ระเบียบสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ระเบียบสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๗[๑]
โดยที่พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้
ประกอบกับข้อ ๔ ของประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู
ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๑
กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจะกำหนดระเบียบปฏิบัติในการให้ประชาชนเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสารเพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย
หรือความปลอดภัยก็ได้ โดยคำนึงถึงความสะดวกของประชาชนผู้ขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารด้วย
ดังนั้น เพื่อให้การบริหารการจัดระบบ การขอ การอนุญาต
และการบริการข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ
อาศัยอำนาจตามมาตรา ๗ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๖
แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๗
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการ
ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ ลูกจ้างชั่วคราว
และผู้มาช่วยปฏิบัติราชการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
ส.ป.ก. หมายความว่า สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ข้อมูลข่าวสาร หมายความว่า
สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือสิ่งใด ๆ
ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้น จะทำโดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใด ๆ
และไม่ว่าจะได้จัดทำไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาด
ภาพถ่าย ฟิล์ม การบันทึกภาพ หรือเสียง การบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์
หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้
ข้อมูลข่าวสารลับ หมายความว่า
ข้อมูลข่าวสารตามคำนิยามที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๔
ข้อมูลข่าวสารของราชการ หมายความว่า
ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
และหน่วยงานในสังกัด ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
หน่วยงานในสังกัด หมายความว่า
หน่วยงานที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด หมายความว่า
ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน
ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร และปฏิรูปที่ดินจังหวัด ในสังกัดสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ หมายความว่า ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
คณะกรรมการ หมายความว่า
คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
แบบคำขอ หมายความว่า แบบคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการตามระเบียบนี้
เลขาธิการ หมายความว่า
เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ข้อ ๕ ให้เลขาธิการรักษาการตามระเบียบนี้
และให้มีอำนาจออกประกาศหรือคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ให้เลขาธิการเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดคำวินิจฉัยนั้นให้เป็นที่สุด
คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประกอบด้วย รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ที่เลขาธิการมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักบริหารกลาง เป็นประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนัก
กอง ศูนย์ ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร
และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายปฏิรูปที่ดินเป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง
เป็นกรรมการ และเลขานุการ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบงานคลัง
และผู้อำนวยการกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ ๗ คณะกรรมการ
มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์
แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของราชการ
เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
และระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๒) กำกับ ติดตาม และตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๐ และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(๓) พิจารณาเปิดเผย หรือไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖
และพิจารณาตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
ให้สอดคล้องกับกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(๔) พิจารณาข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๒๖
แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ (เอกสารประวัติศาสตร์)
ในการส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(๕) ให้คำแนะนำ
หรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับปรับปรุงและเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร
ของราชการกับหน่วยงานของรัฐและเอกชน
(๖)
พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร
พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔
ในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(๗) แจ้งให้หน่วยงานต่าง ๆ ในสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ให้ความร่วมมือเพื่อดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร
พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔
ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
(๘) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน
เพื่อช่วยปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ ที่สอดคล้อง
และสนับสนุนการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๔ ตามความเหมาะสม พร้อมทั้งมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้แก่คณะอนุกรรมการ
หรือคณะทำงานดังกล่าวได้ตามความเหมาะสม
(๙) ดำเนินการเรื่องอื่นใดตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๘ การประชุมคณะกรรมการต้องมีคณะกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมด
จึงจะเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจมาประชุมได้
ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเพื่อเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ ๙ ให้นำความในข้อ ๘
มาให้บังคับกับการประชุมกับคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่คณะกรรมการแต่งตั้งโดยอนุโลม
การจัดข้อมูลข่าวสารของราชการ
ข้อ ๑๐ ให้หน่วยงานที่ให้บริการรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือความควบคุมดูแล
ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
โดยมีรายละเอียดเพียงพอที่ประชาชนสามารถค้นข้อมูลข่าวสารได้เอง
ข้อ ๑๑ ให้หน่วยงานในสังกัด
จัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในครอบครอง หรือควบคุมดูแล
โดยให้แยกประเภทข้อมูลข่าวสารตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. ๒๕๔๐ ดังนี้
(๑) ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา ๗
(๒) ข้อมูลข่าวสารของราชการที่จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้
ตามมาตรา ๙
(๓) ข้อมูลข่าวสารอื่น ตามมาตรา ๑๑
การจัดแยกข้อมูลข่าวสารของราชการตามวรรคหนึ่ง
ให้คำนึงถึงลักษณะของข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการด้วยว่า
เป็นข้อมูลข่าวสารที่จะเปิดเผยมิได้ ตามมาตรา ๑๔ หรือเป็นข้อมูลข่าวสาร
ที่อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือไม่ด้วย
ให้หน่วยงานในสังกัดจัดส่งข้อมูลข่าวสารตาม (๑) และ (๒)
ไปยังหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๐
ข้อ ๑๒ ในการดำเนินงานตามข้อ ๑๑
ให้หน่วยงานในสังกัดจัดให้มีเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมดูแล ตรวจสอบ ติดตาม
และประสานงานในการดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และทันสมัย
อยู่เสมอ
วิธีการปฏิบัติต่อข้อมูลข่าวสารลับ
ข้อ ๑๓ การปฏิบัติต่อข้อมูลข่าวสารลับมิให้รั่วไหล
และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ และกฎหมาย
หรือระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด
ให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จัดทำระเบียบ คำสั่ง
ประกาศ หรือหลักปฏิบัติอื่นใด
สอดคล้องกับระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ และกฎหมาย
หรือระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ตามความเหมาะสม
การขอข้อมูลข่าวสารของราชการและการอนุญาต
ข้อ ๑๔ ผู้ใดประสงค์จะเข้าตรวจ
หรือขอสำเนา หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้อง ของข้อมูลข่าวสาร
ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือตามแบบคำขอท้ายระเบียบนี้ต่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ
หรือยื่นต่อหน่วยงานในสังกัดที่ครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสาร นั้น
ในกรณีการขอข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานในสังกัดโดยตรง
ให้หน่วยงานในสังกัดที่ให้ข้อมูลข่าวสาร
แจ้งการขอข้อมูลข่าวสารให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารทราบด้วย
เพื่อรวบรวมและจัดทำรายงานประจำปี รายงานต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบต่อไป
ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอตรวจสอบว่าข้อมูลข่าวสารของราชการตามคำขอนั้น
เป็นข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือดูแลของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
หรือหน่วยงานในสังกัดอื่น และให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารของราชการอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
ให้เสนอเรื่องต่อบุคคลตามข้อ ๑๕ (๑) เพื่อพิจารณา
(๒)
ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารของราชการอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัด
ให้ประสานงานไปยังหน่วยงานดังกล่าว เพื่อดำเนินการให้บุคคลผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ
๑๕ (๒) เพื่อพิจารณา
ข้อ ๑๕ ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ตรวจดู
หรือให้ทำสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการ
(๑) ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง หรือผู้ได้รับมอบหมาย
สำหรับข้อมูลข่าวสาร ของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
เว้นแต่ ข้อมูลข่าวสารของราชการนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารลับ
หรือเป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.
๒๕๔๐ ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ส.ป.ก. เป็นผู้พิจารณาอนุญาต
(๒) หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด
หรือผู้ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดมอบหมาย
สำหรับข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัดตน
เว้นแต่ข้อมูลข่าวสารของราชการนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารลับ
หรือเป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.
๒๕๔๐
ให้ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดที่ครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารนั้น
เป็นผู้พิจารณาอนุญาต
(๓) คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม สำหรับข้อมูลข่าวสารทุกประเภท
ในกรณีที่ผู้มีอำนาจตาม (๑) และ (๒)
ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าข้อมูลข่าวสารของราชการใด
เป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่ ให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการ
ตาม (๓) เพื่อพิจารณาวินิจฉัย
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๕ (๑)
หรือ ๑๕ (๒) มีคำสั่งอนุญาตตามคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอตรวจดู
หรือรับสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการนั้น ณ
หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ
หรือที่หน่วยงานในสังกัดที่ครอบครองหรือควบคุมข้อมูลข่าวสาร นั้น
ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารของราชการอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัดใด
หากหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารร้องขอให้หน่วยงานในสังกัดจัดส่งข้อมูลข่าวสาร
หรือสำเนาข้อมูลข่าวสารให้แก่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอตรวจ หรือรับสำเนาข้อมูลข่าวสาร นั้น
ข้อ ๑๗ ในกรณีผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๕ มีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ
ให้แจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ
และแจ้งให้ทราบถึงสิทธิและกำหนดเวลาในการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา
๑๘ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ด้วย
ข้อ ๑๘ ข้อมูลข่าวสารของราชการใดหากมีกฎหมาย
ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือ
มติคณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาตไว้เป็นพิเศษ
ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย
การบริการข้อมูลข่าวสารของราชการ
ข้อ ๑๙ ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
มีหน้าที่ให้บริการข้อมูลตามระเบียบนี้ และประสานงานกับหน่วยงานในสังกัด
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ รวมทั้งมีอำนาจ และหน้าที่ดำเนินการ
ดังนี้
(๑) รวบรวมข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ทันสมัย และที่เปิดเผยได้ ไว้เพื่อให้บริการ
(๒) อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอ
(๓)
ข้อมูลข่าวสารใดที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมเหตุผล
(๔)
ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลข่าวสาร
(๕) กำหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติในการขอข้อมูลข่าวสาร
ข้อ ๒๐ เมื่อมีผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารด้วยตนเองที่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
ให้ผู้ยื่นคำขอกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบท้ายระเบียบนี้
หากผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะกรอกแบบดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารเป็นผู้ดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารแทน
และให้ผู้ยื่นคำขอลงนามก่อนนำเสนอผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง
หรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาดำเนินการต่อไป
กรณีผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารด้วยตนเองที่หน่วยงานในสังกัด
ให้ผู้ยื่นคำขอกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบท้ายระเบียบนี้
หากผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะกรอกแบบดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัดเป็นผู้ดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารแทน
และให้ผู้ยื่นคำขอลงนามก่อนนำเสนอหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด
หรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาดำเนินการต่อไป
ในกรณีการขอข้อมูลข่าวสารทางโทรศัพท์ โทรสาร
หรือวิธีการอื่นใดนอกจากการติดต่อด้วยตนเองตามวรรคแรกและวรรคสอง
ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัดเป็นผู้ดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบท้ายระเบียบนี้
และให้หมายเหตุไว้ด้วยว่าเป็นการขอโดยวิธีใดแล้วนำเสนอผู้มีอำนาจตามวรรคแรก
หรือวรรคสองพิจารณาดำเนินการต่อไป
ข้อ ๒๑ ในการดำเนินการตามข้อ ๒๐
ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและหน่วยงานในสังกัดจัดเก็บสถิติผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารทุกกรณี
และให้หน่วยงานในสังกัดจัดส่งสถิติดังกล่าว
พร้อมสำเนาแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารให้แก่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารภายในเดือนกันยายนของทุกปี
และให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารรวบรวมสถิติของผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารทั้งหมด
รายงานต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป
ข้อ ๒๒ ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
หรือหน่วยงานในสังกัดดำเนินการ ในการให้ข้อมูลข่าวสาร ดังนี้
(๑)
ให้ข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร ของราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๐ แก่ผู้ยื่นคำขอ
โดยแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาลงนามเพื่อรับเอกสารที่ร้องขอโดยเร็ว
(๒) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารใดที่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
หรือหน่วยงาน ในสังกัดไม่สามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาได้ว่าจะเปิดเผยได้หรือไม่
ให้ส่งข้อมูลข่าวสารนั้นเสนอคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าสามารถเปิดเผยได้หรือไม่
(๓) อำนวยความสะดวกและหรือประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง
เพื่อขอข้อมูลข่าวสารในกรณีที่ไม่มีข้อมูลข่าวสารอยู่ที่หน่วยงานนั้น
ข้อ ๒๓ ให้หน่วยงานในสังกัดที่เป็นเจ้าของข้อมูลข่าวสาร
หรือครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสาร
จะต้องปฏิบัติและให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
ข้อ ๒๔ ในกรณีผู้ยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารประสงค์ให้รับรองสำเนาถูกต้องของข้อมูลข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
หรือหน่วยงานในสังกัดที่เป็นเจ้าของข้อมูลข่าวสารตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการกลุ่ม
หรือเทียบเท่าขึ้นไป เป็นผู้ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
ข้อ ๒๕ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
การยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือการลดอัตราค่าธรรมเนียมการขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และอัตราแนบท้ายระเบียบนี้
ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
หรือหน่วยงานในสังกัดเมื่อรับคำขอและค่าธรรมเนียมการขอสำเนา
หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไว้แล้ว
ให้นำส่งค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้แก่กลุ่มการเงิน สำนักบริหารกลาง
หรือกลุ่มการเงินบัญชีและจัดเก็บผลประโยชน์ สำหรับกรณีหน่วยงานในภูมิภาค
ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักบริหารกลางกำหนด เพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
สถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร
ข้อ ๒๖ ให้มีสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารให้แก่หน่วยงาน
และประชาชนที่มาติดต่อขอรับ ศึกษา ค้นคว้า ข้อมูลข่าวสารของราชการ
หรือให้คำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ ดังนี้
ส่วนกลาง
ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นศูนย์กลาง
การรับเรื่องและให้บริการข้อมูลข่าวสารโดยเป็นสถานที่ติดต่อสอบถาม
และรับคำขอจากผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสาร
ส่วนภูมิภาค ให้จัดสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ ณ
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดต่าง ๆ
ข้อ ๒๗ ให้กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่
สำนักบริหารกลางเป็นหน่วยงานดูแลศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) แนะนำ กำกับ ดูแลการให้บริการข้อมูลข่าวสารของสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม และดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสาร
(๒) ตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน
หรือบัตรแสดงตนที่ทางราชการออกให้ของผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสาร
ให้ตรงกับการกรอกข้อความในแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสาร
(๓) จัดให้มีแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารสำหรับผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสาร
โดยจัดบริการไว้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๘ การใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ
และยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ระเบียบฉบับนี้ใช้บังคับให้ดำเนินการต่อไปจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ
หรือจนกว่าจะสามารถดำเนินการตามระเบียบนี้ได้
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
วีระชัย
นาควิบูลย์วงศ์
เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
[เอกสารแนบท้าย]
๑. หลักเกณฑ์และอัตราเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการขอสำเนา
หรือสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๑๓๓ ง/หน้า ๑/๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).