ข้อ ๑๙ ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
มีหน้าที่ให้บริการข้อมูลตามระเบียบนี้ และประสานงานกับหน่วยงานในสังกัด
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ รวมทั้งมีอำนาจ และหน้าที่ดำเนินการ
ดังนี้
(๑) รวบรวมข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ทันสมัย และที่เปิดเผยได้ ไว้เพื่อให้บริการ
(๒) อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอ
(๓)
ข้อมูลข่าวสารใดที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมเหตุผล
(๔)
ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลข่าวสาร
(๕) กำหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติในการขอข้อมูลข่าวสาร
ข้อ ๒๐ เมื่อมีผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารด้วยตนเองที่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
ให้ผู้ยื่นคำขอกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบท้ายระเบียบนี้
หากผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะกรอกแบบดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารเป็นผู้ดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารแทน
และให้ผู้ยื่นคำขอลงนามก่อนนำเสนอผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง
หรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาดำเนินการต่อไป
กรณีผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารด้วยตนเองที่หน่วยงานในสังกัด
ให้ผู้ยื่นคำขอกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบท้ายระเบียบนี้
หากผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะกรอกแบบดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัดเป็นผู้ดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารแทน
และให้ผู้ยื่นคำขอลงนามก่อนนำเสนอหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด
หรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาดำเนินการต่อไป
ในกรณีการขอข้อมูลข่าวสารทางโทรศัพท์ โทรสาร
หรือวิธีการอื่นใดนอกจากการติดต่อด้วยตนเองตามวรรคแรกและวรรคสอง
ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัดเป็นผู้ดำเนินการกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารตามแบบท้ายระเบียบนี้
และให้หมายเหตุไว้ด้วยว่าเป็นการขอโดยวิธีใดแล้วนำเสนอผู้มีอำนาจตามวรรคแรก
หรือวรรคสองพิจารณาดำเนินการต่อไป
ข้อ ๒๑ ในการดำเนินการตามข้อ ๒๐
ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและหน่วยงานในสังกัดจัดเก็บสถิติผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารทุกกรณี
และให้หน่วยงานในสังกัดจัดส่งสถิติดังกล่าว
พร้อมสำเนาแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารให้แก่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารภายในเดือนกันยายนของทุกปี
และให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารรวบรวมสถิติของผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารทั้งหมด
รายงานต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป
ข้อ ๒๒ ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
หรือหน่วยงานในสังกัดดำเนินการ ในการให้ข้อมูลข่าวสาร ดังนี้
(๑)
ให้ข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร ของราชการ
พ.ศ. ๒๕๔๐ แก่ผู้ยื่นคำขอ
โดยแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาลงนามเพื่อรับเอกสารที่ร้องขอโดยเร็ว
(๒) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารใดที่หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
หรือหน่วยงาน ในสังกัดไม่สามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาได้ว่าจะเปิดเผยได้หรือไม่
ให้ส่งข้อมูลข่าวสารนั้นเสนอคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าสามารถเปิดเผยได้หรือไม่
(๓) อำนวยความสะดวกและหรือประสานงานกับหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง
เพื่อขอข้อมูลข่าวสารในกรณีที่ไม่มีข้อมูลข่าวสารอยู่ที่หน่วยงานนั้น
ข้อ ๒๓ ให้หน่วยงานในสังกัดที่เป็นเจ้าของข้อมูลข่าวสาร
หรือครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสาร
จะต้องปฏิบัติและให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
ข้อ ๒๔ ในกรณีผู้ยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารประสงค์ให้รับรองสำเนาถูกต้องของข้อมูลข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
หรือหน่วยงานในสังกัดที่เป็นเจ้าของข้อมูลข่าวสารตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการกลุ่ม
หรือเทียบเท่าขึ้นไป เป็นผู้ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
ข้อ ๒๕ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
การยกเว้นค่าธรรมเนียมหรือการลดอัตราค่าธรรมเนียมการขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และอัตราแนบท้ายระเบียบนี้
ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสาร
หรือหน่วยงานในสังกัดเมื่อรับคำขอและค่าธรรมเนียมการขอสำเนา
หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไว้แล้ว
ให้นำส่งค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้แก่กลุ่มการเงิน สำนักบริหารกลาง
หรือกลุ่มการเงินบัญชีและจัดเก็บผลประโยชน์ สำหรับกรณีหน่วยงานในภูมิภาค
ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักบริหารกลางกำหนด เพื่อนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
สถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).