我的書籤免費註冊

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การ ใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัด ให้มีสวัสดิการเพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง หมวด ๒

ข้อ ๖–ข้อ ๑๐共 5 條

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานประจำสัปดาห์ได้ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละหนึ่งวันการหยุดงานประจำสัปดาห์แต่ละครั้ง จะต้องมีระยะเวลาห่างกันไม่เกินเจ็ดวัน

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ลูกจ้างซึ่งมิใช่ลูกจ้างชั่วคราว มีสิทธิหยุดงานตามประเพณีนิยมได้ไม่น้อยกว่าปีละสิบสองวัน ถ้าวันหยุดงานตามประเพณีนิยมตรงกับวันหยุดงานประจำสัปดาห์ ก็ให้เลื่อนไปหยุดในวันถัดไป วันหยุดงานตามประเพณีนิยม ให้เป็นไปตาม ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ลูกจ้างซึ่งได้ทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน มีสิทธิหยุดงานพักผ่อนประจำปีได้ไม่น้อยกว่าปีละหกวัน โดยไม่นับรวมกับวันหยุดงานประจำสัปดาห์และวันหยุดงานตามประเพณีนิยม ทั้งนี้ ให้นายจ้างกำหนดให้ลูกจ้างผลัดเปลี่ยนกันหยุด สิทธิในการหยุดงานพักผ่อนประจำปีดังกล่าวแล้วให้ใช้ได้เฉพาะปี เว้นแต่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันให้นับรวมกับปีต่อๆ ไปได้ เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาตามข้อนี้ ให้รวมวันหยุดงานซึ่งลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานตามประกาศนี้ และวันหยุดงานอื่น ซึ่งนายจ้างยินยอมให้ลูกจ้างหยุดเข้าด้วย

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่เป็นงานอันมีลักษณะที่จะต้องทำติดต่อกันไปโดยจะหยุดเสียมิได้ หรือเป็นงานฉุกเฉิน ซึ่งถ้าจะให้ลูกจ้างหยุดงานประจำสัปดาห์ หยุดงานตามประเพณีนิยม หรือหยุดงานพักผ่อนประจำปี จะเสียหายแก่งานของนายจ้าง นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดนั้นเท่าที่จำเป็นก็ได้ การให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ลูกจ้างซึ่งมิใช่ลูกจ้างชั่วคราวมีสิทธิหยุดพักรักษาตัวได้ไม่น้อยกว่าปีละสามสิบวัน โดยไม่นับรวมกับวันหยุดงานประจำสัปดาห์ วันหยุดงานตามประเพณีนิยมและวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี การหยุดพักรักษาตัวแต่ละครั้ง นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง แต่ในกรณีที่ไม่มีแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันเอง ในกรณีที่นายจ้างจัดแพทย์ไว้ให้แล้ว ให้ใช้แพทย์ดังกล่าว เว้นแต่ลูกจ้างไม่สามารถให้แพทย์นั้นตรวจได้ ค่าใบรับรองแพทย์ตามข้อนี้ให้นายจ้างเป็นผู้ออก สิทธิในการหยุดพักรักษาตัวดังกล่าวแล้ว ให้ใช้ได้เฉพาะปี และเพื่อประโยชน์แห่งข้อนี้ คำว่าปีนั้นให้นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน การจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าล่วงเวลาในวันหยุด

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).