้รัฐมนตรีเสนอ ก.ต. โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบ ประวัติการปฏิบัติราชการของบุคคลนั้น เทียบกับงานในตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่จะได้รับแต่งตั้งนั้น ๆ เพื่อให้ความเห็นชอบก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้ง ก่อนเข้ารับหน้าที่ผู้พิพากษาครั้งแรก ผู้พิพากษาต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคำที่ ก.ต.กำหนด

มาตรา ๒๐附則

มาตรา ๒๐ การเลื่อนชั้นและขั้นเงินเดือนข้าราชการตุลาการในชั้นหนึ่ง ๆ ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งเลื่อนเมื่อ ก.ต. เห็นชอบ สำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือนโดยปกติให้เลื่อนปีละ หนึ่งขั้นโดยคำนึงถึงความอุตสาหะและความสามารถในการปฏิบัติงาน การปฏิบัติตามระเบียบวินัยตลอดจนคุณภาพและปริมาณของผลงานที่ได้ปฏิบัติมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต.ก่อน

มาตรา ๒๑附則

มาตรา ๒๑ การสั่งให้ข้าราชการตุลาการไปช่วยทำงานชั่วคราวมีกำหนดไม่เกิน หกเดือน ในตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ผู้นั้นดำรงอยู่ ให้รัฐมนตรีสั่งได้และ แจ้งให้ ก.ต.ทราบ แต่ถ้าเกินหกเดือนต้องได้รับอนุมัติของ ก.ต. ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงอำนาจสั่งให้ช่วยราชการตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม

มาตรา ๒๒附則

มาตรา ๒๒ เพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรม ให้ข้าราชการตุลาการที่ได้รับ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่คงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไปจนกว่าจะเข้ารับหน้าที่ใน ตำแหน่งใหม่

มาตรา ๒๓附則

มาตรา ๒๓ การโอนข้าราชการตุลาการไปเป็นข้าราชการธุรการข้าราชการพลเรือนหรือข้าราชการฝ่ายอื่น ให้รัฐมนตรีสั่งได้เมื่อข้าราชการตุลาการผู้นั้นยินยอม และ ก.ต.เห็นชอบ การให้ข้าราชการตุลาการไปทำงานในตำแหน่งข้าราชการธุรการหรือตำแหน่ง การเมืองในกระทรวงยุติธรรม ให้รัฐมนตรีสั่งได้เมื่อ ก.ต.เห็นชอบ ในระหว่างปฏิบัติงานเช่นว่านี้ ข้าราชการตุลาการผู้นั้นจะทำการพิจารณาพิพากษาคดีมิได้

มาตรา ๒๔附則

มาตรา ๒๔ การโอนข้าราชการธุรการมาเป็นข้าราชการตุลาการโดยได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าในขณะที่โอนมาอาจทำได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบแต่ข้าราชการธุรการนั้นต้องเคยดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการนอกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษามาแล้ว *ในกรณีที่ขั้นเงินเดือนของข้าราชการธุรการสูงกว่าขั้นต่ำของข้าราชการตุลาการ ในชั้นที่โอนมาและขั้นเงินเดือนในชั้นที่โอนมาไม่มีจำนวนที่เท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ก็ให้ได้รับ เงินเดือนในขั้นของชั้นที่โอนมาซึ่งมีจำนวนสูงกว่าเงินเดือนที่ได้รับอยู่น้อยที่สุด *[วรรคสองของมาตรา ๒๔ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๖]

มาตรา ๒๕附則

มาตรา ๒๕ ข้าราชการตุลาการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการไปโดย มิได้มีความผิดหรือมีมลทินหรือมัวหมองในราชการ หรือไปรับราชการในกระทรวงทบวงกรมอื่น เมื่อจะกลับเข้ารับตำแหน่งข้าราชการตุลาการโดยได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าขณะพ้นจากตำแหน่ง ข้าราชการตุลาการ ถ้าผู้นั้นมีคุณสมบัติตามความในมาตรา ๒๗ (๒) ถึง (๑๒) ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุ ได้เมื่อ ก.ต.เห็นชอบ

มาตรา ๒๖附則

มาตรา ๒๖ ข้าราชการตุลาการผู้ใดไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วย การรับราชการทหาร เมื่อผู้นั้นพ้นจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหาย และประสงค์จะกลับ เข้ารับตำแหน่งข้าราชการตุลาการโดยได้รับเงินเดือนเท่าที่ได้รับอยู่ในขณะที่ไปรับราชการ ทหารนั้น ให้ยื่นคำขอภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการทหาร ในกรณี เช่นว่านี้ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.ต.เห็นชอบ การสอบคัดเลือก

หมวด ๒

มาตรา ๒๗附則

มาตรา ๒๗ ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (๑) (ก) เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิต หรือสอบไล่ได้ ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ ซึ่ง ก.ต.เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี (ข) สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่ง เนติบัณฑิตยสภา และ (ค) ได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็น จ่าศาล รองจ่าศาลเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี พนักงานคุมประพฤติหรือพนักงานคดีในกระทรวงยุติธรรม พนักงานอัยการ นายทหารเหล่าพระธรรมนูญ ทนายความ หรือประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย อย่างอื่นตามที่ ก.ต.กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี ทั้งนี้ให้ ก.ต. มีอำนาจออกระเบียบกำหนด เงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพนั้น ๆ ด้วย (๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (๓) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปี (๔) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ (๕) เป็นสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา (๖) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี (๗) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว (๘) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการหรือตามกฎหมายอื่น (๙) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการหรือ รัฐวิสาหกิจ (๑๐) ไม่เป็นผู้เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ (๑๑) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือมีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ หรือเป็นโรคที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง และ (๑๒) เป็นผู้ที่คณะกรรมการแพทย์มีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนซึ่ง ก.ต.จะได้กำหนดได้ตรวจร่างกายและจิตใจแล้ว และ ก.ต. ได้พิจารณารายงานของแพทย์เห็นว่าสมควรรับสมัครได้ ให้ ก.ต. มีอำนาจออกระเบียบเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบคัดเลือก ก่อนที่จะรับสมัครได้

มาตรา ๒๘附則

มาตรา ๒๘ ให้ ก.ต. มีอำนาจกำหนดหลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกตลอดจน วางเงื่อนไขในการรับสมัคร เมื่อสมควรจะมีการสอบคัดเลือกเมื่อใด ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมเสนอ ก.ต. เพื่อจัดให้มีการสอบคัดเลือก เมื่อได้มีการสอบใหม่และได้ประกาศผลของการสอบแล้ว ให้บัญชีสอบคัดเลือกคราวก่อนเป็นอันยกเลิก

มาตรา ๒๙附則

มาตรา ๒๙ ผู้สอบคัดเลือกที่ได้คะแนนสูง ให้ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาก่อนผู้ที่ได้รับคะแนนต่ำลงมาตามลำดับแห่งบัญชี สอบคัดเลือก หากได้คะแนนเท่ากันให้จับสลากเพื่อจัดลำดับที่ระหว่างผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันนั้น ผู้สอบคัดเลือกได้คนใด หากขาดคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดตามมาตรา ๒๗ หรือเป็น บุคคลที่ ก.ต. เห็นว่า มีชื่อเสียงหรือความประพฤติหรือเหตุอื่น ๆ ที่ไม่เหมาะสมจะเป็นข้าราชการ ตุลาการ เป็นอันหมดสิทธิเข้ารับราชการตามผลของการสอบคัดเลือกนั้น การพ้นจากตำแหน่ง

หมวด ๓

มาตรา ๓๐附則

มาตรา ๓๐ ข้าราชการตุลาการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ได้รับอนุญาตให้ลาออก (๓) พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (๔) โอนไปรับราชการทางอื่น (๕) ออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการ ทหาร (๖) ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา ๑๘ มาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓ (๗) ถูกสั่งลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก การพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการนอกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาตาม (๑) (๒) หรือ (๓) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบถ้าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตาม (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง พระบรมราชโองการดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันโอนหรือวันออกจากราชการ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๓๑附則

มาตรา ๓๑ ข้าราชการตุลาการผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่นหนังสือ ขอลาออก เมื่อรัฐมนตรีพิจารณาสั่งอนุญาตแล้วให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการขอลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อ สมัครรับเลือกตั้ง ให้การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก นอกจากกรณีตามวรรคสอง ถ้ารัฐมนตรีเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทาง ราชการจะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกินสามเดือนนับแต่วันขอลาออกก็ได้

มาตรา ๓๒附則

มาตรา ๓๒ ข้าราชการตุลาการผู้ใดหากปรากฏว่าขาดคุณสมบัติในการสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการที่ใช้อยู่ในเวลาสมัครตั้งแต่วันสมัครเข้ารับราชการหรือตั้งแต่ก่อนได้รับการบรรจุ ให้รัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของ ก.ต. สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่และการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากทางราชการก่อนมีคำสั่งให้ออกนั้น และถ้าการเข้ารับราชการเป็นไปโดยสุจริตแล้วให้ถือว่าเป็นการสั่งให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

มาตรา ๓๓附則

มาตรา ๓๓ เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ข้าราชการตุลาการผู้ใดออกจากราชการ เพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน เหตุทุพพลภาพ หรือเหตุรับราชการนานตามกฎหมายว่าด้วย บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้ทำได้ด้วยความเห็นชอบของ ก.ต. แต่การให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน ให้ทำได้เฉพาะ ในกรณีต่อไปนี้ (๑) เมื่อข้าราชการตุลาการนั้นถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และ ดำเนินการสอบสวนตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในลักษณะ ๖ หมวด ๒ แล้ว ไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่า กระทำผิดที่จะต้องถูกสั่งลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก แต่เห็นว่าผู้นั้นมีมลทินหรือมัวหมองจะให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ (๒) เมื่อข้าราชการตุลาการนั้นบกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ ในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่สมควรที่จะให้คงเป็นข้าราชการตุลาการ ต่อไป (๓) เมื่อข้าราชการตุลาการนั้นเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการได้โดยสม่ำเสมอแต่ไม่ถึงเหตุทุพพลภาพ หรือ (๔) เมื่อปรากฏว่าข้าราชการตุลาการนั้นขาดสัญชาติไทยหรือขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา ๒๗ (๑๑) หรือไปเป็นข้าราชการการเมืองหรือสมาชิกรัฐสภา เว้นแต่กรณีตามความใน

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ วรรคสอง คณะกรรมการตุลาการ

ลักษณะ ๓

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ให้มีคณะกรรมการตุลาการคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.ต. ประกอบด้วย (๑) ประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกาซึ่งมี อาวุโสสูงสุด และปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นกรรมการตุลาการโดยตำแหน่ง และ (๒) กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิแปดคน ซึ่งข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนตั้งแต่ชั้น ๒ ขึ้นไป เป็นผู้เลือกจาก (ก) ข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๕ (๒) และ (๓) และมิได้เป็นกรรมการ ตุลาการโดยตำแหน่งอยู่แล้วสี่คน (ข) ผู้รับบำนาญซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตุลาการ มาแล้ว และต้อง ไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง หรือทนายความ อีกสี่คน ในกรณีที่ไม่มีกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒) (ข) ครบสี่คนหรือกรรมการ ตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒) (ข) พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๓๘ (๑) (๒) หรือ (๗) ให้ ก.ต. เลือกผู้รับบำนาญซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๕ (๑) หรือ (๒) มาแล้ว และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (๒) (ข) เป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิให้ครบจำนวนแทนจนกว่าจะมีผู้มีคุณสมบัติตาม (๒) (ข) ขึ้นใหม่ ข้าราชการตุลาการซึ่งเคยถูกลงโทษทางวินัยไม่อาจได้รับเลือกเป็นกรรมการ ตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิได้ ให้ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ก.ต. และเลขาธิการส่งเสริมงานตุลาการเป็น เลขานุการ ก.ต.

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งให้มีการเลือกกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ วิธีการเลือกให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้รัฐมนตรีประกาศชื่อผู้ได้รับเลือกในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปี และ อาจได้รับเลือกใหม่ได้ ถ้าตำแหน่งว่างลงก่อนถึงกำหนดวาระ ให้รัฐมนตรีสั่งให้ดำเนินการเลือกซ่อม เว้นแต่วาระการอยู่ในตำแหน่งของกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน รัฐมนตรี จะไม่สั่งให้ดำเนินการเลือกซ่อมก็ได้ กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการเลือกซ่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงวาระ ของผู้ที่ตนแทน

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗ ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการตุลาการว่างลง และมีความจำเป็นที่จะต้อง ดำเนินการโดยรีบด่วน ก็ให้กรรมการตุลาการที่เหลือดำเนินการไปได้ แต่ต้องมีกรรมการตุลาการ พอที่จะเป็นองค์ประชุม

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ครบกำหนดวาระ (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) เป็นกรรมการตุลาการโดยตำแหน่งหรือพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการ ในกรณีที่เป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๔ (๒) (ก) (๕) กลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตุลาการ ในกรณีที่เป็นกรรมการตุลาการ ผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๔ (๒) (ข) (๖) ไปเป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ ในพรรคการเมือง หรือทนายความ ในกรณีเป็นที่สงสัยว่ากรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดพ้นจากตำแหน่งกรรมการ ตุลาการหรือไม่ ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมเสนอ ก.ต.เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ การประชุมของ ก.ต. ต้องมีกรรมการตุลาการมาประชุมไม่น้อยกว่า เจ็ดคนจึงเป็นองค์ประชุม ถ้าประธาน ก.ต.ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือก กรรมการตุลาการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม หากกรรมการตุลาการโดยตำแหน่งว่างลง หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ผู้รักษา ราชการแทนหรือผู้ทำการแทนชั่วคราวตามกฎหมาย ทำหน้าที่กรรมการตุลาการแทนในระหว่างนั้น แต่ผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาชั่วคราวจะทำหน้าที่ประธาน ก.ต.ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับเลือกตาม วรรคสอง ในการประชุมของ ก.ต. ถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับตัวกรรมการตุลาการผู้ใด โดยเฉพาะ ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธาน ในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ก.ต. มีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยระเบียบการประชุมและการลงมติได้

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ในกรณีที่ ก.ต. มีหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ให้ ปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.ต. แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิกรรมการตุลาการคนหนึ่ง คนใดที่จะเสนอ

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ ก.ต. มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการให้ทำการใด ๆ แทนเพื่อเสนอ ก.ต.

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ในกรณีที่รัฐมนตรีไม่เห็นด้วยกับมติของ ก.ต.ไม่ว่าทั้งหมดหรือ แต่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือเห็นว่ามตินั้นควรประกอบด้วยเงื่อนไขอย่างใด รัฐมนตรีจะขอให้ ก.ต. พิจารณาใหม่ก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ เมื่อ ก.ต. มีมติยืนยันตามมติเดิม หรือจะแก้ไขเพิ่มเติมประการใดก็ให้ดำเนินการไปตามมติของ ก.ต. นั้น การปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีจะต้องเสนอให้ ก.ต. พิจารณาใหม่หรือ ดำเนินการตามมติของ ก.ต. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ก.ต. แจ้งมติไปถึงรัฐมนตรี

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ ในกรณีที่ ก.ต.ไม่ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรง ตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่รัฐมนตรีเสนอตามมาตรา ๑๙ ให้ ก.ต.เสนอไปยังรัฐมนตรีพร้อมด้วย เหตุผลว่า ก.ต. เห็นสมควรแต่งตั้งบุคคลใดในกรณีเช่นว่านี้ รัฐมนตรีจะดำเนินการนำความกราบ บังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งบุคคลที่ ก.ต.เสนอนั้นก็ได้ หรือจะขอให้ ก.ต. พิจารณาใหม่ก็ได้ ในการ พิจารณาใหม่ของ ก.ต. ถ้า ก.ต. มีมติเห็นสมควรแต่งตั้งบุคคลที่รัฐมนตรีเสนอหรือที่ ก.ต.เสนอ ก็ให้รัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งบุคคลที่ ก.ต. มีมตินั้น การปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีจะต้องเสนอให้ ก.ต.พิจารณาใหม่ หรือ ดำเนินการตามมติของ ก.ต. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ก.ต.แจ้งมติไปถึงรัฐมนตรี ดะโต๊ะยุติธรรม

ลักษณะ ๔

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔* ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นดะโต๊ะยุติธรรม ต้องเป็นอิสลามศาสนิกซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (๑) มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๗ (๒) (๔) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) และ (๑๑) (๒) อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี (๓) มีภูมิรู้ในศาสนาอิสลามพอที่จะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามเกี่ยวด้วยครอบครัวและมรดก และ (๔) มีความรู้ภาษาไทยสอบไล่ได้ประกาศนียบัตรไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น หรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเทียบว่าไม่ต่ำว่าระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ดะโต๊ะยุติธรรม ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน การแต่งตั้งบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งดะโต๊ะยุติธรรม ให้รัฐมนตรีเสนอ ก.ต. เพื่อให้ ความเห็นชอบก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้ง *[มาตรา ๔๔ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๘]

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ การเลื่อนขั้นเงินเดือน และการออกจากราชการของดะโต๊ะยุติธรรม ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่ง เมื่อ ก.ต.เห็นชอบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน การโอนดะโต๊ะยุติธรรมไปเป็นข้าราชการธุรการ ข้าราชการพลเรือนหรือ ข้าราชการฝ่ายอื่น ให้รัฐมนตรีสั่งได้ เมื่อดะโต๊ะยุติธรรมผู้นั้นยินยอมและ ก.ต.เห็นชอบ

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ให้นำบทบัญญัติในลักษณะ ๖ ว่าด้วยวินัย การรักษาวินัยและการ ลงโทษ มาใช้บังคับแก่ดะโต๊ะยุติธรรม ในกรณีที่ดะโต๊ะยุติธรรมถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงที่มีโทษถึง ไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก รัฐมนตรีหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชามีอำนาจ แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำการสอบสวน หรือสั่งพักราชการ แล้วแต่กรณี ข้าราชการธุรการ

ลักษณะ ๕

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗ ในส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการธุรการ ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการพลเรือนสามัญมาใช้บังคับ ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตำแหน่งใดเป็นตำแหน่งผู้บังคับบัญชาข้าราชการ ธุรการ โดยเทียบกับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งใดให้กำหนดโดยกฎ ก.พ. ให้แต่งตั้งปลัดกระทรวงยุติธรรมจากข้าราชการฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็นหรือเคยเป็น ข้าราชการตุลาการ

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ให้มี อ.ก.พ. กระทรวงประกอบด้วยรัฐมนตรีเป็นประธาน ปลัดกระทรวงยุติธรรม รองปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีและหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะ เป็นกรมในกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนศาลฎีกา ผู้แทนศาลอุทธรณ์ และผู้แทนศาลชั้นต้นใน กรุงเทพมหานครทุกศาล นอกจากศาลจังหวัดและศาลแขวงเป็นอนุกรรมการ ให้ อ.ก.พ. กระทรวงตั้งข้าราชการธุรการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ให้ อ.ก.พ. กระทรวงทำหน้าที่ อ.ก.พ. กรมสำหรับสำนักงานปลัดกระทรวงด้วย วินัย การรักษาวินัย และการลงโทษ วินัย

ลักษณะ ๖
หมวด ๑

มาตรา ๔๙

มาตรา ๔๙ ข้าราชการตุลาการต้องรักษาวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้โดย เคร่งครัด และในเวลาพิจารณาพิพากษาคดีต้องอยู่ในมารยาทอันดีงาม ผู้ใดฝ่าฝืนจักต้องได้รับโทษ ตามที่บัญญัติไว้ในหมวด ๓ แห่งลักษณะนี้

มาตรา ๕๐

มาตรา ๕๐ ข้าราชการตุลาการต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ

มาตรา ๕๑

มาตรา ๕๑ ข้าราชการตุลาการจะเป็นกรรมการพรรคการเมืองสมาชิกพรรค การเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมืองไม่ได้ ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาหรือผู้แทนทางการเมืองอื่นใดข้าราชการตุลาการ จะเข้าเป็นตัวกระทำการ ร่วมกระทำการ หรือสนับสนุนในการโฆษณาหรือชักชวนใด ๆ ไม่ได้

มาตรา ๕๒

มาตรา ๕๒ ข้าราชการตุลาการต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งใน หน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมาย ห้ามมิให้ขัดขืนหลีกเลี่ยงถ้าไม่เห็นพ้องด้วยคำสั่งนั้นจะเสนอ ความเห็นทัดทานเป็นหนังสือก็ได้ แต่ต้องเสนอโดยด่วน และเมื่อได้ทัดทานดังกล่าวแล้วผู้บังคับ บัญชามิได้สั่งถอนหรือแก้คำสั่งที่สั่งไป ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม แต่ให้ผู้บังคับบัญชา รีบรายงานขึ้นไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรมตามลำดับ ในการปฏิบัติราชการ ห้ามมิให้กระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตนเว้นแต่ จะได้รับอนุญาต

มาตรา ๕๓

มาตรา ๕๓ ข้าราชการตุลาการต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความระมัดระวังมิให้ เสียหายแก่ราชการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเที่ยงธรรม ข้าราชการตุลาการต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิด ข้อความที่ควรต้องบอก ถือว่าเป็นรายงานเท็จด้วย

มาตรา ๕๔

มาตรา ๕๔ ข้าราชการตุลาการต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการจะละทิ้งหรือ ทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้ ข้าราชการตุลาการต้องไม่ประกอบอาชีพ หรือวิชาชีพ หรือกระทำกิจการใด อันเป็นการกระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ หรือเสื่อมเสียถึงเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ ราชการ ข้าราชการตุลาการต้องไม่เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือที่ปรึกษากฎหมายหรือดำรง ตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนบริษัท ข้าราชการตุลาการต้องไม่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ หรือกิจการอื่นของรัฐ ในทำนองเดียวกัน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจาก ก.ต.

มาตรา ๕๕

มาตรา ๕๕ ข้าราชการตุลาการต้องรักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ห้ามมิให้ประพฤติตนเป็นคนเสเพล มีหนี้สินรุงรัง เสพของมึนเมาจนไม่สามารถ ครองสติได้ เล่นการพนันเป็นอาจิณ กระทำความผิดอาญาหรือกระทำการอื่นใดซึ่งความประพฤติ หรือกระทำการดังกล่าวแล้วอาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ

มาตรา ๕๖

มาตรา ๕๖ ข้าราชการตุลาการต้องสุภาพเรียบร้อยและช่วยเหลือซึ่งกันและกันใน หน้าที่ราชการ ห้ามมิให้ดูหมิ่นเหยียดหยามบุคคลใด ๆ

มาตรา ๕๗

มาตรา ๕๗ ข้าราชการตุลาการต้องถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทาง ราชการ

มาตรา ๕๘

มาตรา ๕๘ ข้าราชการตุลาการต้องไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้แตกความสามัคคี ระหว่างข้าราชการ

มาตรา ๕๙

มาตรา ๕๙ ข้าราชการตุลาการต้องอุตสาหะและอำนวยความสะดวกในหน้าที่ ราชการ

มาตรา ๖๐

มาตรา ๖๐ ข้าราชการตุลาการต้องรักษาความลับของทางราชการ

มาตรา ๖๑

มาตรา ๖๑ ผู้บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายตุลาการผู้ใดรู้ว่าผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา กระทำผิดวินัยแล้ว ไม่จัดการสอบสวนพิจารณาและดำเนินการตามความในหมวด ๒ และ ๓ แห่ง ลักษณะนี้ หรือตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน แล้วแต่กรณี หรือไม่จัดการลงโทษ ตามอำนาจและหน้าที่ หรือจัดการลงโทษโดยไม่สุจริต ให้ถือว่าผู้บังคับบัญชาผู้นั้นกระทำผิดวินัย การรักษาวินัย

หมวด ๒

มาตรา ๖๒

มาตรา ๖๒ เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่า กระทำผิดวินัย ผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการสอบสวนชั้นต้นโดยมิชักช้า วิธีสอบสวนชั้นต้นจะทำโดยให้ผู้มีกรณีเกี่ยวข้องชี้แจงเรื่องราวเป็นหนังสือ หรือ โดยบันทึกเรื่องราวและความเห็นก็ได้ เมื่อผู้บังคับบัญชาได้สอบสวนชั้นต้นแล้ว ให้รายงานความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชา เหนือตนขึ้นไปตามลำดับ เพื่อดำเนินการตามควรแก่กรณี

มาตรา ๖๓

มาตรา ๖๓ ข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ที่มีโทษถึงไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นอย่างน้อยสามคน เพื่อทำการสอบสวน กรรมการตามวรรคหนึ่งต้องเป็นข้าราชการตุลาการ ในกรณีข้าราชการตุลาการถูกฟ้องคดีอาญา จะใช้คำพิพากษาถึงที่สุดของศาล ประกอบการพิจารณาตามมาตรา ๖๔ วรรคสาม โดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ได้

มาตรา ๖๔

มาตรา ๖๔ ในการสอบสวนนั้นคณะกรรมการสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่าวหา และสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยทราบ โดยจะ ระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ และต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำพยานหลักฐานเข้าสืบแก้ ข้อกล่าวหาได้ด้วย ให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการสอบสวนให้เสร็จโดยเร็วกำหนดอย่างช้า ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันได้รับแต่งตั้ง ถ้ามีความจำเป็นที่จะสอบสวนไม่ทันภายในกำหนดนั้น ก็ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสองครั้ง แต่ละครั้งเป็นเวลาไม่เกินสิบห้าวัน และต้องแสดงเหตุ ที่ต้องขยายเวลาไว้ด้วยทุกครั้งแต่ถ้าขยายเวลาแล้วยังสอบสวนไม่เสร็จจะขยายเวลาต่อไปอีกได้ ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้รายงานเสนอ ความเห็นต่อรัฐมนตรี โดยให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาตามลำดับและปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้แสดงความเห็นเสียก่อน ถ้าคณะกรรมการ ผู้บังคับบัญชา ปลัดกระทรวงยุติธรรมหรือรัฐมนตรี เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัย ก็ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมรายงานไปยัง ก.ต. เมื่อ ก.ต.ได้ พิจารณาเห็นสมควรไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ จึงให้รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชา ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีสั่งไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการต่อไป

มาตรา ๖๕

มาตรา ๖๕ ให้กรรมการสอบสวนเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และให้มีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพียง เท่าที่เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของกรรมการสอบสวนและโดยเฉพาะให้มีอำนาจดังต่อไปนี้ด้วย คือ (๑) เรียกให้กระทรวงทบวงกรม หน่วยราชการ หรือรัฐวิสาหกิจชี้แจงข้อเท็จจริง ส่งเอกสารและหลักฐาน ส่งผู้แทนหรือบุคคลในสังกัดมาชี้แจงหรือให้ถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องที่ สอบสวน (๒) เรียกผู้ถูกกล่าวหาหรือบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารและ หลักฐานเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวน

มาตรา ๖๖

มาตรา ๖๖ ข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและเป็นกรณี ความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ดังระบุไว้ในหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ต.กำหนด หรือได้ให้ถ้อยคำ รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาหรือต่อคณะกรรมการสอบสวน รัฐมนตรีหรือผู้บังคับ บัญชาที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีจะพิจารณาสั่งลงโทษโดยไม่ต้องสอบสวนก็ได้ ทั้งนี้ ต้อง ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน

มาตรา ๖๗

มาตรา ๖๗ เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จนถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ถ้าปลัดกระทรวงยุติธรรมเห็นว่าจะให้อยู่ในหน้าที่ราชการระหว่างสอบสวน หรือพิจารณาจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ รัฐมนตรีจะสั่งให้พักราชการก็ได้ การให้พักราชการนั้น ให้พักตลอดเวลาที่สอบสวนพิจารณา หรือตลอดเวลาที่คดี ยังไม่ถึงที่สุด เมื่อสอบสวนพิจารณาเสร็จแล้วหรือคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าปรากฏว่าผู้ถูกสั่งให้พักมิได้ กระทำความผิดและไม่มีมลทินหรือมัวหมอง ก็ให้ผู้นั้นคงอยู่ในราชการตามเดิม เงินเดือนของผู้ที่ถูกสั่งให้พักราชการดังกล่าว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย การนั้น

มาตรา ๖๘

มาตรา ๖๘ ข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือ ต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา หรือถูกฟ้องคดีอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ แม้ภายหลังผู้นั้นจะพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการไปแล้ว ก็อาจมีการ สอบสวนหรือพิจารณาเพื่อลงโทษหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งให้เป็นไปตามลักษณะนี้ได้ เว้นแต่ ข้าราชการตุลาการผู้นั้นจะพ้นตำแหน่งเพราะตาย การลงโทษ

หมวด ๓

มาตรา ๖๙

มาตรา ๖๙ โทษผิดวินัยมี ๕ สถาน คือ (๑) ไล่ออก (๒) ปลดออก (๓) ให้ออก (๔) งดบำเหน็จความชอบ (๕) ภาคทัณฑ์ การสั่งลงโทษข้าราชการตุลาการในสถานไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกนั้น จะกระทำได้เมื่อได้ดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามที่บัญญัติไว้ในหมวด ๒ แห่งลักษณะนี้แล้ว

มาตรา ๗๐

มาตรา ๗๐ การไล่ออกนั้น รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีจะสั่งลงโทษได้เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ดังต่อไปนี้ (๑) ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ (๒) ทำความผิดอาญาและต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็น ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือต้องคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ตามกฎหมายว่าด้วยการล้มละลาย (๓) ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย และการขัดคำสั่งนั้น อาจเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง (๔) ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการหรือรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็น เหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือ (๕) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

มาตรา ๗๑

มาตรา ๗๑ การปลดออกนั้น รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีจะสั่งลงโทษได้ เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้างแรง แต่ยังไม่ถึงขนาด ที่จะต้องถูกไล่ออกจากราชการหรือถึงขนาดที่จะต้องไล่ออกแต่มีเหตุอันควรลดหย่อน

มาตรา ๗๒

มาตรา ๗๒ การให้ออกนั้น รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีจะสั่งลงโทษได้ เมื่อข้าราชการตุลาการผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง แต่ยังไม่ถึงขนาด ที่จะต้องถูกปลดออก หรือถึงขนาดที่จะต้องปลดออกแต่มีเหตุอันควรลดหย่อน ข้าราชการตุลาการผู้ใดถูกสั่งให้ออกตามมาตรานี้ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จ บำนาญ เสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ

มาตรา ๗๓

มาตรา ๗๓ ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรงถึงขนาดที่จะต้อง ไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีจะสั่ง ลงโทษงดบำเหน็จความชอบเป็นเวลาไม่เกินสามปี หรือถ้ามีเหตุสมควรปรานี จะลงโทษเพียง ภาคทัณฑ์และจะให้ทำทัณฑ์บนไว้ด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน

มาตรา ๗๔

มาตรา ๗๔ ในคำสั่งลงโทษให้แสดงว่า ผู้รับโทษนั้นกระทำผิดเรื่องใด ฐานใด ในมาตราใด

มาตรา ๗๕

มาตรา ๗๕ ถ้าปรากฏว่าคำสั่งลงโทษทางวินัยได้สั่งไปโดยผิดหลงให้รัฐมนตรี มีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้เป็นคุณแก่ผู้ถูกลงโทษได้ แต่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเช่นว่านี้จะต้อง ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต.ก่อน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้ภายในกำหนด สองปีนับแต่วันสั่งลงโทษ บทเฉพาะกาล

ลักษณะ ๗

มาตรา ๗๖

มาตรา ๗๖ ผู้ใดเป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตามพระราชบัญญัตินี้ ต่อไปจนกว่าจะพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.๒๔๙๗

มาตรา ๗๗

มาตรา ๗๗ ผู้ใดเป็นข้าราชการตุลาการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายตุลาการ พ.ศ.๒๔๙๗ อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเป็น ข้าราชการตุลาการตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป โดยให้ได้รับเงินเดือนในอัตราเท่ากับเงินเดือน ที่ได้รับอยู่ เว้นแต่ผู้ที่ได้รับเงินเดือนไม่ถึงขั้นต่ำของชั้นตามบัญชีหมายเลข ๑ ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนในขั้นต่ำของชั้นนั้น และในกรณีที่มาตรา ๑๕ ได้กำหนดให้ข้าราชการ ตุลาการตำแหน่งใดได้รับเงินเดือนมากกว่าหนึ่งชั้น ก็ให้ผู้ดำรงตำแหน่งได้รับเงินเดือนในชั้นต่ำ ของตำแหน่งนั้น เพื่อประโยชน์แห่งมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๓๔ ผู้ใดเคยเป็น ข้าราชการตุลาการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.๒๔๙๗ ให้ถือว่าผู้นั้น เคยเป็นข้าราชการตุลาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๗๘

มาตรา ๗๘ ผู้ใดเป็นดะโต๊ะยุติธรรมตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายตุลาการ พ.ศ.๒๔๙๗ อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเป็น ดะโต๊ะยุติธรรมตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป

มาตรา ๗๙

มาตรา ๗๙ ผู้ใดเป็นข้าราชการธุรการสามัญตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายตุลาการ พ.ศ.๒๔๙๗ อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเป็น ข้าราชการธุรการตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป ให้ข้าราชการธุรการซึ่งโอนมาจากข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราช บัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.๒๔๙๗ มีสิทธิได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนตามมาตรา ๖ วรรคสามด้วย

มาตรา ๘๐

มาตรา ๘๐ ผู้ใดเป็นข้าราชการธุรการวิสามัญตามพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.๒๔๙๗ อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการธุรการวิสามัญต่อไป และให้นำมาตรา ๑๑๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๑๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตำแหน่งใดเป็นตำแหน่งผู้บังคับบัญชาข้าราชการ ธุรการวิสามัญโดยเทียบกับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งใด ให้กำหนดโดยกฎ ก.พ.

มาตรา ๘๑

มาตรา ๘๑ ข้าราชการฝ่ายตุลาการผู้ใดกระทำผิดวินัยข้าราชการฝ่ายตุลาการ ในขณะที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๔๙๗ ใช้บังคับ และผู้บังคับบัญชา ได้สั่งให้ดำเนินการสอบสวนแล้ว ถ้าการสั่งและการสอบสวนพิจารณาที่ได้กระทำไปแล้วถูกต้อง ตามวิธีการที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ให้ถือว่าเป็นอันสมบูรณ์ ถ้ากรณียังค้างระหว่างการสอบสวน ก็ให้ดำเนินการสอบสวนตามวิธีการนั้นต่อไปจนกว่าจะเสร็จแต่การพิจารณาและสั่งลงโทษให้ ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๘๒

มาตรา ๘๒ ผู้ที่ได้ยื่นใบสมัครเพื่อรับการบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงถือคุณสมบัติตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๔๙๗ และให้มีสิทธิทดสอบความรู้หรือสอบ คัดเลือกเพื่อรับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาตามพระราชบัญญัตินี้ได้ ผู้ที่ ก.ต. ได้ลงมติให้รับเข้าเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ได้ตามมาตรา ๑๓ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.๒๔๙๗ ก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับหรือผู้ที่สอบคัดเลือกได้ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๔๙๗ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และบัญชีการสอบคัดเลือกยังมิได้ ยกเลิกตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้คงมีสิทธิได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาต่อไป

มาตรา ๘๓

มาตรา ๘๓ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญที่จะได้ ประกาศใช้ตามธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๒๐ มิให้นำความในมาตรา ๓๓ (๔) ในส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการการเมืองหรือสมาชิกรัฐสภา มาใช้บังคับแก่ข้าราชการตุลาการ

มาตรา ๘๔

มาตรา ๘๔ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาบรรจุบุคคลซึ่งเคยรับราชการและออก จากราชการไปก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเข้ารับราชการ ให้ปรับเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับ อยู่ก่อนออกจากราชการ ให้เข้าชั้นและขั้นตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการที่ใช้บังคับ อยู่ในวันที่กลับเข้ารับราชการ ในกรณีที่ผู้เข้ารับราชการเป็นผู้ซึ่งออกจากราชการก่อนมีการปรับอัตราเงินเดือน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๐ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๑๒ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๕๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ หรือพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๗ ให้ปรับเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับอยู่ก่อนออกจากราชการตามพระราชบัญญัติและประกาศนั้น ๆ เสียก่อน แล้วจึงปรับเงินเดือนตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่ปรับเงินเดือนของผู้ที่กลับเข้ารับราชการตามความในวรรคหนึ่งและ วรรคสอง ให้เข้าชั้นหรือขั้นตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่กลับ เข้ารับราชการไม่ได้ ให้ ก.ต. เป็นผู้พิจารณาว่าผู้นั้นสมควรได้รับการบรรจุในชั้นและขั้นใด ทั้งนี้ ก.ต. จะกำหนดให้ได้รับเงินเดือนในขั้นที่ต่ำกว่าขั้นต่ำของชั้นเป็นกรณีเฉพาะรายก็ได้

มาตรา ๘๕

มาตรา ๘๕ ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกา ออกกฎกระทรวง กฎ ก.พ. ข้อกำหนด ข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำพระราช กฤษฎีกา กฎกระทรวง กฎ ก.พ. ข้อกำหนด ข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศที่ใช้อยู่ในวันที่พระราช บัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาใช้บังคับโดยอนุโลม เพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่ง พระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ:- บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ บัญชีอัตราเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งข้าราชการ ตุลาการ บัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม และบัญชีอัตราเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งดะโต๊ะ ยุติธรรมท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการฯ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๘ โดยแยกไปบัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะแล้ว [รก.๒๕๓๘/๑ก/๔๒/๑ มกราคม ๒๕๓๘] หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.๒๔๙๗ ได้ใช้บังคับมานานแล้ว แม้จะได้ปรับปรุงแก้ไขมาหลายครั้ง ก็ยัง มีบทบัญญัติหลายมาตราไม่เหมาะสมกับกาลสมัย และเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการบริหารงาน บุคคลในปัจจุบัน สมควรจะได้ปรับปรุงแก้ไขเสียใหม่ อันจะทำให้ราชการของกระทรวงยุติธรรม และศาลยุติธรรมดำเนินไปได้ผลดียิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมให้เข้าชั้น และขั้นตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการหมายเลข ๑ และบัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะ ยุติธรรม หมายเลข ๑ ท้ายพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด แต่ทั้งนี้ จะต้อง ไม่ต่ำกว่าชั้นและขั้นที่ข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมผู้นั้นดำรงอยู่และได้รับอยู่เดิม

มาตรา ๖附則

มาตรา ๖ เพื่อประโยชน์ในการบรรจุบุคคลซึ่งเคยเป็นข้าราชการตุลาการและ ออกจากราชการไปก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับกลับเข้ารับราชการ ให้ปรับอัตราเงินเดือน ที่ผู้นั้นได้รับอยู่ก่อนออกจากราชการให้เข้าชั้นและขั้นตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา ๕ และ ให้นำมาตรา ๘๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาใช้บังคับโดย อนุโลม หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราเงินเดือนข้าราชการ ตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมที่ปรับปรุงใหม่ไม่ได้ส่วนสัมพันธ์กับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ ประเภทอื่น ๆ ที่ได้รับการปรับปรุงแล้วสมควรแก้ไขอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะ ยุติธรรมให้เหมาะสม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ [รก.๒๕๒๑/๑๐๓/๒๗พ/๒๗ กันยายน ๒๕๒๑] พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๓

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ข้าราชการตุลาการและ ดะโต๊ะยุติธรรมได้รับเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการหมายเลข ๒ และ บัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม หมายเลข ๒ ท้ายพระราชบัญญัตินี้ โดยให้ปรับอัตราเงินเดือน ข้าราชการตุลาการหรือดะโต๊ะยุติธรรมที่ได้รับตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ หมายเลข ๒ และบัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม หมายเลข ๒ ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑ ให้เข้าชั้นและขั้นตามบัญชีอัตราเงินเดือนดังกล่าว ตามบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือน ดะโต๊ะยุติธรรมท้ายพระราชบัญญัตินี้ เมื่อได้ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการตามวรรคหนึ่งแล้วข้าราชการ ตุลาการผู้ใดได้รับเงินเดือนต่ำกว่าขั้นต่ำของชั้น เมื่อจะพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนในปีงบประมาณ ต่อไปให้ปรับให้ข้าราชการตุลาการผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงขึ้น ๑ ขั้น ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมของ ปีงบประมาณนั้นแล้วจึงพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีตามปกติ

มาตรา ๖附則

มาตรา ๖ เพื่อประโยชน์ในการบรรจุบุคคลซึ่งเคยเป็นข้าราชการตุลาการและ ออกจากราชการไปก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับกลับเข้ารับราชการ ให้ปรับอัตราเงินเดือน ที่ผู้นั้นได้รับอยู่ก่อนออกจากราชการให้เข้าชั้นและขั้นตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่กลับเข้ารับราชการ และให้นำมาตรา ๘๔ วรรคสองและวรรคสาม แห่งพระราช บัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราเงินเดือนข้าราชการ ตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมยังไม่เหมาะสม สมควรแก้ไขอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและ ดะโต๊ะยุติธรรมให้เหมาะสม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น [รก.๒๕๒๓/๑๔๖/๗พ/๒๑ กันยายน ๒๕๒๓] พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๗ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๒๗ได้กำหนดให้มีรองอธิบดีผู้พิพากษาภาคเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของอธิบดีผู้พิพากษาภาค สมควรกำหนดให้รองอธิบดีผู้พิพากษาภาคเป็นตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตุลาการ และให้ได้รับ เงินเดือนตามตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ [รก.๒๕๒๗/๑๖๙/๑พ/๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๗] พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๘

มาตรา ๔附則

มาตรา ๔ ผู้ใดเป็นดะโต๊ะยุติธรรมอยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้นั้นเป็นดะโต๊ะยุติธรรมต่อไป หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๔ แห่งพระราช บัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑กำหนดให้ดะโต๊ะยุติธรรมมีความรู้ภาษาไทย เทียบได้ไม่ต่ำกว่าระดับประถมศึกษาเท่านั้น เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการ สมควรปรับปรุง คุณสมบัติดังกล่าวของดะโต๊ะยุติธรรมให้สูงขึ้น และโดยที่ดะโต๊ะยุติธรรมมีอำนาจและหน้าที่ พิจารณาพิพากษาคดีในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์เช่นเดียวกับผู้พิพากษา สมควรนำความ กราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ [รก.๒๕๒๘/๑๒๐/๕๘พ/๕ กันยายน ๒๕๒๘] พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๑

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมให้เข้าชั้น และขั้นตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการบัญชี ก. และบัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม บัญชี ก. บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ บัญชี ข. และบัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม บัญชี ข. บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ บัญชี ค. และบัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม บัญชี ค. บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการบัญชี ง. และบัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม บัญชี ง. ท้ายพระราชบัญญัตินี้แล้วแต่กรณี ให้เป็นไปตามบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือน ข้าราชการตุลาการและบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรมและตามระยะเวลาที่ คณะรัฐมนตรีกำหนด เมื่อได้ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมตามวรรคหนึ่ง แล้ว เฉพาะข้าราชการตุลาการผู้ได้รับเงินเดือนต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของชั้น หรือ ดะโต๊ะยุติธรรมผู้ได้รับเงินเดือนต่ำกว่าขั้นต่ำของขั้นให้ได้รับเงินเดือนในขั้นตามที่กำหนดไว้ใน บัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการหรือบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือน ดะโต๊ะยุติธรรม แล้วแต่กรณี ข้าราชการตุลาการซึ่งได้เลื่อนตำแหน่งนับแต่วันปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการ ตุลาการตามวรรคหนึ่ง ถ้าได้รับเงินเดือนต่ำกว่าขั้นต่ำของชั้นที่ได้เลื่อนตามบัญชีกำหนดการ ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นต่ำของบัญชีกำหนดการปรับอัตรา เงินเดือนข้าราชการตุลาการแต่ถ้าได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นที่ได้เลื่อนตามบัญชีกำหนด การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นที่ได้รับอยู่ ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาหรือดะโต๊ะ ยุติธรรมนับแต่วันปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการหรือดะโต๊ะยุติธรรมตามวรรคหนึ่ง ให้ ได้รับเงินเดือนในขั้นต่ำตามบัญชีกำหนดการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการหรือบัญชี กำหนดการปรับอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม แล้วแต่กรณี การรับเงินเดือนในขั้นต่อ ๆ ไปของข้าราชการตุลาการตามวรรคสองวรรคสาม และวรรคสี่ และการรับเงินเดือนในขั้นต่อ ๆ ไปของดะโต๊ะยุติธรรมตามวรรคสองและวรรคสี่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๖附則

มาตรา ๖ การปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรม ตามมาตรา ๕ ให้มีผลเป็นการปรับขั้นเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมที่ได้รับอยู่ ตามไปด้วย

มาตรา ๗附則

มาตรา ๗ เพื่อประโยชน์ในการบรรจุบุคคลซึ่งเคยเป็นข้าราชการตุลาการตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และออกจากราชการไปก่อนวันที่บัญชี อัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการตามพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ กลับเข้ารับราชการ ให้ปรับ อัตราเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับอยู่ก่อนออกจากราชการให้เข้าชั้นและขั้นเงินเดือนตามบัญชีกำหนดการ ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา ๕ และให้นำมาตรา ๘๔ วรรคสองและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และ

มาตรา ๖附則

มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๓ มาใช้บังคับ โดยอนุโลมด้วย

มาตรา ๘附則

มาตรา ๘ ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือน ข้าราชการตุลาการ บัญชี ก. และบัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม บัญชี ก. ตามมาตรา ๖ วรรคห้าแห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้นำบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ หมายเลข ๓ และบัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรมหมายเลข ๓ ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๓ มาใช้บังคับไปพลางก่อน หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรม ในบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๓ ได้ใช้มาเป็นเวลานานไม่เหมาะสมกับสถานภาพของตำแหน่งและภาวะการครองชีพในปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการกำหนดจำนวนขั้นเงินเดือนอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการแต่ละชั้นและดะโต๊ะยุติธรรมแต่ละขั้น และปรับปรุงบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ และบัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรมเสียใหม่รวมทั้งให้มีการให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนแต่ละบัญชีได้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ [รก.๒๕๓๑/๑๘๑/๓๔พ/๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๑] พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๖

มาตรา ๙附則

มาตรา ๙ ให้ยกเลิกบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและบัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรมท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๑ และให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ หมายเลข ๑ และบัญชีอัตราเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งข้าราชการตุลาการหมายเลข ๑ บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ หมายเลข ๒ และบัญชีอัตราเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งข้าราชการตุลาการ หมายเลข ๒ บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ หมายเลข ๓ และบัญชีอัตราเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งข้าราชการตุลาการ หมายเลข ๓ บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ หมายเลข ๔ และบัญชีอัตราเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งข้าราชการตุลาการหมายเลข ๔ บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ หมายเลข ๕ และบัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม หมายเลข ๑ บัญชีอัตราเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งดะโต๊ะยุติธรรม หมายเลข ๑ บัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรมหมายเลข ๒ และบัญชีอัตราเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งดะโต๊ะยุติธรรม หมายเลข ๒ บัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม หมายเลข ๓ และบัญชีอัตราเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งดะโต๊ะยุติธรรมหมายเลข ๓ บัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม หมายเลข ๔ และบัญชีอัตราเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งดะโต๊ะยุติธรรม หมายเลข ๔ และบัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรมหมายเลข ๕ ท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน

มาตรา ๑๐附則

มาตรา ๑๐ เพื่อประโยชน์ในการบรรจุบุคคลซึ่งเคยเป็นข้าราชการตุลาการตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และออกจากราชการไปก่อนวันที่บัญชี อัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการตามพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับกลับเข้ารับราชการ ให้ปรับ อัตราเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับอยู่ก่อนออกจากราชการให้เข้าชั้นและขั้นเงินเดือนตามที่คณะรัฐมนตรี กำหนดตามมาตรา ๖ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และให้นำมาตรา ๘๔ วรรคสองและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่าย ตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๓ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๑附則

มาตรา ๑๑ ข้าราชการตุลาการผู้ใดดำรงตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค หรือรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ข้าราชการ ตุลาการผู้นั้นได้รับเงินเดือนชั้น ๗ หรือชั้น ๖ แล้วแต่กรณีต่อไป จนกว่าจะได้มีการเลื่อนชั้นหรือ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่น หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมในบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๑ ยังไม่สอดคล้องกับอัตราค่าจ้างในกลุ่มวิชาชีพต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ข้าราชการตุลาการเป็นผู้มีหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ซึ่งนับว่าเป็นอำนาจหน้าที่ที่มีความสำคัญยิ่ง และชั้นของข้าราชการตุลาการที่กำหนดไว้เดิมไม่เหมาะสม จึงเห็นสมควรปรับปรุงกำหนดขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมเสียใหม่ และในขณะเดียวกันเห็นควรกำหนดให้มีเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง ข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ [รก.๒๕๓๖/๑๒๘/๑พ/๖ กันยายน ๒๕๓๖] พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๘

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการ บัญชีอัตราเงิน เพิ่มสำหรับตำแหน่งข้าราชการตุลาการ บัญชีอัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรม และบัญชีอัตราเงิน เพิ่มสำหรับตำแหน่งดะโต๊ะยุติธรรมท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๖ หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการแยกบัญชีอัตรา เงินเดือนและบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตุลาการ และดะโต๊ะยุติธรรมไปบัญญัติ ไว้ในกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะแล้ว สมควรแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตุลาการให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราช บัญญัตินี้ [รก.๒๕๓๘/๑ก/๔๒/๑ มกราคม ๒๕๓๘] พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ *[ถูกยกเลิกโดยประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การไม่อนุมัติพระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมฯ พ.ศ. ๒๕๓๕] [รก.๒๕๓๕/๙๔/๑/๑๑ กันยายน ๒๕๓๕] ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การไม่อนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ พ.ศ. ๒๕๓๕ [รก.๒๕๓๕/๑๐๖/๓๐/๙ ตุลาคม ๒๕๓๕]

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

條文目次

接下來可以查