ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม
การอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซ
และสถานที่เก็บก๊าซ ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวแต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ
ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓) สถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๕) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๖) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๘) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
เว้นแต่เป็นการจัดสรรที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละสิบของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๙) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว
เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละสิบของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๑๐) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หรือหอพัก
(๑๑) การอยู่อาศัยประเภทบ้านแถว เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละสิบของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๑๒) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุในระยะ ๑๐๐ เมตร จากเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๐๒๒ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๒๓ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๗๐
ในกรณีที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
ตาม (๘) และเพื่อการอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว ตาม (๙)
ดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเดียวกัน ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละสิบของพื้นที่โครงการทั้งหมด
และให้ดำเนินการได้ในห้องแถวหรือตึกแถวที่ก่อสร้างต่อเนื่องกันและมีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน
๓๐๐ ตารางเมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการใดๆ
ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน ๒,๐๐๐
ตารางเมตร
(๒) ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๓) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต เว้นแต่เป็นสถาบันราชการ
สถาบันศาสนา การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่เป็นของรัฐ
(๔) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำป่าสักไม่น้อยกว่า
๖ เมตร และริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่นไม่น้อยกว่า ๓ เมตร