法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงการยื่นคำขอและการรับรองสมาคมและมูลนิธิเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

การยื่นคำขอและการรับรองสมาคมและมูลนิธิเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๖ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงการยื่นคำขอและการรับรองสมาคมเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๕

เงื่อนไขเกี่ยวกับสมาคม มูลนิธิ และกรรมการ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ สมาคมและมูลนิธิที่จะขอรับการรับรองเพื่อให้มีสิทธิและอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคต้องมีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผู้บริโภคหรือต่อต้านการแข่งขันอันไม่เป็นธรรมทางการค้าและเป็นไปตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นสมาคมและมูลนิธิที่จดทะเบียนตามกฎหมายมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีโดยนับถึงวันยื่นคำขอรับการรับรอง

(๒) มีผลงานหรือการดำเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในราชอาณาจักรเป็นที่ปรากฏชัด

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กรรมการของสมาคมและมูลนิธิต้องมีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๒) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๓) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๔) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดในคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค

(๕) เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือมีส่วนได้เสียในกิจการหรือธุรกิจของเอกชน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ สมาคมและมูลนิธิต้องกำหนดวิธีการดำเนินการเกี่ยวกับการฟ้องคดีไว้ในข้อบังคับของสมาคมและมูลนิธิ ดังต่อไปนี้

(๑) คณะกรรมการของสมาคมและมูลนิธิต้องแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้เป็นทนายความเป็นผู้ดำเนินคดี ทำหน้าที่ในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค

(๒) เมื่อสมาคมและมูลนิธิได้ยื่นฟ้องคดีใดแล้ว ให้ส่งสำเนาคำฟ้องให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันยื่นคำฟ้อง

(๓) ถ้าได้มีคำพิพากษาในคดีที่สมาคมและมูลนิธิได้ยื่นฟ้องแล้ว ให้ส่งสำเนาคำพิพากษานั้นให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลได้มีคำพิพากษา

(๔) ถ้าสมาคมและมูลนิธิจะถอนฟ้องคดีใดต้องแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

(๕) ในการฟ้องคดี สมาคมและมูลนิธิจะเรียกเงินหรือทรัพย์สินใดจากผู้บริโภคไม่ได้ เว้นแต่ค่าพาหนะเดินทาง ค่าคัดถ่ายสำเนาเอกสาร ค่าพิมพ์เอกสาร และค่าฤชาธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งต้องชำระต่อศาล

(๖) สมาคมและมูลนิธิจะต้องปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมและมูลนิธิเกี่ยวกับการฟ้องคดีในรายละเอียดของกรณีที่เพิ่มเติมจากกฎกระทรวงนี้ หรือในกรณีอื่นด้วยตามที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกำหนด

การยื่นคำขอรับการรับรองสมาคมและมูลนิธิ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การยื่นคำขอรับการรับรองสมาคม ให้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามแบบ ส.ค.บ. ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานซึ่งรับรองความถูกต้องแล้วตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การยื่นคำขอรับการรับรองมูลนิธิ ให้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามแบบ ส.ค.บ. ๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้ พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานซึ่งรับรองความถูกต้องแล้วตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อได้รับคำขอรับการรับรองสมาคมหรือมูลนิธิ ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของคำขอและเอกสารหรือหลักฐานตามข้อ ๕ หรือข้อ ๖ แล้วให้ออกใบรับคำขอแก่สมาคมหรือมูลนิธิหรือผู้ทำการแทนไว้เป็นหลักฐาน

ใบรับคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ระบุวัน เดือน ปีที่รับคำขอและลงลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอ

การพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาคำขอรับการรับรองสมาคมและมูลนิธิให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้รับคำขอและเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน หากไม่สามารถดำเนินการพิจารณาได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาคำขอได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน และให้บันทึกเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องมีการขยายระยะเวลาพิจารณานั้นไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาคำขอรับการรับรองสมาคมและมูลนิธิแล้ว กรณีที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้การรับรอง ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคออกหนังสือรับรองให้แก่สมาคมหรือมูลนิธิตามแบบ ส.ค.บ. ๓ ท้ายกฎกระทรวงนี้ แต่ถ้าคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติไม่ให้การรับรอง ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีหนังสือแจ้งสมาคมหรือมูลนิธิ พร้อมระบุเหตุผลที่ไม่ให้การรับรองนั้นและแนบมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคให้สมาคมหรือมูลนิธิทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ

การแจ้งมติตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติ

การพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคให้ถือเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สมาคมหรือมูลนิธิที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติไม่ให้การรับรองอาจยื่นคำขอรับการรับรองได้ใหม่เมื่อพ้นกำหนดสามเดือนนับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคอาจสนับสนุนสมาคมหรือมูลนิธิที่ได้รับการรับรองตามกฎกระทรวงนี้ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการดำเนินกิจการของสมาคมหรือมูลนิธิเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภคได้

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ คำขอรับการรับรองสมาคมที่ได้ยื่นไว้แล้วตามกฎกระทรวงการยื่นคำขอและการรับรองสมาคมเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๕ และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาให้ถือว่าเป็นคำขอรับการรับรองตามกฎกระทรวงนี้ และถ้าคำขอรับการรับรองดังกล่าวมีข้อความแตกต่างไปจากคำขอรับการรับรองตามกฎกระทรวงนี้ ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับการรับรองเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ได้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

[เอกสารแนบท้าย]

๑. คำขอรับการรับรองเป็นสมาคมที่มีสิทธิและอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค (แบบ ส.ค.บ. ๑)

๒. คำขอรับการรับรองเป็นมูลนิธิที่มีสิทธิและอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค (แบบ ส.ค.บ. ๒)

๓. หนังสือรับรองให้สมาคมหรือมูลนิธิมีสิทธิและอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค (แบบ ส.ค.บ. ๓)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๖ บัญญัติให้สมาคมและมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผู้บริโภคหรือต่อต้านการแข่งขันอันไม่เป็นธรรมทางการค้า และข้อบังคับของสมาคมและมูลนิธิดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับคณะกรรมการ สมาชิก และวิธีการดำเนินการของสมาคมและมูลนิธิ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยสมาคมและมูลนิธิอาจยื่นคำขอให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภครับรองเพื่อให้สมาคมและมูลนิธินั้นมีสิทธิและอำนาจฟ้องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ภวรรณตรี/จัดทำ

๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๐

ชวัลพร/ตรวจ

๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๖๖ ก/หน้า ๑/๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๐

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงการยื่นคำขอและการรับรองสมาคมและมูลนิธิเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_4d09aa2122a1de2c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com