มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
พิมพ์ หมายความว่า ทำให้เป็นตัวหนังสือหรือรูปรอยอย่างใด ๆ
โดยการกด หรือการใช้พิมพ์หิน เครื่องกล วิธีเคมี หรือวิธีอื่นใดอันอาจให้เกิด
เป็นสิ่งพิมพ์ขึ้นหลายสำเนา
สิ่งพิมพ์ หมายความว่า สมุด แผ่นกระดาษหรือวัตถุใด ๆ
ที่พิมพ์ขึ้น
รวมตลอดทั้งบทเพลง แผนที่ แผนผัง แผนภาพ ภาพวาด ภาพระบายสี ใบประกาศแผ่นเสียง
หรือสิ่งอื่นใดอันมีลักษณะเช่นเดียวกัน
หนังสือพิมพ์ หมายความว่า
สิ่งพิมพ์ซึ่งมีชื่อจ่าหน้าเช่นเดียวกันและออก
หรือเจตนาจะออกตามลำดับเรื่อยไป มีกำหนดระยะเวลาหรือไม่ก็ตามมีข้อความต่อเนื่องกัน
หรือไม่ก็ตาม
ผู้พิมพ์ หมายความว่า บุคคลซึ่งจัดการและรับผิดชอบในการพิมพ์
ผู้โฆษณา หมายความว่า
บุคคลซึ่งรับผิดชอบในการผลิตสิ่งพิมพ์และจัด
ให้สิ่งพิมพ์นั้นแพร่หลายด้วยประการใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นโดยการขาย เสนอขาย
จ่ายแจก หรือ
เสนอจ่ายแจก และไม่ว่าการนั้นจะเป็นการให้เปล่าหรือไม่
บรรณาธิการ หมายความว่า บุคคลซึ่งรับผิดชอบในการจัดทำตรวจแก้
คัดเลือก หรือควบคุมบทประพันธ์ หรือสิ่งอื่นในหนังสือพิมพ์
เจ้าของหนังสือพิมพ์ หมายความว่า บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์
หนังสือพิมพ์
รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการให้เป็นไปตาม
พระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕
บุคคลผู้เดียวจะเป็นผู้พิมพ์และผู้โฆษณาสิ่งพิมพ์นอกจาก
หนังสือพิมพ์ หรือเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ และเจ้าของหนังสือพิมพ์ใน
ขณะเดียวกันก็ได้
บุคคลดังระบุไว้ในวรรคก่อน
เว้นแต่บรรณาธิการ จะเป็นนิติบุคคลก็ได้
ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่า หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ หรือหุ้นส่วน
หรือกรรมการใด
ซึ่งได้รับมอบหมายเพื่อการนี้ เป็นผู้แทนของนิติบุคคลนั้นเพื่อความประสงค์แห่ง
พระราชบัญญัตินี้
แต่ผู้แทนนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่เป็นผู้ไม่มีสิทธิหรือขาดสิทธิ
ดังกำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ในอันที่บุคคลธรรมดาจะเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์
ผู้พิมพ์ หรือผู้โฆษณา
มาตรา ๖ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่สิ่งพิมพ์
ดังต่อไปนี้ คือ
(๑)
สิ่งพิมพ์ของรัฐบาลหรือเทศบาล
(๒)
สิ่งพิมพ์ซึ่งรัฐมนตรีกำหนด
(๓) บัตร ตราสาร
แบบพิมพ์ และรายงานซึ่งใช้กันตามปกติในการ
ส่วนตัว การสังคม การเมือง การค้า หรือกิจธุระ
มาตรา ๗ บุคคลใดประสงค์จะตรวจดู คัดสำเนา
หรือให้เจ้าหน้าที่
รับรอง สำเนา สมุดทะเบียน ใบอนุญาตหรือเอกสารใดเกี่ยวกับสมุดทะเบียน
หรือใบอนุญาต นอกจากส่วนซึ่งเป็นความลับ มีสิทธิที่จะทำได้ในเมื่อได้เสีย
ค่าธรรมเนียมดังต่อไปนี้แล้ว
(๑) ค่าตรวจดู และ
หรือ คัดสำเนา แผ่นละสิบสตางค์ แต่รวมทั้งเรื่อง
ครั้งหนึ่งไม่เกินกว่าหนึ่งบาท
(๒)
ค่าเจ้าหน้าที่รับรองสำเนา แผ่นละยี่สิบสตางค์ แต่รวมทั้งเรื่อง
ครั้งหนึ่งไม่เกินกว่าสองบาท
แต่ถ้ากระทำในหน้าที่ราชการ
ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
มาตรา ๘ อธิบดีกรมตำรวจหรือผู้รักษาการแทนมีอำนาจออกคำสั่ง
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ห้ามการสั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสิ่งพิมพ์ใด ๆ
อันระบุชื่อไว้ในคำสั่งนั้นโดยมีกำหนดเวลาหรือไม่ก็ได้
มาตรา ๙ เมื่อปรากฏว่าได้มีการโฆษณา
หรือเตรียมการโฆษณาสิ่งพิมพ์ใด ๆ
ซึ่งเจ้าพนักงานการพิมพ์เห็นว่าอาจจะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
เจ้าพนักงานการพิมพ์อาจมีคำสั่งเป็นหนังสือแก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะ
หรือมีคำสั่งทั่วไปโดย
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือหนังสือพิมพ์รายวัน
ห้ามการขายหรือจ่ายแจกสิ่งพิมพ์นั้น
ทั้งจะให้ยึดสิ่งพิมพ์และแม่พิมพ์นั้นด้วยก็ได้
ถ้าผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้แยกยึดแต่เฉพาะส่วนของสิ่งพิมพ์หรือแม่พิมพ์
เท่าที่จำเป็น และการแยกเช่นนี้อาจทำได้ ก็ให้แยกยึดได้
แต่ค่าใช้จ่ายในการแยกนี้ให้ผู้ร้องขอ
เป็นผู้เสีย
ถ้าพ้นกำหนดสามปีแล้ว
เจ้าพนักงานการพิมพ์มิได้ถอนการยึดสิ่งพิมพ์หรือ
แม่พิมพ์ซึ่งได้ยึดไว้
เจ้าพนักงานการพิมพ์อาจสั่งให้ทำลายสิ่งพิมพ์นั้นเสียได้ แต่ต้องแจ้งให้
เจ้าของทราบ ส่วนแม่พิมพ์นั้นอาจสั่งให้รื้อ
หรือทำโดยประการอื่นมิให้ใช้พิมพ์ต่อไป แต่ต้อง
คืนตัวพิมพ์และวัตถุแห่งแม่พิมพ์ทั้งสิ้นที่เหลืออยู่ให้แก่ผู้เป็นเจ้าของ
มาตรา ๑๐ คำสั่งของเจ้าพนักงานการพิมพ์ตามมาตรา ๙
วรรคหนึ่ง
มาตรา ๒๑ (๒) และ (๓) มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๖ เฉพาะที่ให้พักใช้ หรือ
ถอนใบอนุญาต หรือให้งดการเป็นผู้โฆษณาบรรณาธิการ หรือเจ้าของหนังสือพิมพ์ และ
มาตรา ๓๗ เฉพาะที่เกี่ยวกับผู้โฆษณานั้น
ให้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายในกำหนดเจ็ดวัน
นับแต่วันได้ทราบคำสั่งนั้น
แต่การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งของ
เจ้าพนักงานการพิมพ์
คำสั่งของรัฐมนตรีให้ถือเป็นเด็ดขาด
เมื่อคำสั่งของเจ้าพนักงานการพิมพ์เป็นไปโดยสุจริต
แม้รัฐมนตรีจะสั่งยก
หรือแก้ไขประการใดก็ตาม
เจ้าพนักงานการพิมพ์ไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหายอันเกิดแต่คำสั่งนั้น
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).