มาตรา ๒๓ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เรียกว่า กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
และแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
มาตรา ๒๔ กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน
ดังต่อไปนี้
(๑)
เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามมาตรา ๖๐
(๒)
เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี
(๓) เงินที่ได้รับจากการจัดสรรคลื่นความถี่
ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม โดยให้สำนักงาน กสทช. จัดสรรให้ในอัตราร้อยละสิบห้าของรายได้จากการจัดสรรคลื่นความถี่ดังกล่าว
(๔)
เงินที่ได้รับการจัดสรรจากรายได้ของสำนักงาน กสทช. ตามมาตรา ๖๕ (๑) และ (๒) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เว้นแต่ในส่วนที่เกี่ยวกับดอกผล
โดยให้สำนักงาน กสทช. จัดสรรให้ในอัตราร้อยละสิบห้าของเงินรายได้ของสำนักงาน กสทช.
ดังกล่าว
(๕)
เงินที่ กสทช. โอนให้กองทุนตามมาตรา ๒๕
(๖)
เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้
(๗)
เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุนหรือที่กองทุนได้รับตามกฎหมาย
(๘)
ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือรายได้จากการดำเนินกิจการของสำนักงานหรือกองทุน รวมทั้งผลประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นของสำนักงานหรือกองทุน
(๙)
ดอกผล ผลประโยชน์ หรือรายได้อื่นที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
ให้กองทุนตามวรรคหนึ่ง
เฉพาะในส่วนที่ได้รับตาม (๓) และ (๔)
มีเงินสดสูงสุดปีงบประมาณละไม่เกินห้าพันล้านบาท และให้คณะรัฐมนตรีมีอำนาจในการปรับเพิ่มหรือลดเงินสดสูงสุดได้
โดยให้คำนึงถึงความเพียงพอของการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
เงินสดของกองทุนส่วนที่เกินจากเงินสดสูงสุดที่กำหนดไว้ตามวรรคสอง
ให้กองทุนนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
มาตรา ๒๕ ให้ กสทช. มีอำนาจมอบหมายให้สำนักงานเป็นผู้ดำเนินการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมตามแผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ทั้งหมดหรือบางส่วนแทน กสทช. ได้ และเมื่อ กสทช.
ได้มอบหมายดังกล่าวแล้วให้โอนเงินที่เรียกเก็บจากผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมเพื่อนำไปใช้ดำเนินการสนับสนุนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมตามแผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมดังกล่าวให้กองทุนตามความจำเป็น
และให้สำนักงานใช้เงินดังกล่าวเฉพาะเพื่อค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกิจการที่ได้รับมอบหมาย
มาตรา ๒๖ เงินของกองทุน
ให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการดังต่อไปนี้
(๑)
ส่งเสริม สนับสนุน
หรือให้ความช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐและเอกชนหรือบุคคลทั่วไปในการดำเนินการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ทั้งนี้ การส่งเสริม สนับสนุน
หรือให้ความช่วยเหลือดังกล่าวต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ต่อการให้บริการสาธารณะและไม่เป็นการแสวงหากำไรโดยไม่เป็นการทำลายการแข่งขันอันพึงมีตามปกติวิสัยของกิจการภาคเอกชน
(๒)
ให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชนหรือบุคคลทั่วไปในเรื่องที่เกี่ยวกับการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(๓)
จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนแก่สำนักงานในการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่นอกเหนือจากที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดิน
(๔)
จัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนเห็นสมควร
(๕)
เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน
(๖)
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด
การบริหารกองทุน
มาตรา ๒๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัล
เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประกอบด้วย
(๑)
รองประธานกรรมการตามมาตรา ๗ (๒) เป็นประธานกรรมการ
(๒)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธานกรรมการ
(๓)
ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นกรรมการ
(๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๗ (๔)
ซึ่งคณะกรรมการกำหนด จำนวนสามคน เป็นกรรมการ
(๕)
เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ๒๘ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนรับผิดชอบในการบริหารกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนตามมาตรา
๒๓ และมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑)
พิจารณาอนุมัติการส่งเสริม สนับสนุน หรือให้ความช่วยเหลือตามมาตรา ๒๖ (๑) และ (๒) โดยไม่ก่อให้เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
(๒)
พิจารณาอนุมัติการจัดสรรเงินหรือค่าใช้จ่าย ตามมาตรา ๒๖ (๓) (๔) และ (๕)
(๓)
บริหารกองทุนและดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์
และการจัดการกองทุนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
(๔)
วางแนวทางการปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการเก็บรักษาและการเบิกจ่ายเงินและทรัพย์สินของกองทุนที่ออกตามมาตรา
๑๑ (๔) และการดำเนินการอื่นที่จำเป็น
(๕)
ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานที่ได้รับการส่งเสริม
สนับสนุนหรือช่วยเหลือจากกองทุน
(๖)
รายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุนต่อคณะกรรมการและคณะรัฐมนตรีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี
และเปิดเผยรายงานดังกล่าวให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป
(๗)
แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน
หรือที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนมอบหมาย
(๘)
ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุน
มาตรา ๒๙ การประชุมของคณะกรรมการบริหารกองทุน
ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด
มาตรา ๓๐ ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ
และกรรมการในคณะกรรมการบริหารกองทุน รวมทั้งอนุกรรมการ คณะทำงาน และที่ปรึกษา
ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนแต่งตั้งขึ้นตามมาตรา ๒๘ (๗)
ได้รับเบี้ยประชุมหรือค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๓๑ ให้สำนักงานรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการบริหารกองทุน
และดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้ด้วย
(๑)
จัดทำแผนการดำเนินงานประจำปี
แผนการเงินและงบประมาณประจำปีของกองทุนเพื่อเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนให้ความเห็นชอบ
(๒)
จัดให้มีบุคคลภายนอกที่เป็นอิสระเพื่อประเมินผลการดำเนินการของกองทุนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริหารกองทุน
(๓)
ให้ความช่วยเหลือหรือคำแนะนำแก่ผู้ได้รับการส่งเสริม สนับสนุน
หรือช่วยเหลือตามมาตรา ๒๖
(๔)
รับผิดชอบในการจัดทำงบดุล งบการเงิน และบัญชีทำการของกองทุน
(๕)
จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของกองทุน
(๖)
ดำเนินการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนมอบหมาย
มาตรา ๓๒ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำงบดุล
งบการเงิน และบัญชีทำการส่งผู้สอบบัญชีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีทุกปี
ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี
แล้วทำรายงานผลการสอบบัญชีเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อรายงานต่อคณะรัฐมนตรีพร้อมกับรายงานตามมาตรา
๒๘ (๖) ในรายงานดังกล่าวให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแสดงความเห็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการใช้เงินของกองทุนด้วย
มาตรา ๓๓ ให้สำนักงานวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีของกองทุนอันถูกต้องและเหมาะสมต่อการดำเนินการของกองทุน
และถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป
การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).