ข้อ ๕๖ มาตรวัดความยาวผ้าต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) ตัวมาตรวัดต้องทำด้วยโลหะหรือวัสดุอื่นใดที่สำนักงานกลางได้ตรวจสอบแล้วว่ามีคุณสมบัติที่ใช้แทนกันได้
(๒) เป็นมาตรวัดที่บอกค่าความยาวได้ทันทีเมื่อเอาผ้าผ่านและถ้ามีที่แสดงค่าความยาวหลายแห่ง ทุกแห่งต้องแสดงค่าความยาวได้ถูกต้องตรงกัน
(๓) ต้องมีลูกกลิ้งกดผ้าเพื่อให้ผ้าที่ผ่านมาตรวัดอยู่ในลักษณะตึง และสามารถดึงผ่านมาตรวัดได้โดยสะดวก
(๔) ขั้นหมายมาตรา
(ก) ความยาวขั้นหมายมาตราหลักต้องเห็นชัดเจน อ่านง่าย มีลักษณะถาวรและต้องยาวกว่าขั้นหมายมาตรารอง
(ข) ความกว้างของขั้นหมายมาตรา ต้องไม่กว้างกว่าช่องว่างน้อยที่สุดระหว่างขั้นหมายมาตรา และความกว้างของขั้นหมายมาตราหลักต้องไม่มากกว่า ๑.๕ เท่า ของความกว้างของขั้นหมายมาตรารอง
(ค) ความกว้างของขั้นหมายมาตราเล็กสุดต้องไม่น้อยกว่า ๐.๒ มิลลิเมตร
(ง) ช่องว่างระหว่างขั้นหมายมาตราต้องไม่น้อยว่า ๓ มิลลิเมตร
(๕) ตัวชี้ค่า
(ก) ปลายของตัวชี้ค่าต้องอยู่ในแนวขนานกับขั้นหมายมาตรา
(ข) ถ้าปลายของตัวชี้ค่าอยู่คนละระนาบกับขั้นหมายมาตรา ตัวชี้ค่าต้องยาวถึงขั้นหมายมาตราที่แสดงค่าความยาว
(ค) ถ้าปลายของตัวชี้ค่าอยู่ระนาบเดียวกันกับขั้นหมายมาตรา ตัวชี้ค่าต้องห่างจากขั้นหมายมาตราที่แสดงค่าความยาวร่วมกับตัวชี้ค่านั้นไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร
(ง) ความกว้างของปลายของตัวชี้ค่าต้องไม่มากกว่าความกว้างของขั้นหมายมาตราเล็กสุดและต้องไม่เกิน ๐.๔ มิลลิเมตร
(จ) ถ้าตัวชี้ค่าและขั้นหมายมาตราอยู่ต่างระนาบกัน ปลายของตัวชี้ค่าต้องห่างจากระนาบของขั้นหมายมาตราไม่เกิน ๑.๕ มิลลิเมตร
(๖) ส่วนแสดงค่าต้องสามารถตั้งศูนย์ได้โดยสะดวก และเมื่อตั้งศูนย์แล้วส่วนแสดงค่าต้องไม่แสดงค่าอื่นนอกจากค่าศูนย์
(๗) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและให้คำรับรองชั้นหลังของมาตรวัดความยาวผ้า ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยได้ไม่เกินค่าที่ได้จากการคำนวณตามสูตร ๐.๖+๐.๔L มิลลิเมตร เมื่อ L เท่ากับค่าความยาวที่มาตรวัดแสดงโดยมีค่าเป็นเลขจำนวนเต็มของหน่วยเมตร ในกรณีที่มาตรวัดไม่แสดงเป็นเลขจำนวนเต็มให้ปัดขึ้นเป็นเลขจำนวนเต็ม
ข้อ ๕๗ มาตรวัดความยาวแบบอัตโนมัติสำหรับวัดความสูงของระดับของของเหลวในถังเก็บต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) มาตรวัดต้องทำด้วยวัสดุคุณภาพดีและไม่เป็นอันตรายแก่ผู้ใช้งาน หรือวัสดุอื่นใดที่สำนักงานกลางได้ตรวจสอบแล้วว่ามีคุณสมบัติที่ใช้แทนกันได้
(๒) ส่วนแสดงค่า
(ก) ส่วนแสดงค่าต้องสามารถแสดงค่าปริมาตรที่วัดได้เป็นตัวเลขทันทีที่ทำการวัด
(ข) แสดงค่าหน่วยความยาวด้วยตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ได้อย่างชัดเจน
(ค) ค่าขั้นหมายมาตราอย่างน้อยที่สุดต้องอ่านได้ละเอียดถึง ๑ มิลลิเมตร
(ง) ส่วนแสดงค่าแบบแอนะล็อกต้องมีช่องว่างระหว่างขั้นหมายมาตราไม่น้อยกว่า ๑ มิลลิเมตร
(จ) ถ้ามีส่วนแสดงค่าหลายแห่ง ทุกแห่งต้องแสดงค่าสอดคล้องกัน
(ฉ) ให้นำความใน (ข) (ค) และ (จ) มาใช้บังคับกับส่วนพิมพ์ค่าโดยอนุโลม
(๓) ส่วนประกอบอื่นใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ หากนำมาใช้กับเครื่องวัดจะต้องไม่มีผลกระทบต่อความแม่นยำของการวัด
(๔) สามารถป้องกันการรบกวนของสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นความถี่วิทยุไม่ให้มีผลต่อความแม่นยำของการวัด
(๕) เส้นลวดหรือสายแถบซึ่งแขวนไว้กับส่วนตรวจวัดระดับของของเหลวแบบเคลื่อนที่ ซึ่งม้วนเก็บอยู่ในชุดม้วนเก็บ ต้องถูกดึงออกหรือม้วนเข้าได้อย่างคล่องตัวไม่ติดขัด และจะต้องตึงขณะทำการวัด
(๖) การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของส่วนตรวจวัดระดับของของเหลว อันเนื่องจากสภาวะแวดล้อม เช่น การสั่นสะเทือน อุณหภูมิ ความดันไอ หรือการเปลี่ยนแปลงชนิดของของเหลวภายใต้สภาวะทำงานปกติ ต้องไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร
(๗) การติดตั้งส่วนตรวจวัดระดับของของเหลว
(ก) ในกรณีที่ถังเก็บมีช่องทิ้งดิ่งวัดระดับ ต้องติดตั้งส่วนตรวจวัดระดับของของเหลวใกล้ช่องทิ้งดิ่งวัดระดับ
(ข) ส่วนตรวจวัดระดับของของเหลวแบบเคลื่อนที่ต้องเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงระดับของของเหลว และอย่างสมดุลตลอดระยะเวลาการวัด
(๘) ให้นำความในข้อ ๑๙ (๑๔) มาใช้บังคับกับมาตรวัดที่มีส่วนประกอบเป็นอิเล็กทรอนิกส์โดยอนุโลม
(๙) ความเที่ยงของมาตรวัดแบ่งเป็น ๒ ชั้น ดังต่อไปนี้
(ก) ชั้น ๒ ใช้กับมาตรวัดที่ใช้กับถังเก็บที่บรรจุปิโตรเลียมเหลวที่มีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า -๑๐ องศาเซลเซียส
(ข) ชั้น ๓ ใช้กับมาตรวัดที่ใช้กับถังเก็บที่บรรจุปิโตรเลียมเหลวที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า -๑๐ องศาเซลเซียส
(๑๐) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลัง
(ก) ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยที่สภาวะทำงานปกติ ตามตารางดังต่อไปนี้
ชั้นความเที่ยง
อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
B
D
ชั้น ๒
ร้อยละ ๐.๐๔
ของระยะที่วัด
๓ มิลลิเมตร
ชั้น ๓
ร้อยละ ๐.๐๖
ของระยะที่วัด
๔ มิลลิเมตร
ทั้งนี้ เมื่ออัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด B คือ ค่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสัมพัทธ์ และอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด D คือ ค่าสัมบูรณ์ของค่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
(ข) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม (ก) จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
๑) ในกรณีที่ใช้มาตรวัดสำหรับการแสดงค่าระดับความสูงของของเหลว หรือระดับความสูงของที่ว่างภายในถังเก็บ ให้มีอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยที่สภาวะทำงานปกติเท่ากับค่า B หรือค่า D ค่าใดค่าหนึ่งแล้วแต่ว่าค่าใดจะสูงกว่า
๒) ในกรณีที่ใช้มาตรวัดสำหรับการแสดงค่าความแตกต่างของระยะวัด ๒ ระดับในทิศทางเดียวกัน ให้มีอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยที่สภาวะทำงานปกติเท่ากับค่า B หรือค่า D ค่าใดค่าหนึ่งแล้วแต่ว่าค่าใดจะสูงกว่า
๓) ค่าดิสคริมิเนชันของมาตรวัด
ก) มาตรวัดซึ่งมีชั้นความเที่ยงชั้น ๒ ต้องแสดงค่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างน้อย ๑ มิลลิเมตร เมื่อระดับของเหลวเปลี่ยนแปลงไป ๒ มิลลิเมตร
ข) มาตรวัดซึ่งมีชั้นความเที่ยงชั้น ๓ ต้องแสดงค่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างน้อย ๑ มิลลิเมตร เมื่อระดับของของเหลวเปลี่ยนแปลงไป ๓ มิลลิเมตร
๔) ถ้ามีส่วนแสดงค่าหรือส่วนพิมพ์ค่าหลายแห่งความคลาดเคลื่อนของส่วนแสดงค่าหรือส่วนพิมพ์ค่าต้องไม่เกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม ๑) หรือ ๒) และผลต่างของส่วนแสดงค่าหรือส่วนพิมพ์ค่าต้องไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร
(๑๑) การแสดงเครื่องหมาย ต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้ให้สามารถอ่านได้ง่ายชัดเจนและมีลักษณะถาวร
(ก) สภาวะทำงานปกติ
(ข) ขอบเขตการวัด
(ค) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นลวดหรือความหนาของสายแถบ
(ง) น้ำหนักของส่วนตรวจวัดระดับของของเหลว
(จ) ช่วงความถี่ สำหรับมาตรวัดแบบใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือคลื่นเสียง
มาตรวัดปริมาตรของเหลว