มาตรา ๒๑
ตำแหน่งข้าราชการตำรวจมีดังนี้
(๑) ลูกแถว
(๒) ผู้บังคับหมู่
(๓) รองสารวัตร
(๔) สารวัตร
(๕) สารวัตรใหญ่
(๖) รองผู้กำกับการ
(๗) ผู้กำกับการ
(๘) รองผู้บังคับการ
(๙) ผู้บังคับการ
(๑๐) ผู้ช่วยผู้บัญชาการ
(๑๑) รองผู้บัญชาการ
(๑๒) ผู้บัญชาการ
(๑๓) ผู้ช่วยอธิบดี
(๑๔) รองอธิบดี
(๑๕) อธิบดี
นอกจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่เรียกชื่อ
อย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงได้
ตำแหน่งดังกล่าวจะเทียบกับตำแหน่งใดตามวรรคหนึ่ง
ให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั้นด้วยกฎกระทรวงเช่นว่านี้
ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ตร. ก่อน
มาตรา ๒๒ การบรรจุข้าราชการตำรวจให้บรรจุดังต่อไปนี้
(๑) ชั้นพลตำรวจ
(ก)
พลตำรวจกองประจำการซึ่งต้องรับราชการตามกฎหมายว่าด้วยการรับ
ราชการทหาร ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
(ข)
พลตำรวจสำรอง พลตำรวจสำรองพิเศษ และพลตำรวจสมัคร ให้อธิบดี
หรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีบรรจุจากบุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือก
การบรรจุต้องบรรจุไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นต่ำของชั้นนั้น
ๆ เว้นแต่ผู้สำเร็จ
การศึกษาจากสำนักศึกษาของกรมตำรวจ
จะบรรจุสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นนั้นก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลัก
เกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
(ค)
พลตำรวจพิเศษ ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจาก
อธิบดี บรรจุจากพลตำรวจสำรองพิเศษ
หรือพลตำรวจสมัครที่ถูกเรียกเข้ากองประจำการเป็น
ตำรวจตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
(๒) ชั้นประทวน ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี
บรรจุจากบุคคลซึ่งสำเร็จการศึกษาจากสำนักศึกษาของกรมตำรวจ
หรือบุคคลซึ่งได้รับการ
คัดเลือกหรือสอบแข่งขันได้
การบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาจากสำนักศึกษาของกรมตำรวจหรือผู้ได้รับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ เป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน
ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน
กฎกระทรวง
แต่ต้องบรรจุให้ได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าอัตราเงินเดือนที่ ก.ตร. กำหนดสำหรับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพนั้น ๆ
โดยคำนึงถึงอัตราเงินเดือนตามที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
กำหนดสำหรับประกาศนียบัตรวิชาชีพเดียวกันด้วย
การบรรจุผู้ที่มิได้สำเร็จการศึกษา จากสำนักศึกษาของกรมตำรวจหรือมิได้รับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน
ต้องบรรจุไม่เกินอัตราเงินเดือนขั้นต่ำ
ของสิบตำรวจตรี
(๓) ชั้นสัญญาบัตร ให้รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจาก
รัฐมนตรี
บรรจุจากบุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกหรือสอบแข่งขันได้ โดยได้รับอนุมัติจาก ก.ตร.
การบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจหรือผู้ได้รับปริญญา หรือ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
แต่ต้องบรรจุให้ได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าอัตราเงินเดือนที่
ก.ตร. กำหนดสำหรับปริญญาหรือ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพนั้น ๆ โดยคำนึงถึงอัตราเงินเดือนตามที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
กำหนดสำหรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเดียวกันด้วย
การบรรจุผู้ที่มิได้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจหรือผู้มิได้รับ
ปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร
ต้องบรรจุไม่เกินอัตรา
เงินเดือนขั้นต่ำของร้อยตำรวจตรี
มาตรา ๒๓*
การบรรจุข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหรือชั้นสัญญาบัตร
ตามมาตรา ๒๒
ถ้าผู้ได้รับการบรรจุได้รับเงินเดือนสูงกว่าอัตราที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๒ นั้น
อยู่แล้ว
ก็ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่
ในวันที่พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ
บัญชี ก.
มีผลใช้บังคับข้าราชการตำรวจผู้ใดได้รับเงินเพิ่มการเลื่อนฐานะอยู่ให้นำเงินเพิ่ม
การเลื่อนฐานะนั้นรวมกับเงินเดือนที่ได้รับเป็นอัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือน
ข้าราชการตำรวจ หมายเลข ๓ ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ
พ.ศ. ๒๕๒๑
ถ้าอัตราเงินเดือนที่รวมแล้วไม่ตรงกับอัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนดังกล่าว
ให้ข้าราชการตำรวจผู้นั้นได้รับเงินเดือนในอัตราเงินเดือนในขั้นที่ถัดขึ้นไป
ทั้งนี้ ให้ดำเนินการ
ก่อนการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๗
*[มาตรา ๒๓ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๑]
มาตรา ๒๔ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๐
การแต่งตั้งให้ข้าราชการตำรวจดำรง
ตำแหน่ง ให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) ตำแหน่งลูกแถวหรือเทียบลูกแถว ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบ
หมายจากอธิบดีแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ
(๒) ตำแหน่งผู้บังคับหมู่หรือเทียบผู้บังคับหมู่
ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้
รับมอบหมายจากอธิบดี แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นประทวน
แต่เฉพาะตำแหน่งผู้บังคับหมู่
นั้นจะแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจก็ได้
(๓) ตำแหน่งรองสารวัตรหรือเทียบรองสารวัตร ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่ง
ได้รับมอบหมายจากอธิบดี
แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่า
ร้อยตำรวจเอก
(๔) ตำแหน่งสารวัตรหรือเทียบสารวัตร ให้อธิบดีแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจ
ยศร้อยตำรวจโทขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจโท
(๕) ตำแหน่งสารวัตรใหญ่หรือเทียบสารวัตรใหญ่ ตำแหน่งรองผู้กำกับการหรือ
เทียบรองผู้กำกับการ
ให้อธิบดีแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจเอกขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่า
พันตำรวจโท
(๖) ตำแหน่งผู้กำกับการหรือเทียบผู้กำกับการ ให้อธิบดีแต่งตั้งจากข้าราชการ
ตำรวจยศพันตำรวจตรีขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจเอก
(๗) ตำแหน่งรองผู้บังคับการหรือเทียบรองผู้บังคับการ ให้อธิบดีแต่งตั้งจาก
ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจโทขึ้นไป
แต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจเอกซึ่งได้รับเงินเดือนอัตราพัน
ตำรวจเอก (พิเศษ)
(๘) ตำแหน่งผู้บังคับการหรือเทียบผู้บังคับการ ให้อธิบดีพิจารณาคัดเลือกจาก
ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอกขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าพลตำรวจตรี
และเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี
เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้วให้อธิบดีเป็นผู้แต่งตั้ง
(๙) ตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการหรือเทียบผู้ช่วยผู้บัญชาการ ให้รัฐมนตรีพิจารณา
คัดเลือกจากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอกซึ่งได้รับเงินเดือนอัตราพันตำรวจเอก
(พิเศษ)
ขึ้นไป และเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี
เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ แต่งตั้ง
(๑๐) ตำแหน่งรองผู้บัญชาการหรือเทียบรองผู้บัญชาการตำแหน่งผู้บัญชาการ
หรือเทียบผู้บัญชาการ
หรือตำแหน่งที่สูงกว่านั้นขึ้นไปให้รัฐมนตรีพิจารณาคัดเลือกจากข้าราชการ
ตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไปและเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี
เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว
ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
การแต่งตั้งตาม (๖) และ (๗) และการคัดเลือกตาม (๘) ถึง (๑๐) ต้องได้รับ
อนุมัติจาก ก.ตร. ก่อน
มาตรา ๒๕ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจและการแต่งตั้ง
ข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งใด
ผู้ได้รับการบรรจุหรือได้รับการแต่งตั้งต้องมีคุณสมบัติ
เฉพาะสำหรับตำแหน่งและยศตามที่ ก.ตร. กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๐
ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น ก.ตร. อาจอนุมัติให้บรรจุหรือแต่งตั้งข้าราช
การตำรวจที่มีคุณสมบัติเฉพาะต่างไปจากที่กำหนดไว้ก็ได้
มาตรา ๒๖
ถ้าตำแหน่งข้าราชการตำรวจตำแหน่งใดว่างลงและยังมิได้แต่งตั้งผู้
ใดให้ดำรงตำแหน่งนั้น
หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นครั้งคราว ให้ผู้บังคับ
บัญชาดังต่อไปนี้มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการตำรวจซึ่งเห็นสมควรรักษาการในตำแหน่งนั้นชั่วคราวได้
(๑) รัฐมนตรี สำหรับตำแหน่งผู้บัญชาการหรือเทียบผู้บัญชาการขึ้นไป
(๒) อธิบดี สำหรับตำแหน่งตั้งแต่รองผู้บัญชาการหรือเทียบรองผู้บัญชาการ
ลงมา
(๓) ผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี สำหรับตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับ
การหรือเทียบผู้กำกับการลงมา
มาตรา ๒๗
ในกรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้รักษาการในตำแหน่งตามมาตรา ๒๖
และมีผู้ดำรงตำแหน่งรอง ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองรักษาราชการแทน
ถ้าผู้ดำรงตำแหน่งรองไม่มี
หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้
และมีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเป็นผู้รักษา
ราชการแทน ถ้ามีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหลายคน
ให้ผู้มีอาวุโสตามที่ ก.ตร. กำหนดเป็น
ผู้รักษาราชการแทน
ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้
ผู้ดำรงตำแหน่งถัดลงไปซึ่งเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้มีอาวุโสสูงตามที่
ก.ตร. กำหนด เป็น
ผู้รักษาราชการแทน
มาตรา ๒๘
ในกรณีที่ส่วนราชการใดมีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วย หรือมีทั้ง
ผู้ดำรงตำแหน่งรองและผู้ช่วย
หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้รักษาการในตำแหน่งหรือผู้รักษาราชการ
แทน
หัวหน้าส่วนราชการนั้นจะมอบหมายหรือมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยปฏิบัติ
ราชการแทนหัวหน้าส่วนราชการนั้นก็ได้
มาตรา ๒๙
ให้ผู้รักษาการในตำแหน่งตามมาตรา ๒๖ หรือผู้รักษาราชการแทน
ตามมาตรา ๒๗ หรือผู้ปฏิบัติราชการแทนตามมาตรา ๒๘
มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรง
ตำแหน่งนั้น
หรือผู้ซึ่งตนแทนหรือผู้ซึ่งมอบหมายหรือมอบอำนาจ แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่ง แต่งตั้งให้ผู้ดำรง
ตำแหน่งใดเป็นกรรมการ หรือให้มีอำนาจหน้าที่อย่างใด
ให้ผู้รักษาการในตำแหน่ง ผู้รักษา
ราชการแทนหรือผู้ปฏิบัติราชการแทนทำหน้าที่กรรมการหรือมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับ
ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างที่รักษาการในตำแหน่งรักษาราชการแทน
หรือปฏิบัติราชการ
แทนด้วย แล้วแต่กรณี
มาตรา ๓๐
การโอนข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้
และไม่ใช่ข้าราชการการเมือง ข้าราชการวิสามัญ
หรือข้าราชการซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติ
หน้าที่ราชการ
หรือการโอนพนักงานเทศบาลที่ไม่ใช่พนักงานเทศบาลวิสามัญ มาบรรจุเป็น
ข้าราชการ ตำรวจอาจกระทำได้ ถ้าเจ้าตัวสมัครใจ
โดยกรมตำรวจทำความตกลงกับเจ้าสังกัด
แล้วเสนอเรื่องไปให้ ก.ตร. พิจารณาอนุมัติ ในการนี้ให้
ก.ตร. พิจารณาโดยคำนึงถึงประโยชน์
ที่ทางราชการจะได้รับ ทั้งนี้
จะบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด ชั้นยศใด และจะให้ได้รับ
เงินเดือนเท่าใด ให้ ก.ตร. เป็นผู้พิจารณากำหนด
แต่เงินเดือนที่จะให้ได้รับต้องไม่สูงกว่า
เงินเดือนเดิม
เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการ ให้ถือเวลาราชการหรือเวลาทำงานของผู้ที่
โอนมาตามวรรคหนึ่งในขณะที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานเทศบาลนั้น
เป็นเวลาราชการของ
ข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย
มาตรา ๓๑
ข้าราชการตำรวจผู้ใดได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ออกจาก
ราชการไปปฏิบัติงานใด ๆ
ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญเหมือน
เต็มเวลาราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ถ้าผู้นั้นกลับเข้ารับราชการภายใน
กำหนดเวลาสี่ปีนับแต่วันออกจากราชการไปปฏิบัติงานดังกล่าว
ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๒๒
สั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ชั้นยศ
และรับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๓๒ ข้าราชการตำรวจผู้ใดออกจากราชการไปแล้ว และไม่ใช่เป็นกรณีออก
จากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ถ้าสมัครเข้ารับราชการและกรมตำรวจต้องการ
จะรับผู้นั้นเข้ารับราชการ ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๒๒
สั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ชั้น
ยศและรับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๓๓
ข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการตำรวจ และไม่ใช่ข้าราชการการเมือง
ข้าราชการวิสามัญ
หรือข้าราชการซึ่งออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
หรือพนักงานเทศบาลที่ไม่ใช่พนักงานเทศบาลวิสามัญผู้ใดออกจากราชการหรือออกจากงานไปแล้วถ้าสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจและกรมตำรวจต้องการจะรับผู้นั้นเข้ารับราชการ
ให้นำมาตรา ๓๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๓๔
ผู้ได้รับบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ และได้รับการ
แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด
จะให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งนั้นก็ได้ ทั้งนี้ ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงในระหว่างเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการนั้น
ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่าผู้นั้นมีความประพฤติไม่ดีหรือไม่มีความรู้หรือไม่มีความสามารถเหมาะสม
ที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง
หรือเมื่อครบกำหนดเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่
ราชการให้ผู้บังคับบัญชาทำรายงานผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการของผู้นั้นเสนอตามลำดับ
จนถึงผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๒
เมื่อได้รับรายงานจากผู้บังคับบัญชาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตาม
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).