ข้อ ๕๔ ในหมวดนี้
สภาวะทำงานปกติ หมายความว่า สภาวะที่การใช้งานของมาตรวัดยังคงให้ผลถูกต้องอยู่ในค่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด เช่น ชนิดของของเหลวหรือก๊าซ ความหนาแน่นของของเหลวหรือก๊าซ ความหนืดของของเหลวหรือก๊าซ อุณหภูมิและความดันของของเหลวหรือก๊าซ รวมทั้งข้อกำหนดอื่น ๆ ที่มีผลต่อการทำงานของเครื่องวัด
สภาวะพื้นฐาน หมายความว่า สภาวะของของเหลวหรือก๊าซที่ถูกวัด ซึ่งปริมาตรของของเหลวหรือก๊าซที่วัดได้ถูกแปลงค่าไปยังสภาวะนั้น ๆ เช่น อุณหภูมิพื้นฐาน และความดันพื้นฐาน โดยกำหนดให้อุณหภูมิพื้นฐานเป็น ๐ องศาเซลเซียส ๑๕ องศาเซลเซียส ๒๐ องศาเซลเซียส หรือ ๓๐ องศาเซลเซียส และความดันพื้นฐานเป็น ๑๐๑.๓๒๕ กิโลพาสคัล
สภาวะขณะวัด หมายความว่า สภาวะของของเหลวหรือก๊าซ ซึ่งถูกวัดปริมาตรขณะนั้น เช่น อุณหภูมิและความดันของของเหลวหรือก๊าซ ขณะทำการวัดปริมาตร
ช่องขั้นหมายมาตรา หมายความว่า ระยะระหว่างสองขั้นหมายมาตราที่ติดต่อกันโดยวัดตามแนวกึ่งกลางของขั้นหมายมาตราที่เล็กที่สุด
พิกัดกำลัง หมายความว่า ระยะความยาวระหว่างขั้นหมายมาตราศูนย์ถึงขั้นหมายมาตราสูงสุด โดยไม่รวมขั้นหมายมาตราเผื่อ
ขั้นหมายมาตราเผื่อ หมายความว่า ขั้นหมายมาตราที่แสดงค่ากำกับถัดจากขั้นหมายมาตราสูงสุด แต่ต้องยาวไม่เกินกว่า ๔๐ เซนติเมตร
ส่วนตรวจวัดระดับของของเหลว หมายความว่า ส่วนที่ทำหน้าที่ตรวจวัดระดับของของเหลวและส่งข้อมูลไปยังส่วนแสดงค่าโดยตรงหรือผ่านส่วนถ่ายทอดสัญญาณ ซึ่งมี ๒ แบบ คือ
(๑) ส่วนตรวจวัดระดับของของเหลวแบบเคลื่อนที่ ได้แก่ ส่วนตรวจวัดระดับของของเหลวซึ่งสัมผัสโดยตรงกับของเหลวภายในถัง และเคลื่อนที่ในแนวดิ่งไปพร้อมกับระดับของของเหลวที่เปลี่ยนแปลง
(๒) ส่วนตรวจวัดระดับของของเหลวแบบไม่เคลื่อนที่ ได้แก่ ส่วนตรวจวัดระดับของของเหลวซึ่งติดตั้งอยู่กับที่ มีส่วนส่งสัญญาณคลื่นไปกระทบกับผิวของของเหลวแล้วสะท้อนกลับมายังส่วนรับสัญญาณคลื่นของเครื่องวัด
ระบบการวัดปริมาตรของเหลว หมายความว่า ระบบที่ประกอบด้วยมาตรวัดปริมาตรของเหลว อุปกรณ์ควบ และอุปกรณ์เสริม
ระบบการวัดมวลของเหลว หมายความว่า ระบบที่ประกอบด้วยมาตรวัดมวลโดยตรง อุปกรณ์ควบ และอุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์ควบ หมายความว่า อุปกรณ์ใช้งานพิเศษเฉพาะเกี่ยวข้องโดยตรงกับผลของการวัด เช่น ส่วนตั้งศูนย์ ส่วนพิมพ์ค่า ส่วนแสดงราคา ส่วนแสดงผลรวม ส่วนแปลงค่า หรือส่วนตั้งปริมาณจ่ายล่วงหน้า
อุปกรณ์เสริม หมายความว่า ส่วนหรืออุปกรณ์ที่นอกเหนือจากอุปกรณ์ควบที่จำเป็นต้องใช้เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในผลการวัดอย่างถูกต้อง หรือมุ่งใช้เพื่อช่วยให้การดำเนินการในการวัดสะดวกยิ่งขึ้น หรือเป็นอุปกรณ์ที่มีผลกระทบต่อความแม่นยำในการวัด เช่น เครื่องจำกัดไอ ไส้กรอง ปั๊ม วาล์ว หรือท่อ
ปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบ หมายความว่า ปริมาณน้อยที่สุดที่ระบบการวัดปริมาณของของเหลวสามารถวัดได้อย่างถูกต้อง เว้นแต่
(๑) กรณีระบบการวัดปริมาณของของเหลวมีไว้เพื่อจ่ายของเหลว ปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ คือ ปริมาณจ่ายต่ำสุด
(๒) กรณีระบบการวัดปริมาณของของเหลวมีไว้เพื่อรับของเหลว ปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ คือ ปริมาณรับต่ำสุด
ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นมาตรวัดปริมาตรของเหลว มาตรวัดปริมาตรน้ำ หรือมาตรวัดปริมาตรก๊าซ ปริมาณที่วัดมีหน่วยเป็นปริมาตร และในกรณีที่เป็นมาตรวัดมวลโดยตรง ปริมาณที่วัดมีหน่วยเป็นน้ำหนัก
มาตรวัดที่ใช้ในการขายปลีก หมายความว่า มาตรวัดที่ใช้ในการวัดปริมาณการส่งจ่ายของเหลวโดยปกติไม่เกิน ๔๐๐ ลิตร ต่อการส่งจ่าย ๑ ครั้ง
มาตรวัดที่ใช้ในการขายส่ง หมายความว่า มาตรวัดที่ใช้ในการวัดปริมาณการส่งจ่ายของเหลวที่นอกเหนือจากมาตรวัดที่ใช้ในการขายปลีก
ช่วงอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด หมายความว่า ค่าความแตกต่างของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดระหว่างค่าสูงที่สุดของฝ่ายมากและค่าต่ำที่สุดของฝ่ายน้อย
พิสัยความคลาดเคลื่อน หมายความว่า ค่าความแตกต่างที่มากที่สุดของค่าความคลาดเคลื่อนที่วัดได้
อัตราการไหล หมายความว่า ปริมาณของของเหลว น้ำ หรือก๊าซ ที่ไหลผ่านมาตรวัดต่อหนึ่งหน่วยเวลา
อัตราการไหลสูงสุด หมายความว่า อัตราการไหลสูงสุดที่มาตรวัดสามารถทำงานได้ โดยไม่เกิดความเสียหายกับตัวมาตรวัด และความคลาดเคลื่อนของการวัดปริมาตรของมาตรวัดไม่เกินไปกว่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดที่กำหนด
อัตราการไหลระบุ หมายความว่า อัตราการไหลที่มาตรวัดทำงานอย่างปกติทั้งต่อเนื่องและไม่ต่อเนื่องได้ โดยความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดไม่เกินไปกว่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดที่กำหนดและอัตราการไหลระบุมีค่าเป็น ๐.๕ เท่าของอัตราการไหลสูงสุด
อัตราการไหลต่ำสุด หมายความว่า อัตราการไหลต่ำสุดที่มาตรวัดสามารถทำงานได้ โดยความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดไม่เกินไปกว่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดที่กำหนด
อัตราการไหลเปลี่ยนช่วง หมายความว่า ค่าอัตราการไหลที่แบ่งช่วงการไหลข้างต่ำและช่วงการไหลข้างสูง และเป็นจุดที่เปลี่ยนค่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดที่กำหนดตามช่วงการไหลนั้น ๆ
ช่วงการไหลข้างต่ำ หมายความว่า ช่วงการไหลที่ต่ำกว่าอัตราการไหลเปลี่ยนช่วงไปจนถึงอัตราการไหลต่ำสุด
ช่วงการไหลข้างสูง หมายความว่า ช่วงการไหลตั้งแต่อัตราการไหลเปลี่ยนช่วงและไม่เกินกว่าอัตราการไหลสูงสุด
ขั้นหมายมาตราตรวจรับรอง หมายความว่า ขั้นหมายมาตราของส่วนแสดงค่าแบบแอนะล็อก หรือส่วนที่ละเอียดที่สุดของส่วนแสดงค่าแบบดิจิทัลและแบบกึ่งดิจิทัล ที่เคลื่อนที่เร็วที่สุด และยังสามารถอ่านค่าได้
ปริมาตร ๑ รอบวัด หมายความว่า ปริมาตรของก๊าซเนื่องจากผลการวัดของมาตรวัดจบรอบการทำงานของส่วนวัด
ค่าความคลาดเคลื่อนของการแสดงค่า หมายความว่า ผลต่างของค่าปริมาตรซึ่งแสดงโดยส่วนแสดงค่ากับค่าปริมาตรจริงของก๊าซ โดยแสดงค่าเป็นร้อยละ
เครื่องวัดความยาว
ข้อ ๕๕ เครื่องวัดความยาวต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องวัดความยาวนั้นให้ทำด้วยโลหะ ไม้เนื้อแข็ง ใยสังเคราะห์ หรือวัสดุอื่นใดที่สำนักงานกลางได้ตรวจสอบแล้วว่ามีคุณสมบัติที่ใช้แทนกันได้
(๒) เครื่องวัดความยาวชนิดบรรทัดตรงที่ทำด้วยไม้ หรือวัสดุอื่นใดที่สำนักงานกลางได้ตรวจสอบแล้วว่ามีคุณสมบัติคล้ายคลึงกัน ถ้ายาวตั้งแต่ ๑ เมตรขึ้นไป ให้หุ้มปลายทั้งสองของเครื่องวัดความยาวอย่างแน่นหนาด้วยโลหะที่มีความแข็งไม่น้อยกว่าความแข็งของทองเหลือง และหนาไม่น้อยกว่า ๑ มิลลิเมตร
(๓) เครื่องวัดความยาวชนิดบรรทัดตรง ต้องทำให้เกลี้ยงเรียบ ตรง หรือพับม้วนไม่ได้
(๔) เครื่องวัดความยาวที่พับได้ต้องทำให้ทุกส่วนหยุดลงรอยต่อกันพอดีเมื่อกางขึงออก
(๕) ขั้นหมายมาตรา
(ก) ความยาวของขั้นหมายมาตราใหญ่ต้องเห็นได้ชัดเจน อ่านง่าย มีลักษณะถาวรและยาวกว่าขั้นหมายมาตราเล็ก
(ข) ความกว้างของขั้นหมายมาตราต้องไม่กว้างกว่ากึ่งหนึ่งของช่องขั้นหมายมาตราเล็กสุด และไม่เกิน ๐.๗๕ มิลลิเมตร ถ้าช่องขั้นหมายมาตรากว้างมากกว่า ๒ เซนติเมตร ความกว้างของขั้นหมายมาตราต้องไม่มากกว่า ๒ มิลลิเมตร
(ค) ขั้นหมายมาตราทั้งปวงต้องทำให้ได้มุมฉากกับริมของเครื่องวัดความยาว
(ง) ค่าขั้นหมายมาตราต้องมีค่า ๑ x ๑๐k หรือ ๒ x ๑๐k
หรือ ๕ x ๑๐k เมตร โดยที่ k เป็นเลขจำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ หรือศูนย์
(๖) พิกัดกำลังของเครื่องวัดความยาวจะต้องมีค่าเท่ากับ ๐.๕ เมตร ๑ เมตร ๑.๕ เมตร ๒ เมตร ๒.๕ เมตร ๓ เมตร ๓.๕ เมตร ๔ เมตร ๔.๕ เมตร ๕ เมตร ๕.๕ เมตร ๖ เมตร ๖.๕ เมตร ๗ เมตร ๗.๕ เมตร ๘ เมตร ๘.๕ เมตร ๙ เมตร ๙.๕ เมตร หรือค่าเลขจำนวนเต็มคูณด้วย ๕ เมตร ค่าใดค่าหนึ่ง
(๗) เครื่องวัดความยาวชนิดสายแถบโลหะม้วนกลับอัตโนมัติ ให้มีพิกัดกำลังตาม (๖) แต่ไม่เกิน ๑๐ เมตร
(๘) เครื่องวัดความยาวชนิดบรรทัดตรง ให้มีพิกัดกำลังตาม (๖) แต่ไม่เกิน ๕ เมตร
(๙) เครื่องวัดความยาวชนิดสายแถบที่ทำด้วยใยแก้วสังเคราะห์หรือวัสดุอื่นใดที่สำนักงานกลางได้ตรวจสอบแล้วว่ามีคุณสมบัติที่ใช้แทนกันได้ ให้มีพิกัดกำลังตาม (๖) แต่ไม่เกิน ๑๐๐ เมตร และต้องทนแรงดึงได้ถึง ๒ กิโลกรัม
(๑๐) เครื่องวัดความยาวชนิดพับได้ ให้มีพิกัดกำลังตาม (๖) แต่ไม่เกิน ๕ เมตร
(๑๑) เครื่องวัดความยาวชนิดสายแถบโลหะและโซ่ ให้มีพิกัดกำลังตาม (๖) โดยเริ่มตั้งแต่ ๕ เมตร และไม่เกิน ๒๐๐ เมตร และต้องทนแรงดึงได้ถึง ๕ กิโลกรัม
(๑๒) เครื่องวัดความยาวชนิดสายแถบโลหะที่ประกอบกับลูกดิ่ง ให้มีพิกัดกำลังตาม (๖) โดยเริ่มตั้งแต่ ๕ เมตร และไม่เกิน ๕๐ เมตร และต้องทนแรงดึงได้อย่างน้อยเท่ากับน้ำหนักของลูกดิ่ง
(๑๓) เครื่องวัดความยาวตาม (๗) (๙) (๑๑) และ (๑๒) จะมีขั้นหมายมาตราเผื่อก็ได้
(๑๔) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลังให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้
(ก) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดของช่องขั้นหมายมาตรา
๑) สำหรับเครื่องวัดความยาวตาม (๗) (๘) (๑๑) และ (๑๒) ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยตามตาราง ดังต่อไปนี้
ช่องขั้นหมายมาตรา
อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
ไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร
มากกว่า ๑ มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน ๑ เซนติเมตร
มากกว่า ๑ เซนติเมตร
๐.๒ มิลลิเมตร
๐.๔ มิลลิเมตร
๐.๕ มิลลิเมตร
๒) สำหรับเครื่องวัดความยาวตาม (๙) และ (๑๐) ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อย ตามตารางดังต่อไปนี้
ช่องขั้นหมายมาตรา
อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
ไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร
มากกว่า ๑ มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน ๑ เซนติเมตร
มากกว่า ๑ เซนติเมตร
๐.๓ มิลลิเมตร
๐.๖ มิลลิเมตร
๑.๐ มิลลิเมตร
(ข) ช่องขั้นหมายมาตราสองช่องที่อยู่ติดกัน ต้องแตกต่างกันไม่เกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตามที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้
๑) สำหรับเครื่องวัดความยาวตาม (๗) (๘) (๑๑) และ (๑๒) ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยตามตารางดังต่อไปนี้
ช่องขั้นหมายมาตรา
อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
ไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร
มากกว่า ๑ มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน ๑ เซนติเมตร
มากกว่า ๑ เซนติเมตร
๐.๒ มิลลิเมตร
๐.๔ มิลลิเมตร
๐.๕ มิลลิเมตร
๒) สำหรับเครื่องวัดความยาวตาม (๙) และ (๑๐) ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยตามตารางดังต่อไปนี้
ช่องขั้นหมายมาตรา
อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
ไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร
มากกว่า ๑ มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน ๑ เซนติเมตร
มากกว่า ๑ เซนติเมตร
๐.๓ มิลลิเมตร
๐.๖ มิลลิเมตร
๑.๐ มิลลิเมตร
(ค) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและให้คำรับรองชั้นหลังระหว่างขั้นหมายมาตราสองขั้นหมายมาตราที่ไม่ติดกัน และระหว่างขั้นหมายมาตราศูนย์ถึงขั้นหมายมาตราสูงสุด
๑) สำหรับเครื่องวัดความยาวตาม (๗) (๘) (๑๑) และ (๑๒) ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยได้ไม่เกินกว่าค่าที่ได้จากการคำนวณตามสูตร ๐.๓ + ๐.๒L มิลลิเมตร เมื่อ L เท่ากับค่าความยาวระหว่างขั้นหมายมาตรา โดยมีค่าเป็นเลขจำนวนเต็มของหน่วยเมตร ในกรณีที่ไม่เป็นเลขจำนวนเต็มให้ปัดขึ้นเป็นค่าของเลขจำนวนเต็ม
๒) สำหรับเครื่องวัดความยาวตาม (๙) และ (๑๐) ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยได้ไม่เกินค่าที่ได้จากการคำนวณตามสูตร ๐.๖ + ๐.๔L มิลลิเมตร เมื่อ L เท่ากับค่าความยาวระหว่างขั้นหมายมาตรา โดยมีค่าเป็นเลขจำนวนเต็มของหน่วยเมตร ในกรณีที่ไม่เป็นเลขจำนวนเต็มให้ปัดขึ้นเป็นค่าของเลขจำนวนเต็ม
(ง) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดระหว่างขั้นหมายมาตราบนลูกดิ่งที่ประกอบกับสายแถบโลหะกับขั้นหมายมาตราบนสายโลหะที่ระยะห่างไม่เกิน ๑ เมตรนั้น ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยได้ไม่เกินกว่า ๐.๖ มิลลิเมตร
มาตรวัดความยาว
ข้อ ๕๖ มาตรวัดความยาวผ้าต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) ตัวมาตรวัดต้องทำด้วยโลหะหรือวัสดุอื่นใดที่สำนักงานกลางได้ตรวจสอบแล้วว่ามีคุณสมบัติที่ใช้แทนกันได้
(๒) เป็นมาตรวัดที่บอกค่าความยาวได้ทันทีเมื่อเอาผ้าผ่านและถ้ามีที่แสดงค่าความยาวหลายแห่ง ทุกแห่งต้องแสดงค่าความยาวได้ถูกต้องตรงกัน
(๓) ต้องมีลูกกลิ้งกดผ้าเพื่อให้ผ้าที่ผ่านมาตรวัดอยู่ในลักษณะตึง และสามารถดึงผ่านมาตรวัดได้โดยสะดวก
(๔) ขั้นหมายมาตรา
(ก) ความยาวขั้นหมายมาตราหลักต้องเห็นชัดเจน อ่านง่าย มีลักษณะถาวรและต้องยาวกว่าขั้นหมายมาตรารอง
(ข) ความกว้างของขั้นหมายมาตรา ต้องไม่กว้างกว่าช่องว่างน้อยที่สุดระหว่างขั้นหมายมาตรา และความกว้างของขั้นหมายมาตราหลักต้องไม่มากกว่า ๑.๕ เท่า ของความกว้างของขั้นหมายมาตรารอง
(ค) ความกว้างของขั้นหมายมาตราเล็กสุดต้องไม่น้อยกว่า ๐.๒ มิลลิเมตร
(ง) ช่องว่างระหว่างขั้นหมายมาตราต้องไม่น้อยว่า ๓ มิลลิเมตร
(๕) ตัวชี้ค่า
(ก) ปลายของตัวชี้ค่าต้องอยู่ในแนวขนานกับขั้นหมายมาตรา
(ข) ถ้าปลายของตัวชี้ค่าอยู่คนละระนาบกับขั้นหมายมาตรา ตัวชี้ค่าต้องยาวถึงขั้นหมายมาตราที่แสดงค่าความยาว
(ค) ถ้าปลายของตัวชี้ค่าอยู่ระนาบเดียวกันกับขั้นหมายมาตรา ตัวชี้ค่าต้องห่างจากขั้นหมายมาตราที่แสดงค่าความยาวร่วมกับตัวชี้ค่านั้นไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร
(ง) ความกว้างของปลายของตัวชี้ค่าต้องไม่มากกว่าความกว้างของขั้นหมายมาตราเล็กสุดและต้องไม่เกิน ๐.๔ มิลลิเมตร
(จ) ถ้าตัวชี้ค่าและขั้นหมายมาตราอยู่ต่างระนาบกัน ปลายของตัวชี้ค่าต้องห่างจากระนาบของขั้นหมายมาตราไม่เกิน ๑.๕ มิลลิเมตร
(๖) ส่วนแสดงค่าต้องสามารถตั้งศูนย์ได้โดยสะดวก และเมื่อตั้งศูนย์แล้วส่วนแสดงค่าต้องไม่แสดงค่าอื่นนอกจากค่าศูนย์
(๗) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและให้คำรับรองชั้นหลังของมาตรวัดความยาวผ้า ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยได้ไม่เกินค่าที่ได้จากการคำนวณตามสูตร ๐.๖+๐.๔L มิลลิเมตร เมื่อ L เท่ากับค่าความยาวที่มาตรวัดแสดงโดยมีค่าเป็นเลขจำนวนเต็มของหน่วยเมตร ในกรณีที่มาตรวัดไม่แสดงเป็นเลขจำนวนเต็มให้ปัดขึ้นเป็นเลขจำนวนเต็ม
ข้อ ๕๗ มาตรวัดความยาวแบบอัตโนมัติสำหรับวัดความสูงของระดับของของเหลวในถังเก็บต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) มาตรวัดต้องทำด้วยวัสดุคุณภาพดีและไม่เป็นอันตรายแก่ผู้ใช้งาน หรือวัสดุอื่นใดที่สำนักงานกลางได้ตรวจสอบแล้วว่ามีคุณสมบัติที่ใช้แทนกันได้
(๒) ส่วนแสดงค่า
(ก) ส่วนแสดงค่าต้องสามารถแสดงค่าปริมาตรที่วัดได้เป็นตัวเลขทันทีที่ทำการวัด
(ข) แสดงค่าหน่วยความยาวด้วยตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ได้อย่างชัดเจน
(ค) ค่าขั้นหมายมาตราอย่างน้อยที่สุดต้องอ่านได้ละเอียดถึง ๑ มิลลิเมตร
(ง) ส่วนแสดงค่าแบบแอนะล็อกต้องมีช่องว่างระหว่างขั้นหมายมาตราไม่น้อยกว่า ๑ มิลลิเมตร
(จ) ถ้ามีส่วนแสดงค่าหลายแห่ง ทุกแห่งต้องแสดงค่าสอดคล้องกัน
(ฉ) ให้นำความใน (ข) (ค) และ (จ) มาใช้บังคับกับส่วนพิมพ์ค่าโดยอนุโลม
(๓) ส่วนประกอบอื่นใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ หากนำมาใช้กับเครื่องวัดจะต้องไม่มีผลกระทบต่อความแม่นยำของการวัด
(๔) สามารถป้องกันการรบกวนของสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นความถี่วิทยุไม่ให้มีผลต่อความแม่นยำของการวัด
(๕) เส้นลวดหรือสายแถบซึ่งแขวนไว้กับส่วนตรวจวัดระดับของของเหลวแบบเคลื่อนที่ ซึ่งม้วนเก็บอยู่ในชุดม้วนเก็บ ต้องถูกดึงออกหรือม้วนเข้าได้อย่างคล่องตัวไม่ติดขัด และจะต้องตึงขณะทำการวัด
(๖) การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของส่วนตรวจวัดระดับของของเหลว อันเนื่องจากสภาวะแวดล้อม เช่น การสั่นสะเทือน อุณหภูมิ ความดันไอ หรือการเปลี่ยนแปลงชนิดของของเหลวภายใต้สภาวะทำงานปกติ ต้องไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร
(๗) การติดตั้งส่วนตรวจวัดระดับของของเหลว
(ก) ในกรณีที่ถังเก็บมีช่องทิ้งดิ่งวัดระดับ ต้องติดตั้งส่วนตรวจวัดระดับของของเหลวใกล้ช่องทิ้งดิ่งวัดระดับ
(ข) ส่วนตรวจวัดระดับของของเหลวแบบเคลื่อนที่ต้องเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงระดับของของเหลว และอย่างสมดุลตลอดระยะเวลาการวัด
(๘) ให้นำความในข้อ ๑๙ (๑๔) มาใช้บังคับกับมาตรวัดที่มีส่วนประกอบเป็นอิเล็กทรอนิกส์โดยอนุโลม
(๙) ความเที่ยงของมาตรวัดแบ่งเป็น ๒ ชั้น ดังต่อไปนี้
(ก) ชั้น ๒ ใช้กับมาตรวัดที่ใช้กับถังเก็บที่บรรจุปิโตรเลียมเหลวที่มีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า -๑๐ องศาเซลเซียส
(ข) ชั้น ๓ ใช้กับมาตรวัดที่ใช้กับถังเก็บที่บรรจุปิโตรเลียมเหลวที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า -๑๐ องศาเซลเซียส
(๑๐) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลัง
(ก) ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยที่สภาวะทำงานปกติ ตามตารางดังต่อไปนี้
ชั้นความเที่ยง
อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
B
D
ชั้น ๒
ร้อยละ ๐.๐๔
ของระยะที่วัด
๓ มิลลิเมตร
ชั้น ๓
ร้อยละ ๐.๐๖
ของระยะที่วัด
๔ มิลลิเมตร
ทั้งนี้ เมื่ออัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด B คือ ค่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสัมพัทธ์ และอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด D คือ ค่าสัมบูรณ์ของค่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
(ข) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม (ก) จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
๑) ในกรณีที่ใช้มาตรวัดสำหรับการแสดงค่าระดับความสูงของของเหลว หรือระดับความสูงของที่ว่างภายในถังเก็บ ให้มีอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยที่สภาวะทำงานปกติเท่ากับค่า B หรือค่า D ค่าใดค่าหนึ่งแล้วแต่ว่าค่าใดจะสูงกว่า
๒) ในกรณีที่ใช้มาตรวัดสำหรับการแสดงค่าความแตกต่างของระยะวัด ๒ ระดับในทิศทางเดียวกัน ให้มีอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยที่สภาวะทำงานปกติเท่ากับค่า B หรือค่า D ค่าใดค่าหนึ่งแล้วแต่ว่าค่าใดจะสูงกว่า
๓) ค่าดิสคริมิเนชันของมาตรวัด
ก) มาตรวัดซึ่งมีชั้นความเที่ยงชั้น ๒ ต้องแสดงค่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างน้อย ๑ มิลลิเมตร เมื่อระดับของเหลวเปลี่ยนแปลงไป ๒ มิลลิเมตร
ข) มาตรวัดซึ่งมีชั้นความเที่ยงชั้น ๓ ต้องแสดงค่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างน้อย ๑ มิลลิเมตร เมื่อระดับของของเหลวเปลี่ยนแปลงไป ๓ มิลลิเมตร
๔) ถ้ามีส่วนแสดงค่าหรือส่วนพิมพ์ค่าหลายแห่งความคลาดเคลื่อนของส่วนแสดงค่าหรือส่วนพิมพ์ค่าต้องไม่เกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม ๑) หรือ ๒) และผลต่างของส่วนแสดงค่าหรือส่วนพิมพ์ค่าต้องไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร
(๑๑) การแสดงเครื่องหมาย ต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้ให้สามารถอ่านได้ง่ายชัดเจนและมีลักษณะถาวร
(ก) สภาวะทำงานปกติ
(ข) ขอบเขตการวัด
(ค) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นลวดหรือความหนาของสายแถบ
(ง) น้ำหนักของส่วนตรวจวัดระดับของของเหลว
(จ) ช่วงความถี่ สำหรับมาตรวัดแบบใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือคลื่นเสียง
มาตรวัดปริมาตรของเหลว
ข้อ ๕๘ ในส่วนนี้
ของเหลว หมายความว่า น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และก๊าซปิโตรเลียมเหลว แต่ไม่รวมถึงน้ำ
ข้อ ๕๙ ส่วนแสดงค่าและส่วนพิมพ์ค่าของมาตรวัดปริมาตรของเหลวต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) ต้องมีส่วนแสดงค่าหลัก
(๒) ส่วนแสดงค่าต้องแสดงชื่อหรือสัญลักษณ์ของหน่วยที่ใช้ในการวัด ค่าขั้นหมายมาตราให้แสดงค่า ๑ x ๑๐k ๒ x ๑๐k หรือ ๕ x ๑๐k โดยที่ k เป็นเลขจำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ หรือศูนย์
(๓) ส่วนแสดงค่าแบบแอนะล็อก
(ก) ขั้นหมายมาตรา
๑) ขั้นหมายมาตราหลัก และขั้นหมายมาตรารองต้องมีความยาวแตกต่างกันเพื่อให้ง่ายต่อการอ่านค่า ทั้งนี้ ขั้นหมายมาตราหลักต้องมีความยากมากกว่าขั้นหมายมาตรารอง
๒) ขั้นหมายมาตราที่ถูกต้องสอดคล้องกันต้องมีขนาดความกว้างเท่ากันเป็นเส้นตรงสม่ำเสมอ มีความกว้างไม่น้อยกว่า ๐.๒ มิลลิเมตร และต้องไม่เกินช่องว่างระหว่างขั้นหมายมาตราต่ำสุด ๒ ขั้นหมายมาตรา ที่อยู่ติดกัน
๓) ขั้นหมายมาตราหลักต้องมีความกว้างไม่เกิน ๑.๕ เท่าของขั้นหมายมาตรารอง
๔) ช่องว่างระหว่างขั้นหมายมาตราต้องไม่น้อยกว่า ๒ มิลลิเมตร
(ข) ตัวชี้ค่า
๑) ตัวชี้ค่าต้องอยู่ในแนวขนานกับขั้นหมายมาตรา
๒) ถ้าตัวชี้ค่าอยู่คนละระนาบกับขั้นหมายมาตรา ปลายของตัวชี้ค่าจะต้องยาว ถึงขั้นหมายมาตราที่แสดงค่าปริมาตร
๓) ถ้าตัวชี้ค่าอยู่ระนาบเดียวกันกับขั้นหมายมาตรา ปลายของตัวชี้ค่าต้องห่างจากขั้นหมายมาตราไม่เกิน ๑ มิลลิเมตร
๔) ความกว้าง
ก) ปลายของตัวชี้ค่าต้องมีความกว้างไม่เกินความกว้างของขั้นหมายมาตราที่กว้างที่สุด
ข) กรณีที่ตัวชี้ค่าเป็นเข็ม ปลายของตัวชี้ค่าต้องมีความกว้างสม่ำเสมอตลอดแนวจนทับกันได้สนิทกับขั้นหมายมาตรา
๕) ถ้าตัวชี้ค่าและขั้นหมายมาตราอยู่ต่างระนาบกัน ระยะห่างระหว่างตัวชี้ค่าและระนาบของขั้นหมายมาตรา ต้องไม่เกิน ๑.๕ มิลลิเมตร
(๔) ส่วนแสดงค่าแบบดิจิทัลต้องแสดงผลการวัดอย่างต่อเนื่องในขณะที่ทำการวัดปริมาตรของของเหลวเพื่อการซื้อขาย
(๕) ส่วนตั้งศูนย์สำหรับส่วนแสดงค่าปริมาตร
(ก) ส่วนแสดงค่าปริมาตรอาจให้มีส่วนตั้งศูนย์ ซึ่งสามารถปรับด้วยมือหรือด้วยระบบอัตโนมัติก็ได้
(ข) เมื่อเริ่มทำการตั้งศูนย์ ส่วนแสดงค่าปริมาตรต้องแสดงผลไม่แตกต่างไปจากผลการวัดที่ปรากฏอยู่เดิม และจะแสดงค่าศูนย์เมื่อการตั้งศูนย์เสร็จสมบูรณ์
(ค) ส่วนตั้งศูนย์ต้องไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต่อผลการวัด เว้นแต่การเปลี่ยนไปแสดงค่าศูนย์
(ง) ในขณะที่ทำการวัด ต้องไม่มีวิธีการใดที่สามารถปรับส่วนแสดงค่าปริมาตรให้แสดงค่าเป็นศูนย์ได้
(จ) ในกรณีที่เป็นส่วนแสดงค่าแบบแอนะล็อก การแสดงค่าปริมาตรหลังจากการตั้งศูนย์ให้มีความคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินกึ่งหนึ่งของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการวัดปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบ
(ฉ) ในกรณีที่เป็นส่วนแสดงค่าแบบดิจิทัล การแสดงค่าปริมาตรหลังจากการตั้งศูนย์ต้องไม่มีความคลาดเคลื่อนและต้องแสดงค่าเป็นศูนย์เท่านั้น
(๖) มาตรวัดที่ใช้ในการขายปลีก
(ก) การแสดงค่าปริมาตรส่งจ่าย ก่อนทำการส่งจ่ายส่วนแสดงค่าปริมาตรต้องแสดงค่าศูนย์ และเมื่อเริ่มทำการส่งจ่ายส่วนแสดงค่าปริมาตรต้องแสดงปริมาตรการส่งจ่ายขณะนั้นบนส่วนแสดงค่า
(ข) มาตรวัดที่คำนวณราคาได้ ต้องแสดงราคาต่อหน่วยอย่างถูกต้องตรงตามชนิดของผลิตภัณฑ์ก่อนทำการส่งจ่ายทุกครั้ง
(ค) ส่วนคำนวณราคา
๑) ต้องคำนวณราคาทั้งหมดตามราคาต่อหน่วยของการซื้อขายในแต่ละครั้งขณะทำการวัด
๒) การแสดงราคาซื้อขายรวมตามปริมาตรส่งจ่ายใด ๆ ต้องแสดงค่าได้เที่ยงตรงโดยมีความคลาดเคลื่อนฝ่ายมากหรือฝ่ายน้อยไม่เกินผลคูณของ ๐.๐๕ ลิตร กับราคาต่อหน่วย
(ง) การแสดงราคาต่อหน่วย ในกรณีที่มาตรวัดแต่ละเครื่องใช้วัดปริมาตรส่งจ่ายของผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน แต่ใช้ส่วนแสดงค่าชุดเดียวร่วมกัน ก่อนทำการวัดปริมาตรส่งจ่ายของผลิตภัณฑ์ใดในแต่ละครั้ง ส่วนแสดงค่าต้องแสดงราคาต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์นั้น และในขณะที่ทำการวัดต้องไม่มีวิธีการใดที่สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงราคาต่อหน่วยได้
(จ) การแสดงปริมาตรรวมและราคาซื้อขายรวม สำหรับการซื้อขายครั้งหนึ่ง ๆ เมื่อการวัดปริมาตรส่งจ่ายเสร็จสิ้นลง ส่วนแสดงค่าต้องแสดงปริมาตรส่งจ่ายรวมและราคาซื้อขายรวมเป็นเวลาอย่างน้อย ๕ นาที หรือจนกระทั่งมีการซื้อขายครั้งต่อไป
(ฉ) ในกรณีที่มีส่วนพิมพ์ค่าประกอบเข้ากับอุปกรณ์ส่งจ่ายน้ำมัน การพิมพ์ ข้อมูลการส่งจ่ายผลิตภัณฑ์ต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
๑) ปริมาตรส่งจ่ายทั้งหมด
๒) ราคาต่อหน่วย
๓) ราคาซื้อขายรวม
๔) ชนิดของผลิตภัณฑ์ เช่น ชื่อ สัญลักษณ์ อักษรย่อ หรือเลขรหัส
(๗) มาตรวัดที่ใช้ในการขายส่งหากคำนวณราคาได้ต้องพิมพ์หรือแสดงราคาซื้อขายรวมสอดคล้องกับผลการคำนวณทางคณิตศาสตร์
ข้อ ๖๐ มาตรวัดปริมาตรของเหลวต้องมีอุปกรณ์ควบและอุปกรณ์เสริมที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องกำจัดไอหรืออากาศ หรือวิธีการอัตโนมัติอื่นที่ป้องกันไม่ให้ไอหรืออากาศผ่านเข้าไปในมาตรวัดขณะทำการวัด
(๒) วาล์วป้องกันการไหลย้อนกลับหรือวิธีการป้องกันการไหลย้อนกลับใด ๆ ไม่ให้ของเหลวไหลย้อนกลับสู่มาตรวัดอีก
(๓) สำหรับมาตรวัดปริมาตรน้ำมันหล่อลื่น เมื่อระดับของการแหล่งจ่ายน้ำมันหล่อลื่นลดระดับต่ำลงจนมีผลต่อความแม่นยำของการวัด มาตรวัดต้องมีอุปกรณ์ที่หยุดทำงานได้โดยอัตโนมัติ หรือมีสัญญาณเตือนที่เห็นได้ชัดเจน
(๔) สำหรับมาตรวัดมวลโดยตรง หากต้องการแสดงค่าเป็นปริมาตร มาตรวัดมวลโดยตรงต้องมีวิธีการอัตโนมัติที่สามารถวัดค่าและแก้ไขค่าความหนาแน่นของผลิตภัณฑ์ในขณะที่ทำการวัดเมื่อการเปลี่ยนแปลงความหนาแน่นมีผลต่อความแม่นยำของการวัด
ข้อ ๖๑ มาตรวัดปริมาตรของเหลวอาจมีอุปกรณ์ควบและอุปกรณ์เสริมที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) กลไกการหยุดการส่งจ่าย
(ก) ต้องสามารถหยุดการส่งจ่ายได้แม่นยำ และในกรณีที่มาตรวัดสามารถตั้งค่าล่วงหน้าได้ เมื่อหยุดการส่งจ่าย ส่วนแสดงค่าต้องแสดงปริมาตรส่งจ่ายตรงกับค่าที่ได้ตั้งไว้ล่วงหน้า
(ข) ส่วนกำหนดการหยุดต้องทำให้กลไกการหยุดสามารถปรับระยะการหยุดได้เพื่อให้ปริมาตรส่งจ่ายอยู่ในขอบเขตที่กำหนด
(๒) มาตรวัดที่ใช้ในการขายส่งซึ่งประกอบด้วยเครื่องชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติ
(ก) การแสดงค่าและการพิมพ์ค่าการวัดปริมาตรที่อุณหภูมิใด ๆ ให้แสดงเป็นค่าปริมาตรที่อุณหภูมิพื้นฐาน
(ข) ต้องมีวิธีการที่สามารถยับยั้งการทำงานของเครื่องชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติ เพื่อให้มาตรวัดแสดงค่าและพิมพ์ค่าปริมาตรที่วัดได้ตามอุณหภูมินั้น ๆ ได้
(ค) เครื่องชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติต้องวัดอุณหภูมิของของเหลวภายในห้องวัดของเหลวหรือในตำแหน่งท่อทางเข้าหรือทางออกที่อยู่ติดกับมาตรวัด
(ง) ระบบชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติต้องมีที่สำหรับผนึกเพื่อป้องกันไม่ให้สามารถปรับแต่งค่าได้
(๓) เครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดความดัน และเครื่องวัดความหนาแน่น ซึ่งทำงานร่วมกับระบบการวัดปริมาตรของเหลวในแต่ละชั้นความเที่ยง หากมีผลกระทบใด ๆ ต่อการวัดของมาตรวัดจะต้องไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีกำหนด
ข้อ ๖๒ ท่อส่งจ่ายและวาล์วต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องไม่ทำให้ของเหลวที่วัดปริมาตรและเกิดการเบี่ยงเบนออกจากห้องวัดหรือท่อส่งจ่ายได้
(๒) ในกรณีที่มีการติดตั้งท่อส่งจ่ายสองทางขึ้นไป ต้องมีวิธีการอัตโนมัติเพื่อให้
(ก) ในขณะทำการส่งจ่าย ของเหลวต้องไหลออกจากทางส่งจ่ายได้เพียงทางเดียวเท่านั้น
(ข) อุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมทิศทางการไหลต้องแสดงทิศทางการไหลอย่างชัดเจน
ข้อ ๖๓ มาตรวัดปริมาตรของเหลวต้องแสดงรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) ระบบการวัดปริมาตรของเหลวต้องแสดงข้อมูลต่อไปนี้ให้เห็นได้อย่างชัดเจนและลบเลือนได้ยาก
(ก) ปีที่ผลิต
(ข) ปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบ
(ค) อัตราการไหลต่ำสุดและอัตราการไหลสูงสุด
(ง) ความดันของเหลวต่ำสุดและสูงสุด
(จ) ช่วงอุณหภูมิของเหลวที่วัด
(ฉ) ช่วงความหนืดหรือชนิดผลิตภัณฑ์ที่ใช้งาน
(๒) ถ้ามาตรวัดมีเครื่องชดเชยอุณหภูมิ ต้องแสดงอุณหภูมิและความดันที่สภาวะพื้นฐานอย่างชัดเจนใกล้กับส่วนแสดงค่าปริมาตร
(๓) ถ้ามาตรวัดประกอบด้วยเครื่องชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติ ต้องมีเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์แสดงบนส่วนแสดงค่า และส่วนพิมพ์ค่าอย่างชัดเจนว่าค่าปริมาตรแสดงเป็นปริมาตรที่อุณหภูมิพื้นฐาน
(๔) เมื่อทำการติดตั้งมาตรวัดพร้อมใช้งานแล้วมาตรวัดที่ใช้ในการขายปลีกที่มีอัตราการไหลสูงสุดเท่ากับ ๑๐๐ ลิตรต่อนาทีขึ้นไป ต้องแสดงอัตราการไหลต่ำสุดและอัตราการไหลสูงสุดให้เห็นได้อย่างชัดเจนบนมาตรวัดและอัตราการไหลต่ำสุดต้องไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของอัตราการไหลสูงสุด
(๕) ถ้ามาตรวัดหลายเครื่องทำงานโดยใช้ส่วนประกอบร่วมกัน ต้องแสดงข้อกำหนดในแต่ละส่วนของระบบ และอาจจะแสดงร่วมกันบนแผ่นข้อมูลเดียวกันก็ได้
ข้อ ๖๔ ความเที่ยงของมาตรวัดปริมาตรของเหลว แบ่งเป็น ๒ ชั้น คือ
(๑) ชั้น ๐.๕
(๒) ชั้น ๑.๐
ข้อ ๖๕ หลักเกณฑ์การแบ่งชั้นความเที่ยงของมาตรวัดปริมาตรของเหลวให้เป็นไปตามตาราง ดังต่อไปนี้
ประเภทของมาตรวัด
ชั้นความเที่ยง
มาตรวัดปริมาตรก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ชั้น ๑.๐
มาตรวัดปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงและมาตรวัดปริมาตรน้ำมันหล่อลื่นมีอัตราการไหลสูงสุดไม่เกิน ๒๐ ลิตร/ชั่วโมง
ชั้น ๑.๐
มาตรวัดปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงและมาตรวัดปริมาตรน้ำมันหล่อลื่นมีความหนืดพลศาสตร์มากกว่า ๑๐๐๐ mPa.s
ชั้น ๑.๐
มาตรวัดปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงและมาตรวัดปริมาตรน้ำมันหล่อลื่นมีอัตราการไหลสูงสุดมากกว่า ๒๐ ลิตร/ชั่วโมง และมีความหนืดพลศาสตร์ไม่เกิน ๑๐๐๐ mPa.s อาทิ มาตรวัดผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่เป็นของเหลว ณ สภาวะอุณหภูมิและความดันปกติ
ชั้น ๐.๕
ข้อ ๖๖ ให้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลังของมาตรวัดปริมาตรของเหลว เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้
(๑) มาตรวัดที่ได้ติดตั้งเข้าระบบการวัดปริมาตรของเหลวแล้ว ให้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดมีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยตามตารางดังต่อไปนี้
ปริมาณที่ทดสอบ
(V)
(ลิตร)
อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
ชั้นความเที่ยง ชั้น ๐.๕
ชั้นความเที่ยง ชั้น ๑.๐
๐.๐๒ ถึง ๐.๑
๒ มิลลิลิตร
๔ มิลลิลิตร
๐.๑ ถึง ๐.๒
๐.๐๒ V
๐.๐๔ V
๐.๒ ถึง ๐.๔
๔ มิลลิลิตร
๘ มิลลิลิตร
๐.๔ ถึง ๑
๐.๐๑ V
๐.๐๒ V
๑ ถึง ๒
๑๐ มิลลิลิตร
๒๐ มิลลิลิตร
ตั้งแต่ ๒ ขึ้นไป
๐.๐๐๕ V
๐.๐๑ V
(๒) มาตรวัดที่ยังไม่ได้ติดตั้งเข้าระบบการวัดปริมาตรของเหลว ให้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดเป็นกึ่งหนึ่งของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม (๑) แต่ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๐.๓ ของปริมาตรที่ทดสอบ
(๓) มาตรวัดที่ได้ติดตั้งเข้าระบบการวัดปริมาตรของเหลวแล้ว ให้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบเป็นสองเท่าของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม (๑)
(๔) มาตรวัดที่ยังไม่ได้ติดตั้งเข้าระบบการวัดปริมาตรของเหลว ให้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบเป็นสองเท่าของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ตาม (๒)
(๕) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดของมาตรวัดไม่ว่ากรณีใด ๆ จะต้องกำหนดให้มีค่าไม่น้อยกว่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบ
(๖) ค่าความคลาดเคลื่อนของมาตรวัดทุกอัตราการไหลที่คลาดเคลื่อนในฝ่ายเดียวกัน อย่างน้อยต้องมีค่าใดค่าหนึ่งไม่เกินกึ่งหนึ่งของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
(๗) พิสัยความคลาดเคลื่อนของระบบการวัดปริมาตรของเหลว ต้องไม่เกินกึ่งหนึ่งของช่วงอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
(๘) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดอาจจะกำหนดให้น้อยกว่าหรือมากกว่านี้ก็ได้ ถ้าการทดสอบความถูกต้องของมาตรวัดทดสอบด้วยของเหลวต่างชนิดกับของเหลวที่จะใช้กับมาตรวัดนี้ ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
(๙) ผลการวัดปริมาตรของของเหลวที่มีปริมาตรไม่น้อยกว่าห้าเท่าของปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบ มาตรวัดต้องมีความสามารถในการทำซ้ำได้ไม่เกิน ๒ ใน ๕ เท่า ของค่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี
ข้อ ๖๗ มาตรวัดปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงตามสถานีบริการต้องมีลักษณะเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ต้องออกแบบให้มีอัตราส่วนของอัตราการไหลสูงสุดต่ออัตราการไหลต่ำสุดไม่น้อยกว่า ๑๐ ต่อ ๑
(๒) ก่อนทำการส่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนแสดงค่าปริมาตรและส่วนแสดงราคาซื้อขายรวมต้องแสดงค่าศูนย์
(๓) ในกรณีที่ระบบการวัดปริมาตรของเหลวมีอัตราการไหลสูงสุดไม่เกิน ๓.๖ ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง ปริมาตรจ่ายต่ำสุดต้องไม่เกิน ๕ ลิตร
มิให้นำความในข้อ ๖๖ (๙) มาใช้บังคับกับมาตรวัดปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงตามสถานีบริการ
ข้อ ๖๘ มาตรวัดปริมาตรก๊าซปิโตรเลียมเหลวต้องมีลักษณะเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ระบบการวัดปริมาตร
(ก) ต้องมีส่วนรักษาสถานะของเหลว เพื่อรักษาสถานะของก๊าซปิโตรเลียมเหลวให้อยู่ในสถานะของเหลวตลอดช่วงทำการวัด และถ้าส่วนนี้สามารถปรับแต่งได้ต้องมีผนึกเพื่อป้องกันการแก้ไขหลังจากปรับแต่งแล้ว
(ข) มาตรวัดปริมาตรอาจมีส่วนประกอบดังต่อไปนี้ก็ได้
๑) หลุมใส่เครื่องวัดอุณหภูมิ
๒) เครื่องชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติ ซึ่งมีลักษณะการทำงานดังต่อไปนี้
ก) การแสดงค่าและการพิมพ์ค่าการวัดปริมาตรที่อุณหภูมิใด ๆ ให้แสดงเป็นค่าปริมาตรที่สภาวะพื้นฐาน โดยส่วนแสดงค่าหรือส่วนพิมพ์ค่าต้องแสดงไว้อย่างชัดเจนและเห็นได้ชัดว่าปริมาตรที่ถูกจ่ายออกไปดังกล่าวได้รับการแก้ไขไปยังค่าปริมาตรที่สภาวะพื้นฐาน
ข) ต้องมีวิธีการที่สามารถยับยั้งการทำงานของเครื่องชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติเพื่อให้มาตรวัดแสดงค่าและพิมพ์ค่าปริมาตรที่วัดได้ที่สภาวะขณะวัด
ค) เครื่องชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติต้องวัดอุณหภูมิของของเหลวที่อยู่ภายในห้องวัดของเหลว หรือในตำแหน่งท่อทางเข้าหรือทางออกที่อยู่ติดกับมาตรวัด
ง) เครื่องชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติ ต้องมีที่สำหรับผนึกเพื่อไม่ให้สามารถถอดเครื่องชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติออกจากระบบการวัดปริมาตร รวมทั้งทำให้ไม่สามารถทำการปรับแต่งใด ๆ ได้
๓) เครื่องวัดอุณหภูมิซึ่งทำงานร่วมกับเครื่องชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติต้องอ่านได้ละเอียดอย่างน้อยที่สุด ๐.๕ องศาเซลเซียส
(๒) มาตรวัดที่ใช้ในการขายปลีกต้องออกแบบให้มีอัตราส่วนของอัตราการไหลสูงสุดต่ออัตราการไหลต่ำสุดไม่น้อยกว่า ๑๐ ต่อ ๑ และถ้าทำการติดตั้งใช้งานแล้วต้องมีอัตราส่วนดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๕ ต่อ ๑
มาตรวัดมวลโดยตรง
ข้อ ๖๙ ระบบการวัดมวลของเหลวต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) อัตราส่วนระหว่างอัตราการไหลสูงสุดกับอัตราการไหลต่ำสุดสำหรับระบบการวัด
(ก) ในกรณีก๊าซเหลว ต้องไม่น้อยกว่า ๕ ต่อ ๑
(ข) ในกรณีที่ไม่ใช่ก๊าซเหลว ต้องไม่น้อยกว่า ๑๐ ต่อ ๑
(๒) ต้องมีวิธีการปรับแต่งมาตรวัดมวลโดยตรงเพื่อปรับเปลี่ยนค่าอัตราส่วนระหว่างปริมาณที่แสดงกับปริมาณของของเหลวที่วัดได้จริงโดยระบบการวัดของมาตรวัด ซึ่งวิธีการปรับแต่งดังกล่าวต้องไม่ใช้ระบบท่อทางลัดและต้องมีผนึกเพื่อป้องกันการปรับแต่งในภายหลัง
(๓) ส่วนแสดงค่า
(ก) ต้องมีส่วนแสดงค่าหลัก
(ข) ส่วนแสดงค่าต้องแสดงชื่อหรือสัญลักษณ์ของหน่วยที่ใช้ในการวัด
(ค) ค่าขั้นหมายมาตราให้แสดงเป็นค่า ๑x๑๐k ๒x๑๐k หรือ ๕x๑๐k โดย k เป็นเลขจำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ หรือศูนย์
(ง) ค่าขั้นหมายมาตราต้องไม่มากกว่าร้อยละ ๐.๕ ของปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบ
(จ) การแสดงค่าแบบดิจิทัล ให้แสดงตัวเลขอย่างน้อย ๑ ตำแหน่งที่ตำแหน่งขวาสุดโดยให้มีเครื่องหมายจุดทศนิยม (.) หรือเครื่องหมายจุลภาค (,) คั่นระหว่างเลขจำนวนเต็มและเลขหลังจุดทศนิยม และในการแสดงค่านี้ต้องแสดงตัวเลขทางซ้ายของเครื่องหมายจุดทศนิยมอย่างน้อย ๑ ตำแหน่ง และแสดงตัวเลขทางขวาของเครื่องหมายทุกตำแหน่ง สำหรับการแสดงค่าศูนย์อาจแสดงโดยเลขศูนย์ ๑ ตำแหน่งทางขวาสุดโดยไม่ต้องมีเครื่องหมายก็ได้
(ฉ) ส่วนแสดงค่าต้องมีวิธีการตั้งศูนย์อย่างถูกต้องไม่ว่าโดยวิธีอัตโนมัติหรือไม่ เว้นแต่ในกรณีที่เป็นส่วนแสดงค่าของมาตรวัดที่ติดตั้งอยู่ในระบบขนส่งทางท่อ
(ช) ให้นำความในข้อ ๕๙ (๕) (ข) (ค) (ง) และ (ฉ) มาใช้บังคับกับส่วนตั้งศูนย์ของส่วนแสดงค่าโดยอนุโลม
(๔) ส่วนคำนวณราคาต้องแสดงราคาต่อหน่วยอย่างถูกต้องตรงตามชนิดของผลิตภัณฑ์ก่อนทำการส่งจ่ายทุกครั้ง
(๕) การแสดงปริมาณและราคาซื้อขายรวมสำหรับการซื้อขายครั้งหนึ่ง ๆ เมื่อการวัดปริมาณส่งจ่ายเสร็จสิ้นลง ต้องแสดงปริมาณส่งจ่ายรวมและราคาซื้อขายรวมเป็นเวลาอย่างน้อย ๕ นาที หรือจนกว่าจะมีการซื้อขายครั้งต่อไป
ข้อ ๗๐ ในกรณีที่ระบบการวัดมวลของเหลวมีส่วนพิมพ์ค่าหรือเครื่องบันทึกการเก็บเงิน ส่วนพิมพ์ค่าหรือเครื่องบันทึกการเก็บเงินนั้นต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) มีขั้นหมายมาตราเท่ากับส่วนแสดงค่า
(๒) พิมพ์ผลการวัดให้ตรงกับผลการวัดซึ่งแสดงโดยส่วนแสดงค่า
(๓) พิมพ์ผลการวัดเมื่อการวัดเสร็จสิ้นสมบูรณ์
(๔) แสดงรายละเอียดการพิมพ์ผลการวัด ดังต่อไปนี้
(ก) ปริมาณการส่งจ่ายทั้งหมด
(ข) ราคาต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์
(ค) ราคาซื้อขายรวม
(ง) ข้อมูลบ่งบอกชนิดของผลิตภัณฑ์ โดยใช้ชื่อ สัญลักษณ์ อักษรย่อ หรือรหัสสินค้า
(จ) วัน เดือน ปี ที่จำหน่าย
ข้อ ๗๑ มาตรวัดมวลโดยตรงต้องมีส่วนแก้ไขค่าความหนาแน่นของของเหลวที่ทำการวัดและส่วนประกอบตามข้อ ๖๘ (๑) (ก)
ข้อ ๗๒ ให้นำความในข้อ ๖๒ (๑) และ (๒) มาใช้บังคับกับท่อส่งจ่ายและวาล์วของมาตรวัดมวลโดยตรง โดยอนุโลม
ข้อ ๗๓ ระบบการวัดของมาตรวัดมวลโดยตรงต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้ ให้เห็นได้ชัดเจนและลบเลือนยาก
(๑) ปีที่ผลิต
(๒) อัตราการไหลต่ำสุด และอัตราการไหลสูงสุด
(๓) ความดันทำงานสูงสุด
(๔) พิสัยอุณหภูมิใช้งาน
(๕) พิสัยความหนืด หรือชนิดผลิตภัณฑ์ที่ใช้งาน
(๖) ปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบ
(๗) สภาวะทำงานปกติ
(๘) ในกรณีที่มีข้อจำกัดอื่น ๆ ให้แสดงข้อจำกัดนั้นด้วย
ข้อ ๗๔ อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดของมาตรวัดมวลโดยตรงให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลังกรณีใช้วัดของเหลวทั่วไปที่ปริมาณที่ทดสอบไม่น้อยกว่าปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบ ณ อุณหภูมิ ความดัน และอัตราการไหลใด ๆ ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยดังต่อไปนี้
(ก) สำหรับมาตรวัดที่ได้ติดตั้งเข้าระบบการวัดมวลของเหลว ให้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดเป็นไปตามตารางดังต่อไปนี้
ปริมาณที่ทดสอบ (M)
(กิโลกรัม)
อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
๐.๑ ถึง ๐.๒
๐.๐๒ M
๐.๒ ถึง ๐.๔
๔ มิลลิกรัม
๐.๔ ถึง ๑
๐.๐๑ M
๑ ถึง ๒
๑๐ มิลลิกรัม
ตั้งแต่ ๒ ขึ้นไป
๐.๐๐๕ M
(ข) สำหรับมาตรวัดที่ยังไม่ได้ติดตั้งเข้าระบบการวัดมวลของเหลว ให้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดเป็นกึ่งหนึ่งของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม (ก) แต่ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๐.๓ ของปริมาณที่ทดสอบ
(๒) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลังกรณีใช้วัดก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ปริมาณที่ทดสอบไม่น้อยกว่าปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบ ณ อุณหภูมิความดันใด ๆ และอัตราการไหลใด ๆ ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อย ดังต่อไปนี้
(ก) สำหรับมาตรวัดที่ได้ติดตั้งเข้าระบบการวัดมวลของก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดเป็นไปตามตารางดังต่อไปนี้
ปริมาณที่ทดสอบ (M)
(กิโลกรัม)
อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
๐.๑ ถึง ๐.๒
๐.๐๔ M
๐.๒ ถึง ๐.๔
๘ มิลลิกรัม
๐.๔ ถึง ๑
๐.๐๒ M
๑ ถึง ๒
๒๐ มิลลิกรัม
ตั้งแต่ ๒ ขึ้นไป
๐.๐๑ M
(ข) สำหรับมาตรวัดที่ยังไม่ได้ติดตั้งเข้าระบบการวัดปริมาณของก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดเป็นกึ่งหนึ่งของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม (ก) แต่ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๐.๖ ของปริมาณที่ทดสอบ
(๓) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบ
(ก) สำหรับมาตรวัดที่ได้ติดตั้งเข้าระบบการวัดมวลของเหลวทั่วไปและก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบเป็น ๒ เท่าของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม (๑) (ก) หรือ (๒) (ก)
(ข) สำหรับมาตรวัดที่ยังไม่ได้ติดตั้งเข้าระบบการวัดมวลของเหลวทั่วไปและก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบ เป็น ๒ เท่าของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม (๑) (ข) หรือ (๒) (ข)
(๔) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับทุกกรณีต้องไม่น้อยกว่าอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับปริมาณน้อยที่สุดที่วัดได้ของระบบของของเหลวทั่วไปหรือก๊าซปิโตรเลียมเหลว
(๕) ของเหลวที่นำมาใช้ในการทดสอบมาตรวัดต้องเป็นของเหลวชนิดเดียวกันกับของเหลวที่จะวัดจริง หรือเป็นของเหลวที่มีคุณสมบัติทางกายภาพใกล้เคียงหรือเทียบเท่าของเหลวที่จะวัดจริงหรือเป็นของเหลวตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ข้อ ๗๕ ความสามารถในการทำซ้ำได้ของมาตรวัดมวลโดยตรงต้องไม่เกินร้อยละ ๐.๒ ของปริมาณที่ทดสอบ
มาตรวัดปริมาตรน้ำ
ข้อ ๗๖ มาตรวัดปริมาตรน้ำต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) ถ้ามาตรวัดปริมาตรน้ำได้รับการออกแบบเพื่อติดตั้งในลักษณะที่ยอมให้กระแสน้ำไหลย้อนกลับผ่านมาตรวัดปริมาตรน้ำได้ เมื่อกระแสน้ำไหลย้อนกลับผ่านมาตรวัดปริมาตรน้ำ ส่วนวัดและส่วนแสดงค่าต้องเคลื่อนที่ย้อนกลับ และต้องไม่ทำให้มาตรวัดปริมาตรน้ำเกิดความเสียหายหรือทำให้ความเที่ยงตรงในการวัดลดน้อยลง
(๒) มาตรวัดปริมาตรน้ำต้องทำจากวัสดุคงทนถาวรต่อการใช้งาน ไม่เกิดสนิมได้ง่ายและทนต่ออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง
(๓) มาตรวัดปริมาตรน้ำต้องทดความดันได้อย่างน้อย ๑๐๐๐ กิโลพาสคัล โดยไม่ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ไม่ก่อให้เกิดน้ำรั่วซึมออกตามมาตรวัดปริมาตรน้ำ และไม่ทำให้รูปร่างมาตรวัดปริมาตรน้ำเปลี่ยนไป
(๔) มาตรวัดปริมาตรน้ำต้องมีความดันสูญเสียของน้ำไม่เกิน ๒๕ กิโลพาสคัล ที่อัตราการไหลต่ำสุด และไม่เกิน ๑๐๐ กิโลพาสคัล ที่อัตราการไหลสูงสุด
(๕) ส่วนแสดงค่า
(ก) ส่วนแสดงค่าต้องผนึกให้แน่น เพื่อป้องกันการเกิดฝ้า
(ข) ส่วนแสดงค่าที่มีการแสดงค่าย่อย ต้องแสดงค่าปริมาตรน้ำให้เข้าใจได้ง่ายและชัดเจน
(ค) การแสดงค่าปริมาตรน้ำอาจแสดงได้ในลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๑) แสดงค่าแบบแอนะล็อก โดยมีขั้นหมายมาตรา และมีตัวเลขกำกับขั้นหมายมาตรา และจะประกอบด้วย ๑ ส่วน หรือหลายส่วน ภายในหน้าปัดเดียวกันก็ได้
๒) แสดงค่าแบบดิจิทัล
๓) แสดงค่าแบบกึ่งดิจิทัล
๔) แสดงค่าทั้งแบบแอนะล็อก และแบบกึ่งดิจิทัลร่วมกัน
(ง) ชุดตัวเลขแบบดิจิทัล และชุดตัวเลขแบบกึ่งดิจิทัล ต้องมีขนาดส่วนสูงไม่ต่ำกว่า ๔ มิลลิเมตร
(จ) มาตรวัดปริมาตรน้ำต้องแสดงค่าปริมาตรเป็นหน่วยลูกบาศก์เมตร โดย
๑) ตัวเลขที่แสดงค่าปริมาตรเป็นจำนวนเต็มของลูกบาศก์เมตรต้องไม่มีพหุคูณ
๒) ตัวเลขที่แสดงค่าปริมาตรเป็นจำนวนเต็มของลูกบาศก์เมตร และเศษของลูกบาศก์เมตร ให้แสดงด้วยสีหรือวิธีการใด ๆ ที่ทำให้เห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจน
(ฉ) ส่วนแสดงค่าแบบแอนะล็อก ค่าขั้นหมายมาตราต้องแสดงค่าปริมาตรเป็นหน่วยลูกบาศก์เมตร และมีค่าเป็น ๑๐k
โดยที่ k เป็นเลขจำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ หรือศูนย์ และให้แสดงสัญลักษณ์ไว้ด้านข้างของส่วนแสดงค่าโดยเรียงลำดับในลักษณะ x๑๐๐๐, x๑๐๐, x๑๐, x๑, x๐.๑, x๐.๐๑, x๐.๐๐๑
(ช) ขั้นหมายมาตราตรวจรับรอง ต้องแสดงเป็นค่า ๑x๑๐k ๒x๑๐k หรือ ๕x๑๐k โดยที่ k เป็นเลขจำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ หรือศูนย์ และมีค่าละเอียดพอเพียง สำหรับพิจารณาตรวจสอบให้คำรับรอง โดยค่าขั้นหมายมาตราตรวจรับรองต้องอ่านได้เท่ากับ หรือละเอียดกว่าค่าที่คำนวณได้จากสมการดังต่อไปนี้
ค่าขั้นหมายมาตราตรวจรับรอง [Qmin (ลบ.ม./ชม.) x ๑.๕ (ชม.) x ๐.๐๕] ลบ.ม.
(ซ) ขั้นหมายมาตรา
๑) ขั้นหมายมาตราที่สอดคล้องกัน ต้องมีขนาดความกว้างเท่ากันเป็นเส้นตรงสม่ำเสมอกัน และต้องมีความกว้างไม่เกินกว่า ๑/๔ เท่าของช่องว่างระหว่างขั้นหมายมาตรา
๒) ช่องว่างระหว่างขั้นหมายมาตราตรวจรับรองต้องไม่น้อยกว่า ๑ มิลลิเมตร
(ฌ) ส่วนแสดงค่าของมาตรวัดปริมาตรน้ำ ต้องสามารถแสดงค่าปริมาตรโดยปราศจากการหมุนกลับศูนย์ได้ไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐ ชั่วโมงที่อัตราการไหลสูงสุด
(๖) ให้มาตรวัดปริมาตรน้ำมีส่วนปรับความถูกต้องที่สามารถปรับสัดส่วนของปริมาตรที่แสดงและปริมาตรของน้ำที่ไหลผ่านจริงได้
(๗) ในกรณีที่มาตรวัดปริมาตรน้ำขับเคลื่อนด้วยแม่เหล็ก มาตรวัดปริมาตรน้ำต้องมีอุปกรณ์ที่สามารถป้องกันสนามแม่เหล็กที่มีผลกระทบต่อความถูกต้อง
ข้อ ๗๗ มาตรวัดปริมาตรน้ำต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้ ให้เห็นได้ชัดเจนและลบเลือนยาก
(๑) ชั้นความเที่ยงของการวัด
(๒) อัตราการไหลระบุ
(๓) ปีที่ผลิต
(๔) เครื่องหมายแสดงทิศทางของกระแสน้ำ
(๕) ค่าความดันใช้งานสูงสุด ถ้ามีค่ามากกว่า ๑๐๐๐ กิโลพาสคัล
ในกรณีมาตรวัดปริมาตรน้ำที่มีชั้นความเที่ยงของการวัดชั้น A จะไม่แสดงรายละเอียดตาม (๑) ก็ได้
ข้อ ๗๘ การกำหนดชั้นความเที่ยงของการวัดของมาตรวัดปริมาตรน้ำตามค่าอัตราการไหลระบุ (Qn) ค่าอัตราการไหลต่ำสุด (Qmin) และค่าอัตราการไหลเปลี่ยนช่วง (Qt) ให้เป็นไปตามตาราง ดังต่อไปนี้
ชั้นความเที่ยงของการวัด
ค่าอัตราการไหลต่ำสุด
(Qmin)
ค่าอัตราการไหลเปลี่ยนช่วง
(Qt)
ชั้น A
Qn< ๑๕ ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง
Qn ๑๕ ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง
๐.๐๔ Qn
๐.๐๘ Qn
๐.๑ Qn
๐.๓ Qn
ชั้น B
Qn< ๑๕ ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง
Qn ๑๕ ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง
๐.๐๒ Qn
๐.๐๓ Qn
๐.๐๘ Qn
๐.๒ Qn
ชั้น C
Qn< ๑๕ ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง
Qn ๑๕ ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง
๐.๐๑ Qn
๐.๐๐๖ Qn
๐.๐๑๕ Qn
๐.๐๑๕ Qn
ข้อ ๗๙ อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลังของมาตรวัดปริมาตรน้ำ ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) สำหรับช่วงการไหลข้างต่ำ ให้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดเท่ากับร้อยละ ๕ ของปริมาตรที่ทดสอบ
(๒) สำหรับช่วงการไหลข้างสูง ให้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดเท่ากับร้อยละ ๒ ของปริมาตรที่ทดสอบ
มาตรวัดปริมาตรก๊าซที่มีสถานะเป็นไอ
ข้อ ๘๐ มาตราวัดปริมาตรก๊าซที่มีสถานะเป็นไอต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) ต้องทำด้วยวัสดุที่เหมาะสมกับก๊าซที่วัด มีความคงทน และปลอดภัยในการใช้งานในสภาวะทำงานปกติ
(๒) ระบบการวัดปริมาตรก๊าซต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้ ให้เห็นได้ชัดเจนและลบเลือนยาก
(ก) ปีที่ผลิต
(ข) อัตราการไหลต่ำสุดและอัตราการไหลสูงสุด
(ค) ความดันขณะทำงานสูงสุด
(ง) พิสัยสภาวะขณะวัด
(จ) สำหรับมาตรวัดปริมาตรก๊าซแบบโพซิทิฟดิสเพลซเมนต์ ต้องแสดงปริมาตร ๑ รอบวัด
(๓) ส่วนแสดงค่า
(ก) ต้องแสดงผลการวัดปริมาตรก๊าซได้ทันที โดยแสดงหน่วยวัดบนส่วนแสดงค่าพร้อมตัวเลข ในกรณีที่แสดงค่าปริมาตรก๊าซที่สภาวะพื้นฐาน ต้องแสดงค่าสภาวะพื้นฐานควบคู่กับผลการวัดปริมาตรก๊าซดังกล่าวให้เห็นชัดเจน
(ข) ค่าขั้นหมายมาตรา ต้องมีค่าไม่เกิน ๑ ลูกบาศก์เมตร หรือไม่เกินปริมาตรไหลผ่านมาตรวัดปริมาตรก๊าซภายในระยะเวลา ๑ ชั่วโมง ที่อัตราการไหลต่ำสุด แล้วแต่ว่าค่าใดจะสูงกว่า
(ค) ค่าขั้นหมายมาตราให้แสดงเป็นค่า ๑x๑๐k ๒x๑๐k หรือ ๕x๑๐k โดยที่ k เป็นเลขจำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ หรือศูนย์
(ง) ต้องสามารถแสดงค่าปริมาตรได้ เมื่อก๊าซไหลผ่านมาตรวัดปริมาตรก๊าซที่อัตราการไหลสูงสุดเป็นเวลา ๒,๐๐๐ ชั่วโมง โดยไม่กลับมาแสดงค่า ณ ตำแหน่งเริ่มต้น
(๔) ป้องกันการรบกวนของสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นความถี่วิทยุไม่ให้มีผลต่อความแม่นยำของระบบมาตรวัดปริมาตรก๊าซ การแสดงค่าผลการวัด และการพิมพ์ค่าผลการวัดได้
(๕) เครื่องวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดความดัน และเครื่องวัดความหนาแน่น ซึ่งทำงานร่วมกับมาตรวัดปริมาตรก๊าซ หากมีผลกระทบใด ๆ ต่อการวัดของมาตรวัดปริมาตรก๊าซ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีกำหนด
(๖) การตรวจสอบให้คำรับรองมาตรวัดปริมาตรก๊าซด้วยอากาศ อากาศต้องมีความหนาแน่นโดยประมาณ ๑.๒ กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร
ข้อ ๘๑ มาตรวัดปริมาตรก๊าซแบบไดอะแฟรมต้องมีลักษณะเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ด้วย
อัตราการไหลสูงสุด (Qmax)
(ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง)
อัตราการไหลต่ำสุด (Qmin) ต้องไม่มากกว่า
(ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง)
๑
๐.๐๑๖
๑.๖
๐.๐๑๖
๒.๕
๐.๐๑๖
๔
๐.๐๒๕
๖
๐.๐๔๐
๑๐
๐.๐๖๐
๑๖
๐.๑๐๐
๒๕
๐.๑๖๐
๔๐
๐.๒๕๐
๖๕
๐.๔๐๐
๑๐๐
๐.๖๕๐
๑๖๐
๑.๐๐๐
๒๕๐
๑.๖๐๐
๔๐๐
๒.๕๐๐
๖๕๐
๔.๐๐๐
๑๐๐๐
๖.๕๐๐
(๒) ถ้ามาตรวัดปริมาตรก๊าซมีส่วนแปลงค่าอุณหภูมิด้วยต้องมีส่วนแสดงค่าปริมาตรที่สภาวะพื้นฐานเพียง ๑ ส่วน
(๓) ความดันสูญเสียโดยเฉลี่ยของมาตรวัดปริมาตรก๊าซแบบไดอะแฟรมตลอดการวัดที่อัตราการไหลของก๊าซสูงสุด เมื่อใช้อากาศทดสอบ ต้องมีค่าไม่เกินที่กำหนดไว้ตามตารางดังต่อไปนี้
อัตราการไหลของก๊าซสูงสุด
(ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง)
ความดันสูญเสียสูงสุด
สำหรับการให้คำรับรองชั้นแรก
และการให้คำรับรองชั้นหลัง
(พาสคัล)
สำหรับการตรวจสอบ
(พาสคัล)
๑ ถึง ๑๐
๒๐๐
๒๒๐
๑๖ ถึง ๖๕
๓๐๐
๓๓๐
๑๐๐ ถึง ๑๐๐๐
๔๐๐
๔๔๐
ข้อ ๘๒ อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลังของมาตรวัดปริมาตรก๊าซแบบไดอะแฟรม ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อทำการตรวจสอบให้คำรับรองมาตรวัดด้วยอากาศ ต้องมีอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตามตารางดังต่อไปนี้
อัตราการไหล
อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
สำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลัง
สำหรับการตรวจสอบ
ฝ่ายมากและฝ่ายน้อย
(ร้อยละ)
ฝ่ายมาก
(ร้อยละ)
ฝ่ายน้อย
(ร้อยละ)
Qmin Q<๐.๑ Qmax
๓
๓
๖
๐.๑ Qmax Q Qmax
๑.๕
๓
๓
(๒) สำหรับการตรวจรับรองชั้นแรกและการตรวจรับรองชั้นหลัง ถ้าผลการตรวจรับรองที่อัตราการไหลต่าง ๆ ระหว่าง ๐.๑ Qmax ถึง Qmax พบว่ามีความคลาดเคลื่อนฝ่ายมากทั้งหมดหรือฝ่ายน้อยทั้งหมด ค่าสัมบูรณ์ของความคลาดเคลื่อนแต่ละค่าต้องมีค่าไม่เกินร้อยละ ๑.๐ ของปริมาตรที่ทดสอบ
(๓) สำหรับมาตรวัดปริมาตรก๊าซแบบไดอะแฟรมซึ่งมีส่วนแปลงค่าอุณหภูมิค่าปริมาตรที่วัดได้ ณ สภาวะขณะวัดจะต้องถูกแปลงไปเป็นค่าปริมาตร ณ สภาวะพื้นฐาน และให้กำหนดอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ดังต่อไปนี้
(ก) อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตาม (๑) ให้มีค่าเพิ่มขึ้นทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยอีกร้อยละ ๐.๕ ต่อช่วงอุณหภูมิ ๑๐ องศาเซลเซียส ที่แตกต่างจากอุณหภูมิที่ระบุโดยผู้ผลิต
(ข) ถ้าอุณหภูมิ ณ สภาวะขณะวัดอยู่ในช่วง ๑๕ องศาเซลเซียส ถึง ๒๕ องศาเซลเซียส ให้ใช้อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดที่กำหนดตาม (๑) แต่ถ้าอุณหภูมิ ณ สภาวะขณะวัดไม่ได้อยู่ในช่วงดังกล่าวอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดที่กำหนดตาม (๑) ให้มีค่าเพิ่มขึ้นทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยอีกร้อยละ ๑.๐
ข้อ ๘๓ มาตราวัดปริมาตรก๊าซแบบลูกสูบโรทารี และมาตรวัดปริมาตรก๊าซแบบเทอร์ไบน์ต้องมีลักษณะเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) พิสัยทำงานของมาตรวัดปริมาตรก๊าซแบบลูกสูบโรทารี และมาตรวัดปริมาตรก๊าซแบบเทอร์ไบน์ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ตามตารางดังต่อไปนี้
ชนิดการออกแบบ
อัตราการไหลสูงสุด
(ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง)
พิสัยทำงาน
๑ : ๑๐
๑ : ๒๐
๑ : ๓๐
๑ : ๕๐
อัตราการไหลต่ำสุดต้องไม่มากกว่า
(ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง)
G ๑๖
๒๕
๒.๕
๑.๓
๐.๘
๐.๕
G ๒๕
๔๐
๔
๒
๑.๓
๐.๘
G ๔๐
๖๕
๖
๓
๒
๑.๓
G ๖๕
๑๐๐
๑๐
๕
๓
๒
G ๑๐
๑๖๐
๑๖
๘
๕
๒๓
G ๑๖๐
๒๕๐
๒๕
๑๓
๘
๕
G ๒๕๐
๔๐๐
๔๐
๒๐
๑๓
๘
G ๔๐๐
๖๕๐
๖๕
๓๒
๒๐
๑๓
G ๖๕๐
๑,๐๐๐
๑๐๐
๕๐
๓๒
๒๐
G ๑๐๐๐
๑,๖๐๐
๑๖๐
๘๐
๕๐
๓๒
(๒) ถ้ามาตรวัดปริมาตรก๊าซมีส่วนแปลงค่าอุณหภูมิซึ่งแปลงค่าปริมาตรที่วัดได้ ณ สภาวะขณะวัด ไปเป็นค่าปริมาตร ณ สภาวะพื้นฐาน ส่วนแสดงค่าปริมาตรในสภาวะพื้นฐานต้องสามารถแสดงค่าปริมาตรได้ เมื่อก๊าซไหลผ่านมาตรวัดปริมาตรก๊าซเป็นเวลา ๒,๐๐๐ ชั่วโมง ที่อัตราการไหลสูงสุดและอุณหภูมิต่ำสุด โดยไม่กลับมาแสดงค่า ณ ตำแหน่งเริ่มต้น
ข้อ ๘๔ อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดสำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลังของมาตรวัดปริมาณก๊าซ ให้มีทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อย ดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อทำการตรวจสอบ ให้คำรับรองมาตรวัดด้วยอากาศมีอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดตามตารางดังต่อไปนี้
อัตราการไหล
อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด
สำหรับการให้คำรับรองชั้นแรกและการให้คำรับรองชั้นหลัง
(ร้อยละ)
สำหรับการตรวจสอบ
(ร้อยละ)
Qmin Q <Qt
๒
๓
Qt Q Qmax
๑
๑.๕
โดยที่ Qt หรืออัตราการไหลเปลี่ยนช่วงมีค่าดังต่อไปนี้
พิสัยทำงาน
อัตราการไหลเปลี่ยนช่วง (Qt)
๑ : ๑๐
๐.๒๐ Qmax
๑ :๒๐
๐.๒๐ Qmax
๑ : ๓๐
๐.๑๕ Qmax
๑ : ๕๐
๐.๑๐ Qmax
(๒) ในกรณีที่มีเพลาต่อออกจากตัวมาตรวัดปริมาตรก๊าซเพื่อใช้ขับอุปกรณ์เสริมหรืออุปกรณ์เพิ่มเติมใด ๆ ที่ติดตั้งร่วมอยู่กับมาตรวัด แรงบิดของเพลาดังกล่าวต้องไม่เป็นสาเหตุให้การแสดงค่าของส่วนแสดงค่าผิดไป โดยเปรียบเทียบค่าผลต่างของการแสดงค่าของมาตรวัดที่อัตราการไหลต่ำสุด (Qmin) ระหว่างเพลาต่อออกจากตัวมาตรวัดปริมาตรก๊าซขับอุปกรณ์เสริมหรืออุปกรณ์เพิ่มเติมใด ๆ และเพลาต่อออกจากตัวมาตรวัดปริมาตรก๊าซหมุนอิสระ โดยใช้อากาศทดสอบ ทั้งนี้ การแสดงค่าผลการวัดปริมาตรต้องมีความคลาดเคลื่อนทั้งฝ่ายมากและฝ่ายน้อยไม่เกินค่าที่กำหนดไว้ในตารางดังต่อไปนี้
ค่าอัตราการไหลต่ำสุด
Qmin
ค่าความคลาดเคลื่อนของการแสดงค่าปริมาตรก๊าซที่วัดได้ที่ Qmin
(ร้อยละ)
๐.๐๒ Qmax
๑
๐.๐๓ Qmax
๑
๐.๐๕ Qmax
๑
๐.๑๐ Qmax
๐.๕
คำรับรอง
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).