ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประกอบด้วย รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ที่เลขาธิการมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักบริหารกลาง เป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนัก
กอง ศูนย์ ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร
และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายปฏิรูปที่ดินเป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง
เป็นกรรมการ และเลขานุการ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบงานคลัง
และผู้อำนวยการกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ ๗ คณะกรรมการ
มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์
แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของราชการ
เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
และระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๒) กำกับ ติดตาม และตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๐ และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(๓) พิจารณาเปิดเผย หรือไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖
และพิจารณาตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
ให้สอดคล้องกับกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(๔) พิจารณาข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๒๖
แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ (เอกสารประวัติศาสตร์)
ในการส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(๕) ให้คำแนะนำ
หรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับปรับปรุงและเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร
ของราชการกับหน่วยงานของรัฐและเอกชน
(๖)
พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร
พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔
ในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๗) แจ้งให้หน่วยงานต่าง ๆ ในสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ให้ความร่วมมือเพื่อดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร
พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔
ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
(๘) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน
เพื่อช่วยปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ ที่สอดคล้อง
และสนับสนุนการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๔ ตามความเหมาะสม พร้อมทั้งมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้แก่คณะอนุกรรมการ
หรือคณะทำงานดังกล่าวได้ตามความเหมาะสม
(๙) ดำเนินการเรื่องอื่นใดตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๘ การประชุมคณะกรรมการต้องมีคณะกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมด
จึงจะเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจมาประชุมได้
ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเพื่อเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ ๙ ให้นำความในข้อ ๘
มาให้บังคับกับการประชุมกับคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่คณะกรรมการแต่งตั้งโดยอนุโลม
การจัดข้อมูลข่าวสารของราชการ