法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า การส่งออก การนำผ่าน และการมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้างซึ่งวัตถุอันตราย ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2565

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนําเข้า การส่งออก การนําผ่าน

และการมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้างซึ่งวัตถุอันตราย

ที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ

พ.ศ. 2565

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 มาตรา 20 (1) และมาตรา 44 (1) แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นของคณะกรรมการวัตถุอันตรายในการประชุมครั้งที่ 5-1/2565 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนําเข้า การส่งออก และการมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้าง ซึ่งวัตถุอันตรายที่สํานักงาน คณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2555 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“วัตถุอันตราย” หมายความว่า วัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา รับผิดชอบ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย ออกตามความใน มาตรา 18 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้ผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 ต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

4.1 ปฏิบัติเกี่ยวกับสถานที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ และภาชนะบรรจุในการผลิต ดังนี้

(1) สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายต้องตั้งอยู่ในทําเลที่เหมาะสม อาคารมั่นคง แข็งแรง มีบริเวณเพียงพอ และมีการระบายอากาศที่เหมาะสมที่จะประกอบกิจการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายนั้น ๆ โดยคํานึงถึงความปลอดภัยในการประกอบการเป็นหลัก

(2) ภายในอาคารผลิตวัตถุอันตรายควรแบ่งแยกบริเวณพื้นที่ในการผลิต แต่ละประเภทเป็นสัดส่วนโดยใช้เส้นหรือเครื่องหมายแสดงพื้นที่ให้เห็นได้อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการปะปน ของวัตถุอันตราย และพื้นของส่วนการผลิตวัตถุอันตรายต้องเรียบไม่กักขังหรือดูดซับสารเคมีใด ๆ

(3) จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอแก่สภาพการทํางานในบริเวณนั้น ๆ

(4) จัดทําแผ่นป้ายที่สามารถเห็นได้ง่าย ดังนี้ “ห้ามสูบบุหรี่ ดื่มน้ํา รับประทานอาหารหรือเก็บอาหาร” ซึ่งมีข้อความภาษาไทย อย่างน้อย ในบริเวณที่ปฏิบัติงาน

(5) จัดให้มีสถานที่สําหรับให้ผู้ปฏิบัติงานล้างมือ ล้างหน้า ก่อนรับประทานอาหาร หรือสถานที่สําหรับให้ผู้ปฏิบัติงานเปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดปฏิบัติงานตามความเหมาะสม

(6) จัดให้มีที่อาบน้ําฉุกเฉิน ที่ล้างตาฉุกเฉินตามความจําเป็นและเหมาะสม กับคุณสมบัติของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ เพื่อทําความสะอาดร่างกายขั้นต้น ดื่มน้ํา หรือสูบบุหรี่ เมื่อสัมผัสกับวัตถุอันตราย

(7) สถานที่รับประทานอาหาร ดื่มน้ํา หรือสูบบุหรี่ที่จัดให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ต้องแยกเป็นสัดส่วนต่างหากจากสถานที่ปฏิบัติงาน

(8) จัดให้มีเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ และภาชนะบรรจุ ที่เหมาะสมกับ ปริมาณและการผลิตแต่ละประเภท โดยเฉพาะภาชนะบรรจุหรือถังที่ใช้ในการผลิตจะต้องไม่เกิดปฏิกิริยา ทางเคมีกับวัตถุอันตรายที่ผลิต

(9) จัดให้มีป้ายแสดงชื่อวัตถุอันตรายและสัญลักษณ์ความเป็นอันตรายต่าง ๆ ตามคุณสมบัติของวัตถุอันตรายนั้น ไว้ที่อุปกรณ์การผลิตในขณะปฏิบัติงาน

(10) ทําความสะอาดเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ต่าง ๆ หลังจากการปฏิบัติงาน เกี่ยวกับวัตถุอันตรายแต่ละชนิดเสร็จสิ้น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนหรือเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ที่ไม่เหมาะสมเมื่อจะผลิตวัตถุอันตรายอื่นต่อไป

(11) มีวิธีการป้องกันมิให้วัตถุอันตรายรั่วไหลจากอุปกรณ์ในการผลิต ในลักษณะที่จะเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน

(12) ภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายต้องมั่นคงแข็งแรง ไม่รั่วไหล สะดวกต่อการขนย้าย ไม่ชํารุดเสียหาย แตกหัก หรือบุบสลายได้ง่าย และไม่มีปฏิกิริยาทางเคมีกับวัตถุอันตรายที่บรรจุอยู่ภายใน

(13) จัดให้มีระบบที่ดีและเหมาะสมเพื่อป้องกันกําจัด กลิ่น ละออง ไอระเหย ฝุ่นผงของวัตถุอันตราย โดยระบบดังกล่าวจะต้องสามารถป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่บริเวณ ใกล้เคียง และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคล และทรัพย์สิน

(14) ในกรณีที่มีการปล่อยของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใด ๆ จากสถานที่ผลิต วัตถุอันตรายที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(ก) จัดให้มีถังหรือบ่อพักสําหรับกักเก็บน้ําทิ้งจากการประกอบกิจการ เพื่อรอการบําบัดหรือจัดสร้างระบบบําบัดน้ําทิ้งที่มีประสิทธิภาพโดยสามารถบําบัดน้ําทิ้งให้มีคุณลักษณะ เป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานเกี่ยวกับการระบายน้ําทิ้ง ทั้งนี้ ต้องไม่ใช้วิธีทําให้เจือจาง

(ข) จัดให้มีระบบกําจัดอากาศเสียจากการประกอบกิจการที่มีประสิทธิภาพ โดยสามารถทําให้อากาศที่ระบายออกมานั้นมีปริมาณของสารเจือปนไม่เกินกว่าค่าที่กําหนดตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานเกี่ยวกับปริมาณของสารเจือปนในอากาศ ที่ระบายออกมา ทั้งนี้ ต้องไม่ใช้วิธีทําให้เจือจาง

(ค) การทําลายภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายรวมทั้งเศษเหลือของ วัตถุอันตรายต้องใช้วิธีการที่เหมาะสมกับวัตถุอันตรายและห้ามมิให้มีการทําลายสิ่งเหล่านั้นในบริเวณ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม

4.2 จัดให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัยสําหรับผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ผลิต ดังนี้

(1) จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมตามคุณสมบัติ ของวัตถุอันตรายเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้

(ก) เสื้อผ้าชุดปฏิบัติงาน

(ข) หมวก ถุงมือ รองเท้า

(ค) หน้ากาก และ แว่นตา ป้องกันสารเคมี

(ง) สิ่งกันเปื้อนที่ป้องกันการสัมผัสวัตถุอันตราย

(2) จัดให้มีเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet) ของ วัตถุอันตรายและสารเคมีอื่นที่เป็นองค์ประกอบในผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่อยู่ในสถานที่เก็บ หรือ สถานที่ปฏิบัติงานนั้น

(3) จัดให้มีการอบรมชี้แจงแนะนําผู้ปฏิบัติงาน ให้เข้าใจถึงอันตราย อันอาจ เกิดขึ้นได้ในขณะปฏิบัติงาน วิธีระมัดระวังป้องกันอันตราย การแก้ไข และการฝึกอบรม เพื่อป้องกัน เหตุฉุกเฉินให้พนักงานทุกคนอย่างน้อยปีละครั้ง

(4) จัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อป้องกัน อันตรายจากการมีวัตถุอันตรายสะสมอยู่ในร่างกาย และถ้าเป็นการปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัตถุอันตราย ที่มีสารประกอบออร์กาโนฟอสเฟตหรือสารคาร์บาเมต ต้องตรวจวิเคราะห์หาระดับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรสด้วย พร้อมทั้งจัดทําทะเบียนประวัติสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานแต่ละราย และหากตรวจพบความผิดปกติ อันเนื่องจากการปฏิบัติงานกับวัตถุอันตราย ต้องจัดให้ผู้นั้นได้รับการรักษาหรือไปปฏิบัติงานอื่น ตามความเหมาะสม

(5) ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน หรือเมื่อมีวัตถุอันตรายรั่วไหล หรือ ฟุ้งกระจาย ผู้ผลิตหรือผู้ซึ่งควบคุมการปฏิบัติงานต้องให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ทํางานในบริเวณนั้นหรือ บริเวณใกล้เคียงหยุดทํางานและออกไปให้พ้นรัศมีที่อาจได้รับอันตรายและดําเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบและแก้ไขโดยมิชักช้า

(6) จัดให้มีเครื่องปฐมพยาบาลพร้อมทั้งคําแนะนําวิธีปฐมพยาบาล ที่เหมาะสมกับประเภทของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ

4.3 จัดให้มีบันทึกการผลิตวัตถุอันตรายแต่ละครั้งของการผลิต โดยแบบบันทึก การผลิตอย่างน้อยต้องแสดง วัน เดือน ปีที่ผลิต ชื่อผลิตภัณฑ์ เลขที่ครั้งที่ผลิต ปริมาณการผลิตปริมาณวัตถุดิบที่ใช้พร้อมรุ่นที่ผลิต (ถ้ามี) และลายมือชื่อของผู้ควบคุมในการผลิต และให้เก็บบันทึก การผลิตไว้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้

4.4 ให้แจ้งปริมาณการผลิตวัตถุอันตรายในรอบหนึ่งปีปฏิทินให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ทราบภายในวันที่ 31 มกราคมของปีถัดไป ตามแบบ วอ./สธ 13 ท้ายประกาศนี้ โดยวิธีการแจ้ง อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) แจ้ง ณ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือแจ้งทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนตอบรับก็ได้และให้ถือวันที่ไปรษณีย์ประทับตราลงทะเบียนเป็นวันแจ้ง

(2) แจ้งผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา

4.5 จัดให้มีฉลากขนาดใหญ่พอสมควรปิดไว้ที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุ วัตถุอันตรายโดยให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยฉลากของวัตถุอันตรายที่สํานักงาน คณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ และประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยระบบการจําแนก และ การสื่อสารความเป็นอันตรายของวัตถุอันตรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้ผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 ต้องจัดให้มีการควบคุม และ การตรวจสอบพร้อมทั้งการบันทึกไว้ ดังต่อไปนี้

5.1 การควบคุมและการตรวจสอบกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพตามที่ขึ้นทะเบียนไว้

5.2 การตรวจสอบภาชนะบรรจุทั้งก่อนและหลังจากที่บรรจุวัตถุอันตรายแล้วให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อยตามที่กําหนดไว้ในข้อ 4.1 (12)

5.3 การตรวจสอบฉลากที่จะปิดบนภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายให้ถูกต้องตรง ตามประเภทของวัตถุอันตรายที่ผลิต และติดแน่นบนภาชนะบรรจุแต่ละชนิดโดยไม่หลุดง่าย เพื่อมิให้ ปิดฉลากผิด

ให้จัดเก็บบันทึกการควบคุมและการตรวจสอบตามข้อ 5 ไว้รวมกับบันทึกการผลิตตามข้อ 4.3 เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี เพื่อเป็นหลักฐานให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้นําเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 ต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

6.1 แจ้งการนําเข้าวัตถุอันตราย และให้ผ่านการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านอาหารและยาของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาในแต่ละครั้งที่นําเข้า

6.2 แจ้งปริมาณวัตถุอันตรายที่นําเข้าในรอบหนึ่งปีปฏิทินให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ทราบภายในวันที่ 31 มกราคมของปีถัดไป ตามแบบ วอ./สธ 23 ท้ายประกาศนี้ โดยวิธีการแจ้ง อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) แจ้ง ณ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือแจ้งทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนตอบรับก็ได้และให้ถือวันที่ไปรษณีย์ประทับตราลงทะเบียนเป็นวันแจ้ง

(2) แจ้งผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ขณะนําเข้าให้ผู้นําเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 จัดให้มีใบรับรองผล วิเคราะห์ (Certificate of Analysis) ของผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่นําเข้าแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านอาหารและยา และให้จัดเก็บใบรับรองผลวิเคราะห์นี้ไว้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี เพื่อเป็น หลักฐานให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ผู้ส่งออกวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 แจ้งปริมาณวัตถุอันตรายที่ส่งออก ในรอบหนึ่งปีปฏิทินให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในวันที่ 31 มกราคมของปีถัดไป ตามแบบ วอ./สธ 14 ท้ายประกาศนี้ โดยวิธีการแจ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

8.1 แจ้ง ณ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือแจ้งทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนตอบรับก็ได้และให้ถือวันที่ไปรษณีย์ประทับตราลงทะเบียนเป็นวันแจ้ง

8.2 แจ้งผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ผู้นําผ่านวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

9.1 ควบคุมกํากับดูแลไม่ให้วัตถุอันตรายสูญหายหรือไม่ให้มีการนําวัตถุอันตรายไปใช้โดยมิชอบ

9.2 ควบคุมกํากับดูแลไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงการนําผ่านวัตถุอันตราย ไปยัง จุดหมายอื่นที่ไม่ได้ระบุในใบนําผ่านที่พนักงานเจ้าหน้าที่ออกให้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในระหว่างการนําผ่านวัตถุอันตราย ให้ผู้นําผ่านวัตถุอันตรายควบคุมกํากับดูแล ไม่ให้มีการแปรรูปหรือเปลี่ยนสภาพวัตถุอันตรายให้เป็นอย่างอื่นหรือเปลี่ยนภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุ วัตถุอันตราย เว้นแต่การดําเนินการในกรณีที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อแตกหรือชํารุดให้คืนกลับอยู่ใน สภาพเดิมหรือเทียบเท่าเดิม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ผู้มีไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้างซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 ต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

11.1 ปฏิบัติเกี่ยวกับบุคลากรและการให้บริการ ดังนี้

(1) จัดให้มีผู้ควบคุมการใช้วัตถุอันตรายเพื่อใช้รับจ้าง โดยให้เป็นไป ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยผู้ควบคุมการใช้วัตถุอันตรายเพื่อใช้รับจ้าง ซึ่งออกตามความใน มาตรา 20 (2) แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535

(2) จัดให้มีการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานให้มีความรู้ที่ถูกต้องกับลักษณะงาน ที่ปฏิบัติและเข้าใจถึงพิษภัยของวัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และจัดให้มีหลักฐาน การเข้ารับการอบรมของผู้ปฏิบัติงานไว้ด้วย

(3) ใช้วัตถุอันตรายที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีฉลากที่ครบถ้วนและตรง ตามวัตถุประสงค์ของวัตถุอันตรายชนิดนั้น ๆ

(4) จัดให้มีการปฏิบัติตามข้อความของฉลากด้วยความระมัดระวัง มิให้เกิด อันตรายแก่ บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ และสิ่งแวดล้อม

(5) ต้องสื่อสารข้อมูลความเป็นอันตราย หรือให้แจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ วัตถุอันตรายที่ใช้ปฏิบัติงานให้บริการหรือครอบครองแก่ผู้ปฏิบัติงานและผู้รับบริการ เช่น การส่งมอบฉลาก เอกสารข้อมูลความปลอดภัย หรือรายละเอียดของผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายตามที่ผู้ผลิตหรือผู้นําเข้าจัดทําขึ้น

(6) จัดให้มีภาชนะหรือเครื่องมือที่เหมาะสมและปลอดภัยสําหรับแบ่ง วัตถุอันตรายที่จะนําไปใช้ พร้อมทั้งระบุชื่อวัตถุอันตรายให้เห็นชัดเจนไว้บนภาชนะที่ใช้ประจํากับ วัตถุอันตรายชนิดนั้นและมีภาชนะรองรับป้องกันการหกรดขณะแบ่งถ่ายวัตถุอันตราย

(7) ดูแลรักษา ทําความสะอาดเครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย มิให้มีการรั่วไหลของวัตถุอันตรายออกจากเครื่องมือหรืออุปกรณ์ขณะใช้งาน

(8) ต้องจัดการกับวัตถุอันตรายที่เหลือใช้แล้ว ภาชนะบรรจุ สิ่งที่สัมผัส กับวัตถุอันตรายให้ถูกต้องและปลอดภัยตามประเภทของวัตถุอันตรายนั้น ๆ โดยคํานึงถึงวิธีการที่ผู้ผลิต ผู้นําเข้า ระบุไว้

(9) จัดให้มีการป้องกันกําจัดกลิ่น ละออง ไอระเหยของวัตถุอันตราย มิให้เกิดเหตุเดือดร้อนรําคาญหรืออันตรายต่อผู้อยู่ข้างเคียง บุคคลหรือทรัพย์สิน และจัดให้มีแผ่นป้าย คําว่า “อันตรายห้ามเข้า” หรือ “สถานที่มีการใช้วัตถุอันตราย” ขนาดใหญ่เห็นได้ชัดเจนสําหรับ ปิดแสดงไว้บริเวณทางเข้าสถานที่ พื้นที่อาคาร ที่มีการใช้วัตถุอันตรายในการใช้รับจ้าง

(10) จัดให้มีวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและปริมาณเพียงพอในการดูดซับ วัตถุอันตรายที่อาจรั่วไหล เช่น ขี้เลื่อย ทราย เป็นต้น และนําไปกําจัดทําลายอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

(11) จัดให้มีสบู่และน้ําไว้ให้ผู้สัมผัสวัตถุอันตรายใช้ชําระล้าง

(12) ให้ผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณที่จะได้รับอันตรายจากการใช้วัตถุอันตรายดังกล่าวขณะปฏิบัติงาน

11.2 จัดให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัยสําหรับผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้

(1) จัดให้มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้

(ก) เสื้อผ้าชุดปฏิบัติงาน

(ข) หมวก ถุงมือ รองเท้า

(ค) หน้ากาก และแว่นตาป้องกันสารเคมี

(ง) สิ่งกันเปื้อนที่ป้องกันการสัมผัสวัตถุอันตราย

(2) จัดให้มีชุดปฐมพยาบาล พร้อมทั้งคําแนะนําวิธีการปฐมพยาบาล ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นจะได้ใช้ทันที

(3) จัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายจากการมีวัตถุอันตรายสะสมอยู่ในร่างกาย และถ้าเป็นการปฏิบัติงานเกี่ยวกับ วัตถุอันตรายที่มีสารประกอบออร์กาโนฟอสเฟตหรือสารคาร์บาเมต ต้องตรวจวิเคราะห์หาระดับเอนไซม์ โคลีนเอสเตอเรสด้วยพร้อมทั้งจัดทําทะเบียนประวัติสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานแต่ละราย และหากตรวจพบ ความผิดปกติอันเนื่องจากการปฏิบัติงานกับวัตถุอันตราย ต้องจัดให้ผู้นั้นได้รับการรักษาหรือ ไปปฏิบัติงานอื่นตามความเหมาะสม

11.3 จัดให้มีเอกสารเกี่ยวกับความปลอดภัยและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับ การปฏิบัติงาน ดังนี้

(1) จัดทําสัญญาในการให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร โดยอย่างน้อย ต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับเลขที่ใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย รายชื่อ วัตถุอันตรายที่ใช้พร้อมเลขทะเบียนวัตถุอันตราย รวมทั้งอาการเกิดพิษ วิธีแก้พิษและคําเตือน

(2) จัดให้มีเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet) และ ข้อแนะนําความปลอดภัย เช่น คําเตือน วิธีป้องกัน อาการเกิดพิษ วิธีแก้พิษ ประจํายานพาหนะ ขณะขนส่งวัตถุอันตรายทุกชนิด

(3) จัดให้มีเอกสารแสดงวิธีการใช้ การป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ และสิ่งแวดล้อม

(4) จัดให้มีบันทึกเกี่ยวกับสถานที่ที่ไปให้บริการโดยอย่างน้อยประกอบด้วย วันที่ให้บริการ ชื่อผู้ว่าจ้าง ชื่อผลิตภัณฑ์และเลขทะเบียนวัตถุอันตราย ปริมาณที่ใช้ อัตราส่วนการผสมที่ตั้งสถานที่ไปให้บริการ และชื่อผู้ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ให้เก็บบันทึกไว้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ผู้ผลิต ผู้นําเข้าวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 หรือผู้ส่งออก ผู้มีไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้างวัตถุอันตราย ชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 ต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้

12.1 ต้องมีสถานที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายที่สามารถป้องกันมิให้เกิดเหตุรําคาญ และเกิดอันตรายหรือความเสียหายต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ และสิ่งแวดล้อม

12.2 ต้องมีที่เก็บรักษาวัตถุอันตรายเฉพาะตามคุณสมบัติของวัตถุอันตรายมีขนาด และลักษณะเหมาะสมกับคุณสมบัติและปริมาณที่ขออนุญาต สะดวกแก่การขนย้ายวัตถุอันตรายเข้าและออก

12.3 ในบริเวณทางเข้าอาคารหรือส่วนของอาคารที่เป็นสถานที่เก็บรักษา วัตถุอันตราย ให้มีแผ่นป้ายคําว่า “วัตถุอันตราย” ด้วยอักษรสีแดงบนพื้นสีขาว โดยแผ่นป้ายและตัวอักษร ต้องมีขนาดที่เหมาะสมและเห็นได้ชัดเจน

12.4 ในบริเวณที่เก็บรักษาวัตถุอันตราย ต้องจัดให้มีแผ่นป้ายที่สามารถเห็นได้ง่าย ซึ่งมีข้อความภาษาไทย อย่างน้อย ดังนี้ “ห้ามสูบบุหรี่ ดื่มน้ํา รับประทานอาหารหรือเก็บอาหาร

12.5 ในบริเวณที่เก็บรักษาวัตถุอันตราย ต้องจัดให้มีแผ่นป้ายคําเตือนถึงอันตราย โดยมีข้อความของแผ่นป้ายคําเตือนตามท้ายประกาศนี้ และจัดให้มีสัญลักษณ์แสดงอันตรายของ วัตถุอันตรายอันเป็นที่ทราบโดยทั่วไป เช่น สัญลักษณ์สารกัดกร่อน สารไวไฟ สารพิษ เป็นต้น

12.6 จัดให้มีเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet) ของวัตถุอันตรายที่อยู่ในสถานที่เก็บหรือสถานที่ปฏิบัติงานนั้น

12.7 ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน หรือเมื่อมีวัตถุอันตรายรั่วไหล หรือ ฟุ้งกระจาย ผู้นําเข้า ผู้ส่งออก ผู้มีไว้ในครอบครอง หรือผู้ซึ่งควบคุมการปฏิบัติงาน ต้องให้ผู้ปฏิบัติงาน ทุกคนที่ทํางานในบริเวณนั้น หรือบริเวณใกล้เคียงหยุดทํางานและออกไปให้พ้นรัศมีที่อาจได้รับอันตราย และดําเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและแก้ไขโดยมิชักช้า

12.8 จัดให้มีการอบรมชี้แจงแนะนําผู้ปฏิบัติงานให้เข้าใจถึงอันตรายอันอาจเกิดขึ้นได้ ในขณะปฏิบัติงาน วิธีระมัดระวังป้องกันอันตราย การแก้ไข และการฝึกอบรมเพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน ให้พนักงานทุกคนอย่างน้อยปีละครั้ง

12.9 จัดให้มีที่อาบน้ําฉุกเฉิน ที่ล้างตาฉุกเฉินตามความจําเป็นและเหมาะสม กับคุณสมบัติ และปริมาณของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ เพื่อทําความสะอาดร่างกาย ขั้นต้นเมื่อสัมผัสกับวัตถุอันตราย

12.10 จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลตามความจําเป็นและเหมาะสม กับการปฏิบัติงานและต้องมีมาตรการสําหรับการดูแลรักษาเครื่องป้องกันอันตรายดังกล่าวให้อยู่ในสภาพ เรียบร้อยพร้อมที่จะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

12.11 จัดให้มีเครื่องปฐมพยาบาลพร้อมทั้งคําแนะนําวิธีปฐมพยาบาลที่เหมาะสม กับประเภทของวัตถุอันตรายและขนาดของการประกอบกิจการ

12.12 จัดให้มีเครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ สําหรับป้องกัน ควบคุม ระงับ หรือบรรเทาอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นตามความจําเป็นและเหมาะสมกับประเภทของวัตถุอันตรายและขนาด ของการประกอบกิจการ และต้องมีมาตรการสําหรับการดูแลรักษาเครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ดังกล่าว ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมที่จะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565

สาธิต ปิตุเตชะ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า การส่งออก การนำผ่าน และการมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้างซึ่งวัตถุอันตราย ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบ พ.ศ. 2565 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4a896bba580bf268

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com