我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงการยื่นคำขอและการรับรองสมาคมและมูลนิธิเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2560 หมวด ๓

ข้อ ๘–ข้อ ๑๒共 5 條

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาคำขอรับการรับรองสมาคมและมูลนิธิให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้รับคำขอและเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วน หากไม่สามารถดำเนินการพิจารณาได้ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาคำขอได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน และให้บันทึกเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องมีการขยายระยะเวลาพิจารณานั้นไว้ด้วย

ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาคำขอรับการรับรองสมาคมและมูลนิธิแล้ว กรณีที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติให้การรับรอง ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคออกหนังสือรับรองให้แก่สมาคมหรือมูลนิธิตามแบบ ส.ค.บ. ๓ ท้ายกฎกระทรวงนี้ แต่ถ้าคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติไม่ให้การรับรอง ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีหนังสือแจ้งสมาคมหรือมูลนิธิ พร้อมระบุเหตุผลที่ไม่ให้การรับรองนั้นและแนบมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคให้สมาคมหรือมูลนิธิทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ การแจ้งมติตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติ การพิจารณาของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคให้ถือเป็นที่สุด

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สมาคมหรือมูลนิธิที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติไม่ให้การรับรองอาจยื่นคำขอรับการรับรองได้ใหม่เมื่อพ้นกำหนดสามเดือนนับแต่วันที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีมติ

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคอาจสนับสนุนสมาคมหรือมูลนิธิที่ได้รับการรับรองตามกฎกระทรวงนี้ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการดำเนินกิจการของสมาคมหรือมูลนิธิเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ บทเฉพาะกาล

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ คำขอรับการรับรองสมาคมที่ได้ยื่นไว้แล้วตามกฎกระทรวงการยื่นคำขอและการรับรองสมาคมเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๕ และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาให้ถือว่าเป็นคำขอรับการรับรองตามกฎกระทรวงนี้ และถ้าคำขอรับการรับรองดังกล่าวมีข้อความแตกต่างไปจากคำขอรับการรับรองตามกฎกระทรวงนี้ ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งแก้ไขเพิ่มเติมคำขอรับการรับรองเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ได้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี [เอกสารแนบท้าย] ๑. คำขอรับการรับรองเป็นสมาคมที่มีสิทธิและอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค (แบบ ส.ค.บ. ๑) ๒. คำขอรับการรับรองเป็นมูลนิธิที่มีสิทธิและอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค (แบบ ส.ค.บ. ๒) ๓. หนังสือรับรองให้สมาคมหรือมูลนิธิมีสิทธิและอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค (แบบ ส.ค.บ. ๓) (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๐ วรรคหนึ่งและวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๖ บัญญัติให้สมาคมและมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผู้บริโภคหรือต่อต้านการแข่งขันอันไม่เป็นธรรมทางการค้า และข้อบังคับของสมาคมและมูลนิธิดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับคณะกรรมการ สมาชิก และวิธีการดำเนินการของสมาคมและมูลนิธิ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยสมาคมและมูลนิธิอาจยื่นคำขอให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภครับรองเพื่อให้สมาคมและมูลนิธินั้นมีสิทธิและอำนาจฟ้องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ภวรรณตรี/จัดทำ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๐ ชวัลพร/ตรวจ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๐ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๖๖ ก/หน้า ๑/๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๐

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).