กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนท่าเรือ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พ.ศ.
๒๕๔๙[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี
ข้อ ๒ ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลบ้านร่อม
ตำบลท่าเรือ ตำบลจำปา ตำบลท่าหลวง ตำบลท่าเจ้าสนุก และตำบลศาลาลอย อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินการคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะและสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ
๒ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ ๔ ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน
โครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต
รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
(๑) ส่งเสริมและพัฒนาชุมชนเมืองให้เป็นศูนย์กลางการบริหารและการปกครองของอำเภอท่าเรือ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
(๒) ส่งเสริมการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมให้สัมพันธ์กับการขยายตัวของชุมชน
(๓) พัฒนาการบริการทางสังคม
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
(๔) อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท
แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๖ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข
๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๒๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข
๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข
๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข
๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข
๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วงอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ
(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข
๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๙ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข
๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข
๘.๑ ถึงหมายเลข ๘.๑๑ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
(๙) ที่ดินในบริเวณหมายเลข
๙.๑ ถึงหมายเลข ๙.๒๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
(๑๐) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๐.๑ ถึงหมายเลข ๑๐.๑๔
ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ข้อ ๗ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซ
สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ
ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓) สถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๕) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๖) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๘) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
(๙) โรงฆ่าสัตว์
(๑๐) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๑๑) กำจัดมูลฝอย
(๑๒) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการใดๆ
ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน ๒,๐๐๐
ตารางเมตร
(๒) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำป่าสักไม่น้อยกว่า
๖ เมตร และริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่นไม่น้อยกว่า ๓ เมตร
ข้อ ๘ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยสถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซ
สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ
ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓) สถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๗) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๘) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๙) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
(๑๐) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงสัตว์
(๑๑) โรงฆ่าสัตว์
(๑๒) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๑๓) กำจัดมูลฝอย
(๑๔) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการใดๆ
ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน ๒,๐๐๐
ตารางเมตร
(๒) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำป่าสักไม่น้อยกว่า
๖ เมตร และริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่นไม่น้อยกว่า ๓ เมตร
ข้อ ๙ ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม การอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซ
สถานที่เก็บก๊าซ และห้องบรรจุก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ
ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓) สถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๗) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงสัตว์
(๘) โรงฆ่าสัตว์
(๙) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๑๐) กำจัดมูลฝอย
(๑๑) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการใดๆ
ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน ๒,๐๐๐
ตารางเมตร
(๒) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำป่าสักไม่น้อยกว่า
๖ เมตร และริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่นไม่น้อยกว่า ๓ เมตร
ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม
คลังสินค้า สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๒) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๓) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๔) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรม
(๖) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(๗) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา
(๘) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนพิการ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำป่าสักไม่น้อยกว่า
๖ เมตร และริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่นไม่น้อยกว่า ๓ เมตร
ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่ออุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการในลักษณะโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท
ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ โรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
คลังสินค้า สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่นให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดนํ้าเสียรวมของชุมชน
(๒) เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๓) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๔) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรม
(๖) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(๗) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา
(๘) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนพิการ
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการใดๆ
ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน ๒,๐๐๐
ตารางเมตร
(๒) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๓) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำป่าสักไม่น้อยกว่า
๖ เมตร และริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่นไม่น้อยกว่า ๓ เมตร
ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม
การอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
และโรงงานบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน
(๒) สถานที่บรรจุก๊าซ
และสถานที่เก็บก๊าซ ตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวแต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ
ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓) สถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้า
(๕) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๖) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๘) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
เว้นแต่เป็นการจัดสรรที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละสิบของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๙) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว
เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละสิบของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๑๐) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด หรือหอพัก
(๑๑) การอยู่อาศัยประเภทบ้านแถว เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละสิบของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๑๒) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุในระยะ ๑๐๐ เมตร จากเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๐๒๒ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๒๓ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๗๐
ในกรณีที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
ตาม (๘) และเพื่อการอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว ตาม (๙)
ดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเดียวกัน ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละสิบของพื้นที่โครงการทั้งหมด
และให้ดำเนินการได้ในห้องแถวหรือตึกแถวที่ก่อสร้างต่อเนื่องกันและมีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน
๓๐๐ ตารางเมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อกิจการใดๆ
ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน ๒,๐๐๐
ตารางเมตร
(๒) ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๓) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต เว้นแต่เป็นสถาบันราชการ
สถาบันศาสนา การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่เป็นของรัฐ
(๔) ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำป่าสักไม่น้อยกว่า
๖ เมตร และริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่นไม่น้อยกว่า ๓ เมตร
ข้อ ๑๓ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเฉพาะที่ดินซึ่งเป็นของรัฐ
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำที่เป็นของรัฐ
ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายให้ใช้ประโยชน์
ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือสาธารณประโยชน์
การเกษตรกรรม การเพาะปลูก การอยู่อาศัย หรือประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเท่านั้นและห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๒) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
(๓) การอยู่อาศัยประเภทตึกแถวหรือบ้านแถว
(๔) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด
อาคารชุด หรือหอพัก
(๕) โรงซ่อม
สร้าง หรือบริการยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ทุกชนิด
(๖) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๗) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินตามวรรคสองเพื่อกิจการใด ๆ ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่ทั้งหมดรวมกันไม่เกิน
๑,๐๐๐ ตารางเมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำป่าสักไม่น้อยกว่า
๖ เมตร และริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่นไม่น้อยกว่า ๓ เมตร
ข้อ ๑๔ ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา
สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๕ ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา
การศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๖ ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการของรัฐ กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๗ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
พลอากาศเอก
คงศักดิ์ วันทนา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
บัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนท่าเรือ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. ๒๕๔๙
๒.
แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนท่าเรือ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. ๒๕๔๙
๓. แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนท่าเรือ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. ๒๕๔๙
๔.
รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนท่าเรือ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. ๒๕๔๙
๕.
แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนท่าเรือ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. ๒๕๔๙
๖.
รายการประกอบแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนท่าเรือ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. ๒๕๔๙
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:− เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลบ้านร่อม
ตำบลท่าเรือ ตำบลจำปา ตำบลท่าหลวง ตำบลท่าเจ้าสนุก และตำบลศาลาลอย อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง
และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออก
กฎกระทรวงนี้
พัชรินทร์/ผู้จัดทำ
๒๘
เมษายน ๒๕๔๙
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๓๙ ก/หน้า ๑๙/๒๐ เมษายน ๒๕๔๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).