我的書籤免費註冊

ระเบียบสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2557 หมวด ๕

ข้อ ๑๙–ข้อ ๒๕共 7 條

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร มีหน้าที่ให้บริการข้อมูลตามระเบียบนี้ และประสานงานกับหน่วยงานในสังกัด เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ รวมทั้งมีอำนาจ และหน้าที่ดำเนินการ ดังนี้ (๑) รวบรวมข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ทันสมัย และที่เปิดเผยได้ ไว้เพื่อให้บริการ (๒) อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอ (๓) ข้อมูลข่าวสารใดที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมเหตุผล (๔) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลข่าวสาร (๕) กำหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติในการขอข้อมูลข่าวสาร

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อมีผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารด้วยตนเองที่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้ผู้ยื่นคำขอกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบท้ายระเบียบนี้ หากผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะกรอกแบบดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารเป็นผู้ดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารแทน และให้ผู้ยื่นคำขอลงนามก่อนนำเสนอผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง หรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาดำเนินการต่อไป กรณีผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารด้วยตนเองที่หน่วยงานในสังกัด ให้ผู้ยื่นคำขอกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบท้ายระเบียบนี้ หากผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะกรอกแบบดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัดเป็นผู้ดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารแทน และให้ผู้ยื่นคำขอลงนามก่อนนำเสนอหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด หรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาดำเนินการต่อไป ในกรณีการขอข้อมูลข่าวสารทางโทรศัพท์ โทรสาร หรือวิธีการอื่นใดนอกจากการติดต่อด้วยตนเองตามวรรคแรกและวรรคสอง ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัดเป็นผู้ดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบท้ายระเบียบนี้ และให้หมายเหตุไว้ด้วยว่าเป็นการขอโดยวิธีใดแล้วนำเสนอผู้มีอำนาจตามวรรคแรก หรือวรรคสองพิจารณาดำเนินการต่อไป

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในการดำเนินการตามข้อ ๒๐ ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและหน่วยงานในสังกัดจัดเก็บสถิติผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารทุกกรณี และให้หน่วยงานในสังกัดจัดส่งสถิติดังกล่าว พร้อมสำเนาแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารให้แก่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารภายในเดือนกันยายนของทุกปี และให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารรวบรวมสถิติของผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารทั้งหมด รายงานต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร หรือหน่วยงานในสังกัดดำเนินการ ในการให้ข้อมูลข่าวสาร ดังนี้ (๑) ให้ข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร ของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ แก่ผู้ยื่นคำขอ โดยแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาลงนามเพื่อรับเอกสารที่ร้องขอโดยเร็ว (๒) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารใดที่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร หรือหน่วยงาน ในสังกัดไม่สามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาได้ว่าจะเปิดเผยได้หรือไม่ ให้ส่งข้อมูลข่าวสารนั้นเสนอคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าสามารถเปิดเผยได้หรือไม่ (๓) อำนวยความสะดวกและหรือประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอข้อมูลข่าวสารในกรณีที่ไม่มีข้อมูลข่าวสารอยู่ที่หน่วยงานนั้น

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้หน่วยงานในสังกัดที่เป็นเจ้าของข้อมูลข่าวสาร หรือครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสาร จะต้องปฏิบัติและให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีผู้ยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารประสงค์ให้รับรองสำเนาถูกต้องของข้อมูลข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร หรือหน่วยงานในสังกัดที่เป็นเจ้าของข้อมูลข่าวสารตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการกลุ่ม หรือเทียบเท่าขึ้นไป เป็นผู้ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม การยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือการลดอัตราค่าธรรมเนียมการขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และอัตราแนบท้ายระเบียบนี้ ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร หรือหน่วยงานในสังกัดเมื่อรับคำขอและค่าธรรมเนียมการขอสำเนา หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไว้แล้ว ให้นำส่งค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้แก่กลุ่มการเงิน สำนักบริหารกลาง หรือกลุ่มการเงินบัญชีและจัดเก็บผลประโยชน์ สำหรับกรณีหน่วยงานในภูมิภาค ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักบริหารกลางกำหนด เพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน สถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).