我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดเครื่องวัดที่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 ชนิด ลักษณะ รายละเอียดของวัสดุที่ใช้ผลิต อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด และคำรับรองของเครื่องชั่งตวงวัด และหลักเกณฑ์และวิธีการจดทะเบียนเครื่องหมายเฉพาะตัว พ.ศ. 2546 ส่วนที่ ๓

ข้อ ๕๖–ข้อ ๕๗共 2 條

ข้อ ๕๖

ข้อ ๕๖ มาตรวัดความยาวผ้าต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) ตัวมาตรวัดต้องทำด้วยโลหะหรือวัสดุอื่นใดที่สำนักงานกลางได้ตรวจสอบแล้วว่ามีคุณสมบัติที่ใช้แทนกันได้ (๒) เป็นมาตรวัดที่บอกค่าความยาวได้ทันทีเมื่อเอาผ้าผ่านและถ้ามีที่แสดงค่าความยาวหลายแห่ง ทุกแห่งต้องแสดงค่าความยาวได้ถูกต้องตรงกัน (๓) ต้องมีลูกกลิ้งกดผ้าเพื่อให้ผ้าที่ผ่านมาตรวัดอยู่ในลักษณะตึง และสามารถดึงผ่านมาตรวัดได้โดยสะดวก (๔) ขั้นหมายมาตรา (ก) ความยาวขั้นหมายมาตราหลักต้องเห็นชัดเจน อ่านง่าย มีลักษณะถาวรและต้องยาวกว่าขั้นหมายมาตรารอง (ข) ความกว้างของขั้นหมายมาตรา ต้องไม่กว้างกว่าช่องว่างน้อยที่สุดระหว่างขั้นหมายมาตรา และความกว้างของขั้นหมายมาตราหลักต้องไม่มากกว่า ๑.๕ เท่า ของความกว้างของขั้นหมายมาตรารอง (ค) ความกว้างของขั้นหมายมาตราเล็กสุดต้องไม่น้อยกว่า ๐.๒ มิลลิเมตร (ง) ช่องว่างระหว่างขั้นหมายมาตราต้องไม่น้อยว่า ๓ มิลลิเมตร (๕) ตัวชี้ค่า (ก) ปลายของตัวชี้ค่าต้องอยู่ในแนวขนานกับขั้นหมายมาตรา (ข) ถ้าปลายของตัวชี้ค่าอยู่คนละระนาบกับขั้นหมายมาตรา ตัวชี้ค่าต้องยาวถึงขั้นหมายมาตราที่แสดงค่าความยาว (ค) ถ้าปลายของตัวชี้ค่าอยู่ระนาบเดียวกันกับขั้นหมายมาตรา ตัวชี้ค่าต้องห่างจากขั้นหมายมาตราที่แสดงค่าความยาวร่วมกับตัวชี้ค่านั้นไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร (ง) ความกว้างของปลายของตัวชี้ค่าต้องไม่มากกว่าความกว้างของขั้นหมายมาตราเล็กสุดและต้องไม่เกิน ๐.๔ มิลลิเมตร (จ) ถ้าตัวชี้ค่าและขั้นหมายมาตราอยู่ต่างระนาบกัน ปลายของตัวชี้ค่าต้องห่างจากระนาบของขั้นหมายมาตราไม่เกิน ๑.๕ มิลลิเมตร (๖) ส่วนแสดงค่าต้องสามารถตั้งศูนย์ได้โดยสะดวก และเมื่อตั้งศูนย์แล้วส่วนแสดงค่าต้องไม่แสดงค่าอื่นนอกจากค่าศูนย์ (๗) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและให้คำรับรองชั้นหลังของมาตรวัดความยาวผ้า ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยได้ไม่เกินค่าที่ได้จากการคำนวณตามสูตร ๐.๖+๐.๔L มิลลิเมตร เมื่อ L เท่ากับค่าความยาวที่มาตรวัดแสดงโดยมีค่าเป็นเลขจำนวนเต็มของหน่วยเมตร ในกรณีที่มาตรวัดไม่แสดงเป็นเลขจำนวนเต็มให้ปัดขึ้นเป็นเลขจำนวนเต็ม

ข้อ ๕๗

ข้อ ๕๗ มาตรวัดความยาวแบบอัตโนมัติสำหรับวัดความสูงของระดับของของเหลวในถังเก็บต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ (๑) มาตรวัดต้องทำด้วยวัสดุคุณภาพดีและไม่เป็นอันตรายแก่ผู้ใช้งาน หรือวัสดุอื่นใดที่สำนักงานกลางได้ตรวจสอบแล้วว่ามีคุณสมบัติที่ใช้แทนกันได้ (๒) ส่วนแสดงค่า (ก) ส่วนแสดงค่าต้องสามารถแสดงค่าปริมาตรที่วัดได้เป็นตัวเลขทันทีที่ทำการวัด (ข) แสดงค่าหน่วยความยาวด้วยตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ได้อย่างชัดเจน (ค) ค่าขั้นหมายมาตราอย่างน้อยที่สุดต้องอ่านได้ละเอียดถึง ๑ มิลลิเมตร (ง) ส่วนแสดงค่าแบบแอนะล็อกต้องมีช่องว่างระหว่างขั้นหมายมาตราไม่น้อยกว่า ๑ มิลลิเมตร (จ) ถ้ามีส่วนแสดงค่าหลายแห่ง ทุกแห่งต้องแสดงค่าสอดคล้องกัน (ฉ) ให้นำความใน (ข) (ค) และ (จ) มาใช้บังคับกับส่วนพิมพ์ค่าโดยอนุโลม (๓) ส่วนประกอบอื่นใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ หากนำมาใช้กับเครื่องวัดจะต้องไม่มีผลกระทบต่อความแม่นยำของการวัด (๔) สามารถป้องกันการรบกวนของสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นความถี่วิทยุไม่ให้มีผลต่อความแม่นยำของการวัด (๕) เส้นลวดหรือสายแถบซึ่งแขวนไว้กับส่วนตรวจวัดระดับของของเหลวแบบเคลื่อนที่ ซึ่งม้วนเก็บอยู่ในชุดม้วนเก็บ ต้องถูกดึงออกหรือม้วนเข้าได้อย่างคล่องตัวไม่ติดขัด และจะต้องตึงขณะทำการวัด (๖) การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของส่วนตรวจวัดระดับของของเหลว อันเนื่องจากสภาวะแวดล้อม เช่น การสั่นสะเทือน อุณหภูมิ ความดันไอ หรือการเปลี่ยนแปลงชนิดของของเหลวภายใต้สภาวะทำงานปกติ ต้องไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร (๗) การติดตั้งส่วนตรวจวัดระดับของของเหลว (ก) ในกรณีที่ถังเก็บมีช่องทิ้งดิ่งวัดระดับ ต้องติดตั้งส่วนตรวจวัดระดับของของเหลวใกล้ช่องทิ้งดิ่งวัดระดับ (ข) ส่วนตรวจวัดระดับของของเหลวแบบเคลื่อนที่ต้องเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงระดับของของเหลว และอย่างสมดุลตลอดระยะเวลาการวัด (๘) ให้นำความในข้อ ๑๙ (๑๔) มาใช้บังคับกับมาตรวัดที่มีส่วนประกอบเป็นอิเล็กทรอนิกส์โดยอนุโลม (๙) ความเที่ยงของมาตรวัดแบ่งเป็น ๒ ชั้น ดังต่อไปนี้ (ก) ชั้น ๒ ใช้กับมาตรวัดที่ใช้กับถังเก็บที่บรรจุปิโตรเลียมเหลวที่มีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า -๑๐ องศาเซลเซียส (ข) ชั้น ๓ ใช้กับมาตรวัดที่ใช้กับถังเก็บที่บรรจุปิโตรเลียมเหลวที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า -๑๐ องศาเซลเซียส (๑๐) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลัง (ก) ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยที่สภาวะทำงานปกติ ตามตารางดังต่อไปนี้ ชั้นความเที่ยง อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด B D ชั้น ๒ ร้อยละ ๐.๐๔ ของระยะที่วัด ๓ มิลลิเมตร ชั้น ๓ ร้อยละ ๐.๐๖ ของระยะที่วัด ๔ มิลลิเมตร ทั้งนี้ เมื่ออัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด B คือ ค่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสัมพัทธ์ และอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด D คือ ค่าสัมบูรณ์ของค่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด (ข) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม (ก) จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ ๑) ในกรณีที่ใช้มาตรวัดสำหรับการแสดงค่าระดับความสูงของของเหลว หรือระดับความสูงของที่ว่างภายในถังเก็บ ให้มีอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยที่สภาวะทำงานปกติเท่ากับค่า B หรือค่า D ค่าใดค่าหนึ่งแล้วแต่ว่าค่าใดจะสูงกว่า ๒) ในกรณีที่ใช้มาตรวัดสำหรับการแสดงค่าความแตกต่างของระยะวัด ๒ ระดับในทิศทางเดียวกัน ให้มีอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยที่สภาวะทำงานปกติเท่ากับค่า B หรือค่า D ค่าใดค่าหนึ่งแล้วแต่ว่าค่าใดจะสูงกว่า ๓) ค่าดิสคริมิเนชันของมาตรวัด ก) มาตรวัดซึ่งมีชั้นความเที่ยงชั้น ๒ ต้องแสดงค่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างน้อย ๑ มิลลิเมตร เมื่อระดับของเหลวเปลี่ยนแปลงไป ๒ มิลลิเมตร ข) มาตรวัดซึ่งมีชั้นความเที่ยงชั้น ๓ ต้องแสดงค่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างน้อย ๑ มิลลิเมตร เมื่อระดับของของเหลวเปลี่ยนแปลงไป ๓ มิลลิเมตร ๔) ถ้ามีส่วนแสดงค่าหรือส่วนพิมพ์ค่าหลายแห่งความคลาดเคลื่อนของส่วนแสดงค่าหรือส่วนพิมพ์ค่าต้องไม่เกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม ๑) หรือ ๒) และผลต่างของส่วนแสดงค่าหรือส่วนพิมพ์ค่าต้องไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร (๑๑) การแสดงเครื่องหมาย ต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้ให้สามารถอ่านได้ง่ายชัดเจนและมีลักษณะถาวร (ก) สภาวะทำงานปกติ (ข) ขอบเขตการวัด (ค) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นลวดหรือความหนาของสายแถบ (ง) น้ำหนักของส่วนตรวจวัดระดับของของเหลว (จ) ช่วงความถี่ สำหรับมาตรวัดแบบใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือคลื่นเสียง มาตรวัดปริมาตรของเหลว

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).