ข้อ ๑๑
ข้อ ๑๑ ให้ผู้มีไว้ในครอบครองเพื่อใช้รับจ้างซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือชนิดที่ 3 ต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ 11.1 ปฏิบัติเกี่ยวกับบุคลากรและการให้บริการ ดังนี้ (1) จัดให้มีผู้ควบคุมการใช้วัตถุอันตรายเพื่อใช้รับจ้าง โดยให้เป็นไป ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยผู้ควบคุมการใช้วัตถุอันตรายเพื่อใช้รับจ้าง ซึ่งออกตามความใน มาตรา 20 (2) แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 (2) จัดให้มีการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานให้มีความรู้ที่ถูกต้องกับลักษณะงาน ที่ปฏิบัติและเข้าใจถึงพิษภัยของวัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และจัดให้มีหลักฐาน การเข้ารับการอบรมของผู้ปฏิบัติงานไว้ด้วย (3) ใช้วัตถุอันตรายที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีฉลากที่ครบถ้วนและตรง ตามวัตถุประสงค์ของวัตถุอันตรายชนิดนั้น ๆ (4) จัดให้มีการปฏิบัติตามข้อความของฉลากด้วยความระมัดระวัง มิให้เกิด อันตรายแก่ บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ และสิ่งแวดล้อม (5) ต้องสื่อสารข้อมูลความเป็นอันตราย หรือให้แจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ วัตถุอันตรายที่ใช้ปฏิบัติงานให้บริการหรือครอบครองแก่ผู้ปฏิบัติงานและผู้รับบริการ เช่น การส่งมอบฉลาก เอกสารข้อมูลความปลอดภัย หรือรายละเอียดของผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายตามที่ผู้ผลิตหรือผู้นําเข้าจัดทําขึ้น (6) จัดให้มีภาชนะหรือเครื่องมือที่เหมาะสมและปลอดภัยสําหรับแบ่ง วัตถุอันตรายที่จะนําไปใช้ พร้อมทั้งระบุชื่อวัตถุอันตรายให้เห็นชัดเจนไว้บนภาชนะที่ใช้ประจํากับ วัตถุอันตรายชนิดนั้นและมีภาชนะรองรับป้องกันการหกรดขณะแบ่งถ่ายวัตถุอันตราย (7) ดูแลรักษา ทําความสะอาดเครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย มิให้มีการรั่วไหลของวัตถุอันตรายออกจากเครื่องมือหรืออุปกรณ์ขณะใช้งาน (8) ต้องจัดการกับวัตถุอันตรายที่เหลือใช้แล้ว ภาชนะบรรจุ สิ่งที่สัมผัส กับวัตถุอันตรายให้ถูกต้องและปลอดภัยตามประเภทของวัตถุอันตรายนั้น ๆ โดยคํานึงถึงวิธีการที่ผู้ผลิต ผู้นําเข้า ระบุไว้ (9) จัดให้มีการป้องกันกําจัดกลิ่น ละออง ไอระเหยของวัตถุอันตราย มิให้เกิดเหตุเดือดร้อนรําคาญหรืออันตรายต่อผู้อยู่ข้างเคียง บุคคลหรือทรัพย์สิน และจัดให้มีแผ่นป้าย คําว่า “อันตรายห้ามเข้า” หรือ “สถานที่มีการใช้วัตถุอันตราย” ขนาดใหญ่เห็นได้ชัดเจนสําหรับ ปิดแสดงไว้บริเวณทางเข้าสถานที่ พื้นที่อาคาร ที่มีการใช้วัตถุอันตรายในการใช้รับจ้าง (10) จัดให้มีวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและปริมาณเพียงพอในการดูดซับ วัตถุอันตรายที่อาจรั่วไหล เช่น ขี้เลื่อย ทราย เป็นต้น และนําไปกําจัดทําลายอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ (11) จัดให้มีสบู่และน้ําไว้ให้ผู้สัมผัสวัตถุอันตรายใช้ชําระล้าง (12) ให้ผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณที่จะได้รับอันตรายจากการใช้วัตถุอันตรายดังกล่าวขณะปฏิบัติงาน 11.2 จัดให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัยสําหรับผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้ (1) จัดให้มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้ (ก) เสื้อผ้าชุดปฏิบัติงาน (ข) หมวก ถุงมือ รองเท้า (ค) หน้ากาก และแว่นตาป้องกันสารเคมี (ง) สิ่งกันเปื้อนที่ป้องกันการสัมผัสวัตถุอันตราย (2) จัดให้มีชุดปฐมพยาบาล พร้อมทั้งคําแนะนําวิธีการปฐมพยาบาล ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นจะได้ใช้ทันที (3) จัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายจากการมีวัตถุอันตรายสะสมอยู่ในร่างกาย และถ้าเป็นการปฏิบัติงานเกี่ยวกับ วัตถุอันตรายที่มีสารประกอบออร์กาโนฟอสเฟตหรือสารคาร์บาเมต ต้องตรวจวิเคราะห์หาระดับเอนไซม์ โคลีนเอสเตอเรสด้วยพร้อมทั้งจัดทําทะเบียนประวัติสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานแต่ละราย และหากตรวจพบ ความผิดปกติอันเนื่องจากการปฏิบัติงานกับวัตถุอันตราย ต้องจัดให้ผู้นั้นได้รับการรักษาหรือ ไปปฏิบัติงานอื่นตามความเหมาะสม 11.3 จัดให้มีเอกสารเกี่ยวกับความปลอดภัยและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับ การปฏิบัติงาน ดังนี้ (1) จัดทําสัญญาในการให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร โดยอย่างน้อย ต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับเลขที่ใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตราย รายชื่อ วัตถุอันตรายที่ใช้พร้อมเลขทะเบียนวัตถุอันตราย รวมทั้งอาการเกิดพิษ วิธีแก้พิษและคําเตือน (2) จัดให้มีเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet) และ ข้อแนะนําความปลอดภัย เช่น คําเตือน วิธีป้องกัน อาการเกิดพิษ วิธีแก้พิษ ประจํายานพาหนะ ขณะขนส่งวัตถุอันตรายทุกชนิด (3) จัดให้มีเอกสารแสดงวิธีการใช้ การป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ และสิ่งแวดล้อม (4) จัดให้มีบันทึกเกี่ยวกับสถานที่ที่ไปให้บริการโดยอย่างน้อยประกอบด้วย วันที่ให้บริการ ชื่อผู้ว่าจ้าง ชื่อผลิตภัณฑ์และเลขทะเบียนวัตถุอันตราย ปริมาณที่ใช้ อัตราส่วนการผสมที่ตั้งสถานที่ไปให้บริการ และชื่อผู้ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ให้เก็บบันทึกไว้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้