我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2521 (Update ณ วันที่ 07/11/2531) หมวด ๒

มาตรา ๑๓–มาตรา ๒๐共 8 條

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ให้มีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.ตร. ประกอบด้วย (๑) รัฐมนตรีเป็นประธาน อธิบดีเป็นรองประธาน เลขาธิการคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือน รองอธิบดี และผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนเป็นกรรมการข้าราชการ ตำรวจโดยตำแหน่ง และ (๒) กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิแปดคน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดย ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจาก (ก) ข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ผู้บัญชาการหรือเทียบผู้บัญชา การขึ้นไป และมิได้เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งอยู่แล้ว สี่คน โดยในจำนวนนี้ให้มีผู้บัญชาการตำรวจภูธรรวมอยู่ด้วยอย่างน้อยหนึ่งคน (ข) ผู้ซึ่งได้รับบำเหน็จบำนาญและเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งตั้งแต่ผู้บังคับการหรือเทียบผู้บังคับการขึ้นไป มาแล้ว สี่คน ให้ ก.ตร. แต่งตั้งข้าราชการตำรวจคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ก.ตร.

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิให้อยู่ในตำแหน่งคราวละ สองปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ ถ้าตำแหน่งว่างลงก่อนถึงกำหนดวาระ ให้รัฐมนตรีดำเนินการแต่งตั้งกรรมการ ข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิแทน เว้นแต่วาระการอยู่ในตำแหน่งของกรรมการข้าราชการตำรวจ ผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน รัฐมนตรีจะไม่แต่งตั้งก็ได้ กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งแทนอยู่ในตำแหน่งได้ เพียงเท่าวาระของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจว่างลงและมีความ จำเป็นที่จะต้องดำเนินการโดยรีบด่วน ก็ให้กรรมการข้าราชการตำรวจที่เหลือดำเนินการไปได้ แต่ ต้องมีกรรมการข้าราชการตำรวจพอที่จะเป็นองค์ประชุม

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (๑) ครบกำหนดวาระ (๒) ตาย (๓) ลาออก (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๕) เป็นบุคคลล้มละลาย (๖) เป็นผู้ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็น โทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ (๗) เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง หรือพ้นจากการเป็นข้าราชการ ตำรวจ ในกรณีที่เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๑๓ (๒) (ก) (๘) กลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำในกรณี ที่เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๑๓ (๒) (ข) (๙) เป็นข้าราชการการเมือง (๑๐) เป็นสมาชิกรัฐสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง (๑๑) เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง ในกรณีเป็นที่สงสัยว่ากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดพ้นจาก ตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจหรือไม่ ให้ ก.ตร. วินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ การประชุมของ ก.ตร. ต้องมีกรรมการข้าราชการตำรวจมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จึงเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานเป็นประธาน ในที่ประชุม ถ้าประธานและรองประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการ ข้าราชการตำรวจในที่ประชุมเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งที่มาประชุมเป็นประธานในที่ ประชุม ในการประชุมของ ก.ตร. ถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับกรรมการข้าราชการ ตำรวจผู้ใดโดยเฉพาะ ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งมีเสียง หนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียง หนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ก.ตร. มีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ตร. และ ของคณะอนุกรรมการ

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ในกรณีที่ ก.ตร. มีหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้ อธิบดีเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.ตร. แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิกรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งคนใดที่ จะเสนอ

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ก.ตร. มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการให้ทำการใด ๆ แทนได้ และให้ นำมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับแก่การประชุมของอนุกรรมการโดยอนุโลม

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ตำแหน่งข้าราชการตำรวจจะมีตำแหน่งใด อยู่ในส่วนราชการใด จำนวนเท่าใด และต้องใช้ผู้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างใด ยศชั้นใด ให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด โดยให้คำนึงถึงลักษณะ หน้าที่และความรับผิดชอบ ปริมาณและคุณภาพของงาน การกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจตั้งแต่ตำแหน่งรองผู้กำกับการหรือเทียบ รองผู้กำกับการขึ้นไป ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน เว้นแต่เป็นการตัดโอน ตำแหน่งจากส่วนราชการหนึ่งไปเพิ่มในอีกส่วนราชการหนึ่ง การบรรจุ การแต่งตั้ง และการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).